หน้าแรก arrow จำนวนผู้เ้ข้าชม-หมวดสกู๊ป arrow สกู๊ปและสารคดี arrow 4 คดีคาร์บอมบ์ในมือดีเอสไอ และปมอ่อนไหวในวงถกโอไอซี
4 คดีคาร์บอมบ์ในมือดีเอสไอ และปมอ่อนไหวในวงถกโอไอซี พิมพ์ ส่งเมล์
วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2009 23:23น.

ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

tawee11.jpg

          การสะสางคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีตัวเลขสูงถึง 6,103 คดี (นับจากต้นปี 2547 ถึงสิ้นเดือน พ.ย.2551) และมีการออกหมายจับ รวมทั้งหมายเชิญตัวไปแล้วทั้งสิ้น 6,158 หมาย ดูจะมีการ "ขยับ" กันอีกครั้ง ภายหลังจากที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าพบและหารือเรื่องนี้กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2552 ที่ผ่านมา

          แนวทางที่ผ่านการหารือร่วมกันก็คือ การจัดการกับคดีความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยใช้หลัก 3 ประสาน คือ ตำรวจ นิติวิทยาศาสตร์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ 

          สอดรับกับท่าทีล่าสุดของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เปิดเผยกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า งานใหญ่ 2 งานที่ดีเอสไอตั้งเป้าจะทำในปีนี้ คือ 1.ช่วยรัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดที่เป็นผู้ค้าขบวนการใหญ่ ทั้งจากนอกประเทศ และในเรือนจำ กับ 2.ปรับบทบาทดีเอสไอให้มีส่วนช่วยงานแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าเดิม โดยเน้นเรื่องการข่าว และให้บริการฐานข้อมูลจากการสืบสวนต่างๆ ส่วนเรื่องสำคัญๆ ที่ต้องเป็นคดีพิเศษ ก็จะจัดทีมที่มีฝีมือลงไปในพื้นที่ 

          หากย้อนไปดูความเกี่ยวพันของดีเอสไอกับปัญหาภาคใต้ จริงๆ ก็แสดงบทบาทมาหลายปีแล้ว แต่เป็นการเจาะเฉพาะคดีสำคัญ เริ่มจากการรับคดีปล้นปืน 4 คดีเป็นคดีพิเศษ โดยหนึ่งในนั้นคือคดีปล้นปืนครั้งมโหฬารจำนวน 413 กระบอก จากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ซึ่งปัจจุบันติดตามปืนคืนมาได้แล้ว 54 กระบอก 

          นอกจากนั้นยังมีคดีคาร์บอมบ์ 4 ครั้งที่เพิ่งรับเป็นคดีพิเศษเมื่อเร็วๆ นี้ ได้แก่ 

          1.คดีคาร์บอมบ์ที่ข้างโรงแรมมารีน่า อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2548 

          2.คดีคาร์บอมบ์หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2551 ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์อีกแห่งหนึ่งที่หน้าโรงเรียนนิบงชินูปถัมภ์ อ.เมือง จ.ยะลา แต่เป็นการระเบิดก่อนเวลา ทำให้คนร้ายเสียชีวิตคารถ 

          3.คดีคาร์บอมบ์หน้าที่ว่าการอำเภอสุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2551 

          และ 4.คดีคาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมปาร์ควิว อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2551  

          "มีการตั้งข้อสงสัยว่าคาร์บอมบ์เหล่านี้มีความคล้ายคลึงกัน ดีเอสไอได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด พบว่ามีการต่อวงจรที่ซับซ้อน และน่าจะมีคนสั่งการในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกลุ่มเดียวกัน เพราะทั้ง 4 คดีมีความเชื่อมโยงถึงกัน" พ.ต.อ.ทวี กล่าวกับ "อิศรา" 

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ดีเอสไอเพิ่งลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ประชุมร่วมกับตำรวจ ทหาร หน่วยข่าวทั้งในพื้นที่และในส่วนกลาง เพื่อนำสำนวนการสอบสวนทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกัน สรุปได้ว่า 4 คดีนี้จะแตกแยกย่อยออกไปอีกหลายเรื่อง มีข้อมูลเรื่องรถที่ใช้ทำคาร์บอมบ์เชื่อมโยงกับเหตุอื่นๆ ในพื้นที่อื่น โดยรถซื้อมาในราคาระหว่าง 6 หมื่นถึง 1.3 แสนบาท ถือเป็นการก่อเหตุที่มีการลงทุนค่อนข้างสูง และเมื่อสาวลึกต่อไปก็พบความเกี่ยวโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หลายคน

          "เท่าที่ดูในสำนวน พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีลอบวางระเบิดที่หน้าบริษัทพิธานพาณิชย์ อ.เมืองปัตตานี ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2547 และผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดท่าอากาศยานหาดใหญ่ด้วย ค่อนข้างชัดว่า 4-5 คดีนี้เชื่อมโยงสถานการณ์ในภาคใต้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หากเราถอดรหัสตรงนี้ได้ว่าใครเป็นผู้สั่งการ ก็จะทำให้เห็นตัวละครสำคัญที่อยู่ในพื้นที่ และน่าจะทำให้เราสามารถกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานให้เท่าทันกลุ่มคนร้ายได้มากขึ้น รวมทั้งยุทธศาสตร์ของกระบวนการยุติธรรมด้วย" พ.ต.อ.ทวี ระบุ

 

จับตาโอไอซีถกปม"อยุติธรรม"

          อีกความเคลื่อนไหวหนึ่งที่ค่อนข้างส่งผลอย่างสูงต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงเวลานี้ ก็คือการประชุมขององค์การการประชุมชาติอิสลาม หรือ โอไอซี ที่ประเทศซีเรีย ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค.นี้ เพราะแน่นอนว่าปัญหาภาคใต้ของไทยจะถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นหารือด้วย 

          พ.ต.อ.ทวี ตั้งโจทย์ว่า แนวทางการต่อสู้ของฝ่ายก่อความไม่สงบในระยะหลังมีอยู่เรื่องเดียวหลักๆ คือ "ความอยุติธรรม" โดยแยกย่อยเป็น 2 มิติ คือมิติความเชื่อซึ่งมีมาแต่เดิมแล้ว กล่าวคือเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐยังคงปฏิบัติการนอกกฎหมาย ลอบยิงลอบฆ่าผู้นำศาสนาหรือผู้นำชุมชน หรือใช้อำนาจเถื่อน กับอีกมิติหนึ่งคือการใช้ข่าวลือที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ความอยุติธรรมเป็นเงื่อนไข ทำให้มีแนวร่วมมวลชนมากขึ้น 

          ประเด็นที่ใช้ขยายฐานมวลชนอย่างแหลมคม คือปัญหาจากการใช้กฎหมายพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ กฎอัยการศึก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (พ.ร.บ.ความมั่นคง) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และที่โหมหนักกันในช่วงนี้ก็เพราะใกล้วันประชุมโอไอซีเข้ามาทุกที

          "ประเด็นความไม่เป็นธรรม หลายๆ เรื่องสะท้อนถึงปัญหาของกระบวนการยุติธรรมในภาคใต้ ซึ่งต้องยอมรับว่าหาพยานบุคคลยากมาก ฉะนั้นต้องใช้พนักงานสอบสวนที่มีศักยภาพสูง มีตบะและบารมีพอสมควรที่จะทำให้พยานเชื่อมั่นว่าสามารถคุ้มครองตัวเขาได้ พร้อมๆ กับให้น้ำหนักกับวัตถุพยาน หลักฐานทางวัตถุ เทคโนโลยี และนิติวิทยาศาสตร์" พ.ต.อ.ทวี ระบุ และว่า 

          "แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าคนมุสลิมยอมรับความจริง ถ้าเอาความจริงมาพูด เขาจะรับฟัง โดยเฉพาะในเวทีโอไอซี ต้องเอาข้อมูลจริงไปนำเสนอ และพรีเซ็นต์ดีๆ คนที่ไปชี้แจงข้อมูลต้องรู้จริง เชื่อว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจได้"

 

ระวังโมเดลเขตปกครองพิเศษ

          จากการเก็บข้อมูลภาคใต้อย่างต่อเนื่องของดีเอสไอ ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า โมเดลที่ฝ่ายก่อการต้องการคือ "เขตปกครองพิเศษ" โดยใช้ยุทธศาสตร์โจมตี เรื่องความอยุติธรรม แล้วนำไปอ้างกับองค์กรต่างประเทศอย่างโอไอซี 

          "ปัญหาของเราคือเปลี่ยนคนทำงานบ่อยมาก แต่ฝ่ายก่อความไม่สงบใช้คนชุดเดิม และมีความมั่นคงในอุดมการณ์ จากนั้นก็ขยายแนวร่วมออกไป สถานการณ์วันนี้น่ากลัว เพราะมีผู้ก่อการรายใหม่เยอะมาก ซึ่งคนเหล่านี้ไม่มีประวัติอาชญากร เป็นหน้าใหม่ เรียนรู้เร็ว ทำให้สืบสวนจับกุมยาก ประกอบกับคนที่ทำงานในภาคใต้นานๆ ส่วนหนึ่งมองว่าแก้ไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่งผลให้กระบวนการแก้ไขปัญหาอ่อนแอลงไปอีก" พ.ต.อ.ทวี ระบุทิ้งท้าย

 

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป>
ติดตามความเคลื่อนไหวของอิศราได้ทางทวิตเตอร์ที่ http://twitter.com/Isra_News
0 queries executed