หน้าแรก arrow จำนวนผู้เ้ข้าชม-หมวดสกู๊ป arrow สกู๊ปและสารคดี arrow ชาวบ้านเริ่มชิน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กับคำตอบของนายกฯหลังยอมต่ออายุกฎหมายพิเศษ
ชาวบ้านเริ่มชิน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กับคำตอบของนายกฯหลังยอมต่ออายุกฎหมายพิเศษ พิมพ์ ส่งเมล์
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2009 09:24น.

อับดุลเลาะ หวังนิ และทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

p11.jpg

          การตัดสินใจต่ออายุการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปเป็นครั้งที่ 15 ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลายเป็นแรงกดดันอันสำคัญของรัฐบาลต่อนโยบายดับไฟใต้

          ประการหนึ่งเป็นเพราะทุกฝ่ายคาดหวังอย่างสูงกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่แสดงท่าทีเข้าใจปัญหามากที่สุดมาโดยตลอด

          ประการหนึ่งเป็นเพราะ นายอภิสิทธิ์ เองแสดงจุดยืนต่อสาธารณชนหลายต่อหลายครั้งว่า ไม่อยากให้ฝ่ายความมั่นคงใช้กฎหมายพิเศษอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอย่างพร่ำเพรื่อ

          แต่ในที่สุดรัฐบาลก็หลีกหนีไม่พ้น และเพียง 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ได้ต่ออายุการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปแล้วถึง 2 ครั้ง มีอายุถึงเดือนกรกฎาคม 2552 เท่ากับเป็นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในดินแดนด้ามขวานอย่างต่อเนื่องนาน 4 ปีเต็ม (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548) 

          ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้ตอบกระทู้ถามของ ส.ส.ยะลา นายซูการ์โน มะทา เกี่ยวกับการตัดสินใจต่ออายุการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เอาไว้อย่างน่าสนใจ

          “ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติ ได้ขอให้มีการรายงานผลการศึกษาต่อ ครม.ซึ่งปรากฏว่าฝ่ายความมั่นคงได้รายงานมาใน 2 ประเด็น คือ 1.ผลการสำรวจความเห็นในพื้นที่ ยังสนับสนุนให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอยู่ และ 2.ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เคยมีการชะลอการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แบบเข้มข้น พบว่าเหตุการณ์ความไม่สงบพุ่งสูงขึ้น ทั้งหมดนี้รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องต่ออายุการใช้ พ.ร.ก.ออกไปอีก 3 เดือน”

          “อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ครั้งต่อไป นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอให้สถาบันทางวิชาการเข้าไปศึกษาเรื่องนี้ โดยลงพื้นที่ศึกษาสถานการณ์เกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะรัฐบาลเล็งเห็นว่าความสำเร็จในการแก้ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้กฎหมายพิเศษ แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย” 

          คำชี้แจงของนายกฯอภิสิทธิ์ นับว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะที่ระบุว่าคนในพื้นที่ยังสนับสนุนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งๆ ที่แทบทุกเวทีที่มีการเปิดให้แสดงความคิดเห็นกันในพื้นที่ ส่วนใหญ่ชาวบ้าน ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชนมักเสนอให้รัฐบาลยุติการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งยกเลิกกฎหมายพิเศษทั้งหมดที่บังคับใช้เฉพาะดินแดนแห่งนี้

          ด้วยเหตุผลดังกล่าว “ทีมข่าวอิศรา” จึงลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะใน 2 อำเภอสำคัญ คือ อ.ยะหา กับ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก.แล้ว ยังเป็นพื้นที่ประกาศเคอร์ฟิว หรือห้ามออกนอกเคหะสถานในเวลาที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกด้วย 

          จากการสำรวจของ “ทีมข่าวอิศรา” พบว่ามีผู้คนหลายกลุ่มอยู่เหมือนกันที่พึงพอใจกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำท้องถิ่น และพ่อแม่ผู้ปกครองที่เชื่อว่าการใช้มาตรการพิเศษสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่เยาวชนได้

 

ชาวบ้านชินมากกว่าอึดอัด

          นางพาตีเมาะ เอ๋ยไฉน ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านบ้านทำนบ  ต.ทำนบ อ.บันนังสตา กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีทั้งข้อดีและข้อเสีย  ข้อดีคืออำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สงสัยใครก็สามารถเชิญตัวมาพูดคุยได้ ที่สำคัญยังทำให้กลุ่มสี่คูณร้อย (ชื่อเรียกยาเสพติดชนิดหนึ่งที่ระบาดอย่างหนักในพื้นที่) หายไป 

          ส่วนความรู้สึกของชาวบ้านนั้น พาตีเมาะ กล่าวว่า หลังจากที่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎอัยการศึกนานเกือบ 4 ปี ทุกคนเริ่มรู้สึกชินชามากกว่ารู้สึกอึดอัดใจ เพราะเวลาจะไปไหนหรือเกิดมีธุระจำเป็นตอนดึกๆ ก็สามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอยกเว้นได้

 

ต้องจับคนชั่วอย่าเหวี่ยงแหคนดี

          "อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวก ชาวบ้านอยู่อย่างสบายใจ เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าทำงานแล้วใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ทุกคนเห็นชอบด้วยถ้าเจ้าหน้าที่สามารถนำคนไม่ดีออกไปจากพื้นที่ได้ แต่ต้องมีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน การเชิญตัวคนไปสอบปากคำต้องแม่นยำ ไม่ผิดตัว ไม่อย่างนั้นจะเกิดข้อเสียตามมา โดยเฉพาะหากคนๆ นั้นไม่ใช่คนผิด แล้วต้องถูกเชิญตัวไปซักถามนานๆ ก็จะขาดโอกาสในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว  และคนในครอบครัวอาจต้องรับกรรมจากความผิดที่ไม่ได้ก่อ จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอย่างรอบคอบ”

          พาตีเมาะ ย้ำว่า ความแม่นยำในการควบคุมตัวถือว่าสำคัญมาก หากรัฐจับคนชั่วตัวจริง ชาวบ้านก็รับได้และสนับสนุน แต่หากเจ้าหน้าที่จับคนดี แน่นอนว่าจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีตามมา ทั้งจากลูก เมีย เครือญาติ รวมทั้งชาวบ้านในชุมชน

 

พอใจสกัดสี่คูณร้อย

          นายฮารง มะยิ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้ฝ่ายปกครองระดับหมู่บ้านสามารถคุมพื้นที่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะขบวนการค้าสี่คูณร้อยที่วิ่งไปมาบนถนนในเวลากลางคืน ตอนนี้หายไปจากพื้นที่เลย ใครเป็นใครเข้าออกหมู่บ้านก็สามารถแยกแยะออกได้ทันที

          “การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศเคอร์ฟิว ทำให้ไม่มีชาวบ้านดีๆ ที่ไหนเข้าออกพื้นที่ในเวลาดึกๆ ถ้าไม่ใช่คนร้ายก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ และหลายเหตุการณ์ก็สามารถแยกออกว่าเหตุไหนใครทำ เพราะมีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนี่เอง ส่งผลให้เราสามารถเฝ้าระวังเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ถ้าไม่มีกฎหมายพิเศษเหล่านี้ ทุกอย่างก็ง่ายต่อการก่อเหตุ และยากที่จะแยกออกว่าใครทำ”

          อีกสิ่งหนึ่งที่ ฮารง มองว่าเป็นผลดีจากการใช้กฎหมายพิเศษ คือการทำให้คนสามจังหวัดมีระเบียบมากขึ้น จะไปไหนมาไหนต้องนึกถึงบัตรประชาชนด้วยเสมอ 

          “เมื่อก่อนไม่เคยมีใครคิดเลยก่อนออกจากบ้านต้องพกบัตรประชาชน ทำให้เกิดความสับสนเวลาเกิดเรื่อง แต่ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าเป็นสิ่งสำคัญ และการเข้าออกพื้นที่ก็เป็นเวลา ไม่เกิน 3 ทุ่มทุกคนเข้าหมู่บ้านหมด แต่ในยามที่จำเป็นก็สามารถพูดคุยได้ ส่วนตัวจึงรู้สึกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย” นายฮารง กล่าว

 

ไม่กระทบวิถีชีวิต

          ขณะะที่ นายดือรอแม อาบูบากา ชาวบ้าน ต.ปะแต อ.ยะหา กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวก สงสัยใครก็สามารถเชิญตัวไปพูดคุยได้ และสามารถขยายผลการปฏิบัติหน้าที่ได้มากกว่าเดิม ส่วนชาวบ้านก็ไม่ได้รู้สึกอึกอัด กลับอุ่นใจ เพราะอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้คนร้ายไม่สามารถเข้ามาข่มขู่ชาวบ้านได้เหมือนในอดีต

          นอกจากนี้ มาตรการพิเศษที่รัฐนำมาบังคับใช้ก็ไม่ได้มีส่วนทำลายหรือทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนไปจากอดีตเลย เมื่อก่อนเคยอยู่อย่างไร วันนี้ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้จะมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและกฎอัยการศึกอยู่ก็ตาม

          “เวลาเกิดเหตุจำเป็นหรือมีธุระช่วงดึกๆ ก็สามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงไม่ได้ทำให้ชาวบ้านรู้สึกลำบากหรืออึดอัดใจ สำหรับผมคิดว่าเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย” นายดือราแม ระบุ

          ทั้งหมดคือความรู้สึกในด้านบวกที่มีต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและกฎหมายพิเศษที่ประกาศใช้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่ฝ่ายความมั่นคงปรับปรุงการบังคับใช้มาหลายครั้ง และเข้าถึงพื้นที่มากขึ้นในระยะหลัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนมากเกินไป

          แต่ความแม่นยำในการควบคุมตัวและการปิดล้อมตรวจค้นยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ต้องระมัดระวัง...อย่าปล่อยให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว!

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป>
ติดตามความเคลื่อนไหวของอิศราได้ทางทวิตเตอร์ที่ http://twitter.com/Isra_News
0 queries executed