|
อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ แวดาโอ๊ะ หะไร โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา ใต้เดือดหนัก ในรอบ 3 วันเกิดเหตุสะเทือนขวัญถี่ยิบ จอดมอเตอร์ไซค์บอมบ์เตรียมบึ้มท่าเรือชายแดนไทย-มาเลย์ที่ตากใบ โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ทันหวุดหวิด ศรีสาครระอุ บุกยิงยกครัวตำรวจสันติบาลบาดเจ็บสาหัสพร้อมแม่ยาย ส่วนพ่อตาสังเวยชีวิต ป่วนหนักฆ่าตัดหัวหนุ่มหาของป่าดับอนาถพร้อมญาติ วางระเบิดเครโมดักบึ้มรถปลัดป้องกันบันนังสตา ลูกน้องรับเคราะห์ แฉคนร้ายควงสปาต้าเตรียมตัดคอซ้ำ แต่ถูกยิงสกัดจนต้องล่าถอย ขณะที่ชาวบ้านครึ่งพันชุมนุมหน้า ศอ.บต.ค้านย้าย ตชด.ชุดพลร่มพ้นพื้นที่
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด และเกิดเหตุรุนแรงไม่เว้นแต่ละวัน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันศุกร์ที่ 27 ก.พ.2552 พ.ต.ท.ปัญญา สิทธิโชติพงศ์ สารวัตรเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีบรอนซ์ตัดดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ข้างศาลาท่าเทียบเรือบ้านศรีพงัน หมู่ 3 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ เกรงว่าจะเป็นรถระเบิด จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปยังที่เกิดเหตุด้วย จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบที่บริเวณช่องใส่หมวกนิรภัยใต้เบาะนั่ง มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งปิดทับไว้ เมื่อดึงหนังสือพิมพ์ออก พบระเบิดแสวงเครื่องชนิดซีโฟร์ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 7 นิ้ว ยาว 7.50 นิ้ว น้ำหนัก 25 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ซุกอยู่ในช่องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้เอาไว้ได้สำเร็จ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบบุคคลที่คาดว่าจะเป็นคนร้าย เป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ยืนทำท่าจุดชนวนระเบิดอยู่ที่ท่าเทียบเรือฝั่งมาเลเซีย ตรงข้ามกับท่าเทียบเรือบ้านศรีพงัน พร้อมใช้กล้องบันทึกภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่เอาไว้ด้วย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปตรวจสอบ พบว่าถูกลบหมายเลขเครื่องและหมายเลขตัวถัง ขณะนี้กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเป็นรถที่แจ้งหายไว้ในท้องที่ใด เพราะคาดว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุของการลอบวางระเบิดครั้งนี้ น่าจะต้องการสังหารเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่มักมานั่งพักที่ศาลาท่าเทียบเรือเป็นประจำหลังเสร็จภารกิจในแต่ละวัน ยิงยกครัวตำรวจสันติบาล ตาย 1 เจ็บ 2 ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2552 เวลาประมาณ 18.30 น. ได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้น เมื่อ พ.ต.ท.วีรศักด์ ศิริจันทร์ สารวัตรเวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย ที่ร้านขายของชำเลขที่ 80 หมู่ 2 บ้านตามุง ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวัตน์ พยุงธรรม ผู้กำกับการ สภ.ศรีสาคร และเจ้าหน้าที่ทหาร ในที่เกิดเหตุพบศพ นายดอเลาะ มะลี อายุ 62 ปี เป็นอดีตสารวัตรกำนัน ต.เชิงคีรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณศีรษะและกลางหลังรวม 2 นัด เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาสแล้ว ทราบชื่อคือ ด.ต.ดาฮารี สิงหเสรี อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ใน จ.นราธิวาส และเป็นลูกเขยของนายดอเลาะ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดเดียวกันที่กกหูขวา 1 นัด และนางซาปีเย๊าะ เจ๊ะแว อายุ 56 ปี ภรรยาของนายดอเลาะ ถูกยิงที่บริเวณแขนซ้ายและหน้าท้อง ทั้งคู่อาการสาหัส สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งสามกำลังช่วยกันขายของอยู่ภายในร้านชำ ได้มีชายวัยกลางคนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นได้เดินเข้าไปในร้านทำทีจะซื้อของ เมื่อสบโอกาสจึงชักปืนออกมายิงใส่ ด.ต.ดาฮารี จนล้มลง เมื่อคนร้ายพยายามจะยิงซ้ำ พ่อตาและแม่ยายของ ด.ต.ดาฮารี ซึ่งเห็นเหตุการณ์ได้วิ่งเข้าไปเพื่อช่วยเหลือ คนร้ายจึงหันปากกระบอกยิงใส่ทั้งคู่ จนนายดอเลาะเสียชีวิต ขณะที่นางซาปีเย๊าะได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบที่ต้องการสังหารตำรวจเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม ฆ่าตัดคอหนุ่มหาของป่าสังเวยพร้อมญาติ อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สะเทือนขวัญไม่แพ้กัน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สารวัตรเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุมีคนหาของป่าถูกยิงเสียชีวิตและตัดศีรษะรวม 2 ศพ บนเทือกเขาเมาะซาวา หมู่ 2 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 อย่างไรก็ดี ระหว่างทางเข้าสู่จุดเกิดเหตุ กำลังตำรวจและทหารถูกซุ่มโจมตีจากคนร้ายเป็นระยะๆ จนเกิดการยิงปะทะกันหลายระลอก ก่อนจะเดินเท้าขึ้นภูเขาไปอีกราว 2 กิโลเมตรจึงพบศพผู้เสียชีวิตรายแรก นอนจมกองเลือดในท่าคร่อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพศพเหลือแต่ร่าง แต่ศีรษะขาดหายไป บริเวณลำตัวถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า และเอ็ม 16 จนพรุนไปทั้งร่าง ทราบชื่อคือ นายอภิชัช รัดไว้ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 8 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ห่างจากศพแรกประมาณ 10 เมตร พบศพชายอีกคนนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นดิน ตามลำตัวมีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดเดียวกัน ซ้ำยังมีร่องรอยถูกเชือดด้วยมีดสปาต้าไปทั่วร่าง ทราบชื่อคือ นายสานิตย์ รัดไว้ อายุ 36 ปี เป็นญาติกับนายอภิชัช มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเขาตันหยง หมู่ 4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส และยังเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ รวมทั้งเป็นอดีตอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประจำที่ว่าการ อ.ระแงะ ด้วย สำหรับศีรษะของนายอภิชัช เจ้าหน้าที่พบคนร้ายนำไปทิ้งไว้ห่างจากจุดพบศพประมาณ 60 เมตร ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 จำนวนกว่า 50 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำศพทั้งคู่ส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลระแงะ จากการสอบสวน นายเสริม จันทร์สกุล อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มของ นายอภิชัชและนายสานิตย์ ที่นัดแนะกับเพื่อนรวม 7 คนขึ้นไปล่าหมูป่าบนภูเขา โดยแยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีผู้ตาย 2 คนและนายเลื่อน รัดไว้ ซึ่งเป็นญาติกัน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันขึ้นไปบนเทือกเขา ส่วนเขาและเพื่อนอีก 4 คนรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่เชิงเขา ต่อมากลุ่มของนายอภิชัชจับหมูป่าได้ จึงมัดไว้ท้ายรถของนายเลื่อน และให้นายเลื่อนขี่รถจักรยานยนต์ลงจากภูเขามาก่อน ส่วนผู้ตายทั้งคู่ขี่รถตามลงมา แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามอาก้าและเอ็ม 16 ยิงใส่จนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นกลุ่มคนร้ายใช้มีดสปาต้าตัดศีรษะนายอภิชัชจนขาด และฟันร่างของนายสานิตย์ ก่อนจะหิ้วศีรษะของนายอภิชัชไปทิ้ง แล้วหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ รู้ตัวมือยิงยกครัวตำรวจสันติบาล-ฆ่าตัดคอ ต่อมา พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) เปิดเผยความคืบหน้าของคดีคนร้ายบุกยิงยกครัวตำรวจสันติบาลว่า ได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้ว 10 ปาก ได้หลักฐานจนนำไปสู่การขอหมายจับจากศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย คือ นายยูโซ๊ะ กามา อายุ 57 ปี เป็นคนในพื้นที่ ต.เชิงคีรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุนั่นเอง ล่าสุดคาดว่านายยูโซ๊ะยังกบดานอยู่ในพื้นที่ ส่วนความคืบหน้าคดีฆ่าตัดคอ 2 หนุ่มตระกูลรัดไว้ พล.ต.ต.สืบสุข กล่าวว่า บริเวณเทือกเขาตะเว และเขามะตาวา ต.บองอ เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่ม นายแวอาลีคอปเตอร์ แวจิ หัวหน้าฝ่ายกองกำลัง ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนท คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมกลุ่มดังกล่าว ขว้างระเบิดถล่มร้านเสริมสวย-บึ้มรถปลัดบันนังสตา เวลา 01.30 น.วันเดียวกัน คนร้ายเป็นชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ขว้างระเบิดถล่มร้านเสริมสวยชื่อ “พรทิพย์” เลขที่ 96/2 หมู่ 2 บ้านลำภู ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดขว้าง เอ็ม 67 ปาเข้าใส่ร้านเสริมสวยดังกล่าวถึง 2 ลูก แต่เกิดระเบิดเพียง 1 ลูก ทำให้กระจกร้านและรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของการปาระเบิดครั้งนี้ว่ามาจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 21.35 น.วันที่ 24 ก.พ.2552 พ.ต.อ.สมเพียร ภูวพงษ์พิทักษ์ ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก นายปรเมธ จันทร์แสง ปลัดป้องกัน อ.บันนังสตา ว่า ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ขณะขับรถลาดตระเวนเส้นทาง บนทางหลวงหมายเลข 410 ช่วงยะลา-บันนังสตา ท้องที่บ้านป่าหวังนอก หมู่ 1 ต.บันนังสตา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ 2 คัน ไม่ห่างกันพบกำลัง อส. 6 นายอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม โดยมีนายปรเมธอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ส่วนผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อคือ นายสุริยา บัวจันทร์ อายุ 38 ปี และ นายไพรัตน์ แซ่ลิ่ม อายุ 26 ปี ทั้งสองเป็น อส.ประจำ อ.บันนังสตา ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย ใบหน้า และศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้มีลักษณะคล้ายระเบิดเครโม น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม สามารถบังคับทิศทางได้ สอบปากคำ นายปรเมธ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเขาและลูกน้องรวม 8 นาย ได้ออกลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทาง โดยตัวเขากับลูกน้อง 4 นายนั่งอยู่บนรถกระบะ ส่วนอีก 4 นายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบหลัง เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีวัยรุ่น 4 คนจอดรถจักรยานยนต์อยู่ริมถนน ทำทีว่ารถเสีย เมื่อรถของปลัดป้องกัน อ.บันนังสตา แล่นผ่าน กลุ่มวัยรุ่นได้กดจุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ ทำให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่เหลือได้ระดมยิงด้วยอาวุธสงคราม ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดนานกว่า 10 นาที กระทั่งกลุ่มวัยรุ่นได้อาศัยความมืดอำพรางตัวหลบหนีไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ อส.ที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้การด้วยว่า เห็นกลุ่มคนร้ายพกมีดสปาต้าเตรียมตัดคอผู้บาดเจ็บ แต่ไม่สบโอกาส เนื่องจากฝ่าย อส.ที่นั่งอยู่ในรถพยายามยิงสกัดอยู่ตลอดเวลา เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ชาวบ้าน 2 อำเภอม็อบต้านย้าย ตชด. เวลา 11.00 น.วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ.2552 มีชาวบ้านจากบ้านตลิ่งชัน บ้านฉลองชัย บ้านเขาน้ำตก บ้านภักดี 1 ภักดี 2 และภักดี 3 อ.บันนังสตา และ อ.ธารโต จ.ยะลา จำนวนประมาณ 500 คน เดินทางไปชุมนุมที่หน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อคัดค้านการย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ชุดพลร่ม (หน่วยรบพิเศษ 2) จาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่บ้านสายตาเอียด ต.ตลิ่งชัน หลังทราบข่าวว่าจะมีการย้าย ตชด.ชุดดังกล่าวออกนอกพื้นที่ แล้วส่งทหารเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน ทั้งนี้ ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวให้เหตุผลว่า ชื่นชอบการทำหน้าที่ของ ตชด.ชุดพลร่ม เนื่องจากสามารถรักษาความปลอดภัยให้ชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ต่อมากลุ่มชาวบ้านได้ส่งตัวแทนเข้าหารือกับ นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการ ศอ.บต. กระทั่งในที่สุดนายพระนายรับปากว่าจะประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อไม่ให้ย้าย ตชด.ชุดดังกล่าวออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านพึงพอใจ และสลายตัวกลับไปอย่างสงบ |