Community Isranews

08 กันยายน 2553
รัฐเดินหน้า “โฉนดชุมชน” เยียวยาพื้นที่พิพาท นักวิจัยแนะจ่ายค่าตอบแทนทรัพยากรให้ชุมชน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย อมราวดี อ่องลา   
วันอังคารที่ 02 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 06:02 น.
          เมื่อวันที่ 1 ก.พ. คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับโครงการสถาบันศึกษานโยบายที่ดิน โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดประชุม “แนวทางการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและนโยบายโฉนดชุมชน” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าออกระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยโฉนดชุมชน ด้านนักวิจัยเสนอแนวคิดผู้ได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรต้องจ่ายค่าชดเชย

          นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โฉนดชุมชนเป็นนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐซึ่งชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยและทำกินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะเป็นทางออกของปัญหา ขณะนี้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งหากไม่เป็นไปตามคาดรัฐบาลก็ยืนยันจะเดินหน้าต่อเพื่อให้ทันต่อการเยียวยาพื้นที่ซึ่งมีข้อพิพาทด้านที่ดินรุนแรง
          นายสาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องทำระหว่างนี้คือ การสร้างความเข้าใจกับประชาชนและหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับกรอบแนวคิดเรื่องโฉนดชุมชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องตามเป้าหมาย คือให้ชุมชนมีสิทธิร่วมกันในการบริหารจัดการที่ดิน และเตรียมกำหนดกฎเกณฑ์การแบ่งจำแนกพื้นที่ เพราะหากมีการประกาศใช้ร่างดังกล่าว เชื่อว่าจะมีชุมชนจำนวนมากมาขอออกโฉนด โดยในเบื้องคงต้องดำเนินการในพื้นที่ที่มีความพร้อมสูงก่อน

         นายสมนึก ตุ้มสุภาพ ตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน กล่าวถึงภาพรวมของปัญหาที่ดินว่าเกิดจากการที่ชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ์ ดังเช่น กรณีที่หน่วยงานรัฐคือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช ฟ้องร้องชาวบ้านในคดีแผ้วถางป่าทำการเกษตรในเขตอุทยานฯ ส่งผลให้โลกร้อน ทั้งที่โดยสภาพความเป็นจริงชาวบ้านใช้พื้นที่ดังกล่าวทำมาหากินมาก่อนจะประกาศเขตอุทยานฯ และพยายามเรียกร้องหาทางออกต่อรัฐมานานนับสิบปี แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขเพราะข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติ
          ผศ.ดร. อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลการศึกษาระบบสิทธิในที่ดินชุมชนและนโยบายโฉนดชุมชน ว่าการออกเอกสารสิทธิให้ชุมชนจะเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ดิน ซึ่งต้องมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ องค์ประกอบหรือผู้แทนชุมชน เงื่อนไขการใช้พื้นที่อย่างชัดเจน และให้ชุมชนบริหารจัดการใช้ประโยชน์ในที่ดินกันเอง โดยต้องสอดคล้องกับสภาพสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องยึดรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ
             ที่ประชุมยังได้หยิบยกแนวทางการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้หลักการชดเชยค่าตอบแทนจากกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากระบบนิเวศให้กับชุมชนหรือผู้ที่ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ (พีอีเอส) เพื่อสร้างหลักประกันความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติ

          รศ.ดร.อรพรรณ ณ บางช้าง สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงหลักการพีอีเอสว่า บุคคลหรือชุมชนที่ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ที่ดินหรือทรัพยากรให้กระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด และบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เช่น ภาคเอกชน หน่วยงานรัฐ หรือสาธารณะชนที่ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในรูปของตัวเงิน การลดหย่อนภาษีหรือค่าธรรมเนียม การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงความมั่นคงในการถือครองที่ดิน จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับชุมชนที่ดูแล
          “การนำแนวคิดพีอีเอสมาใช้ในพื้นที่โฉนดชุมชน จะช่วยให้ภาคธุรกิจและภาครัฐ สามารถดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับชุมชน โดยไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือ เอกชนหรือรัฐต้องไม่ใช้อำนาจเงินในการเข้าถึงทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ ขณะที่ชุมชนก็ต้องคำนึงถึงการสร้างหลักประกันความยั่งยืนให้กับทรัพยากร” .