Text Size

Recommend Print

แกนนำท้องถิ่น”ตรัง-เชียงใหม่-ขอนแก่น” เผยยุทธวิธีสร้างพลังคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2008 เวลา 23:29 น. เขียนโดย Administrator หมวด ข่าวล่าสุด

ปัจจุบันประเด็นเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคถูกจัดลำดับเป็นวาระสำคัญเรื่องหนึ่งในสังคมไทยล่าสุดเพิ่งมีการประกาศใช้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคไปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้องค์กรต่างๆที่อยู่นอกเหนือราชการส่วนกลาง อาทิ เครือข่ายภาคประชาชนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เกิดการตื่นตัว แสวงหาข้อมูลข่าวสารเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองมากขึ้น

ดังนั้นเมื่อ เห็นถึงสัญญาณที่ดีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานเสริมสร้างสุขภาพแห่งชาติ  แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้ดำเนินการร่วมกันจัดให้มีโครงการจังหวัดนำร่องเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจำนวน 12 จังหวัด ประกอบไปด้วยขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ชุมพร เชียงใหม่ สมุทรสงคราม สุราษฎร์ธานี ตรัง ตาก มหาสารคามชลบุรี ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยจังหวัดที่นำร่องเหล่านี้เป็นจังหวัดที่มีเครือข่ายชุมชนค่อนข้างเข้มแข็ง

 

ถึงเช่นนั้นการรวมตัวกันของประชาชนในรูปแบบอาสาสมัครโดยที่ไม่ได้มีผลตอบแทนในรูปของตัวเงิน ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆหากแต่ต้องอาศัยจิตอาสาเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ ประณอม เดชธราดลอดีตทนายความ ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นแกนนำคุ้มครองฯ จ.ตรัง 1 ใน 12จังหวัดโครงการนำร่องฯก็เห็นด้วยพร้อมกับกล่าวว่านอกจากการมีจิตใจเพื่อสาธารณะแล้ว สิ่งที่ทำให้เกิดเครือข่ายที่แข็งแรงน่าจะมาจากความพยายามที่จะทำให้เห็นว่าเรื่องการคุ้มครองสิทธิเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน มิใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กล่าวคือต้องมีการสื่อสาร 2 ทาง ระหว่างกลุ่มแกนนำ กับประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละพื้นที่มีความต้องการในเรื่องใด จากนั้นจึงให้ความสำคัญเสนอความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหา

“เมื่อเรื่องที่แต่ละชุมชนต้องการถูกจัดให้เป็นเรื่องสำคัญ มีการพูดคุย พยายามหาทางแก้ปัญหาคนในชุมชนนั้นจะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวเมื่อรวมพลังกันก็จะทำให้เกิดแนวคิดที่ดีสามารถทำงานร่วมกันแล้วเกิดผลดีได้”

            แกนนำจ.ตรัง กล่าวอีกว่าเครือข่ายของภาคประชาชนในจังหวัดเกิดจาก การได้ความรู้จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเมื่อประมาณปี2542 จากนั้นจึงมีการก่อตั้ง “ชมรมพลังผู้บริโภค” ประจำจังหวัดขึ้น โดยสมาชิกเกิดจากการรวมตัวของอาสาสมัครจากกลุ่มอื่นๆที่มีจิตอาสาทำงานเพื่อส่วนรวมอยู่แล้ว อาทิ อาสาสมัครเมืองน่าอยู่อาสาสมัครอนุรักษ์ธรรมชาติ ฯลฯ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีสมาชิกในเครือข่ายทั้งสิ้นประมาณ80 คน และมีความพยายามจะเผยแพร่ความรู้ให้ครบทั้ง 10 อำเภอ ทั่วจังหวัด

            “ในชมรมของเราก็จะมีการเชื่อมโยงไปสู่หน่วยงานอื่นๆเพื่อทำงานร่วมกัน เช่น มีการตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ในอำเภอก่อนจะส่งเรื่องเข้าจังหวัด ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด ที่ผ่านมาหากมีปัญหาก็มักจะเรียกคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยกันหรือส่งเรื่องฟ้องกับอัยการจังหวัด ที่สุดแล้วก็จบลงไปด้วยดี”

            “เคยมีในกรณีที่ชาวบ้านซื้อเครื่องตัดสติ๊กเกอร์จากตัวแทนจำหน่ายประจำจังหวัดแล้วเครื่องนั้นกลับเสีย ทางร้านก็ไม่รับซ่อมสุดท้ายเมื่อเรื่องถึงสำนักงานคุ้มครองฯประจำจังหวัด ก็ได้เชิญทั้ง 2ฝ่ายมาพูดคุยกัน มีการชดใช้ค่าเสียหายในจำนวนที่ทั้ง 2 ฝ่ายพึงพอใจ” แกนนำคุ้มครองฯจ.ตรังกล่าว

           

            ด้านพรรณวดี ตันติศิรินทร์อาจารย์จากภาควิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แกนนำคุ้มครองฯ จ.ขอนแก่นอีกหนึ่งจังหวัดในโครงการ ก็ได้ให้ความเห็นคล้ายกันว่า นอกจากจะต้องมีจิตอาสาแล้วสมาชิกแต่ละคนต้องสร้างความศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่ให้ได้โดยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส เป็นรูปธรรมทั้งนี้ในจ.ขอนแก่นเองก็ได้จัดทำรูปแบบเครือข่ายกิจกรรมคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพของจังหวัดขึ้นโดยจัดตั้งพื้นที่ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บ้านทุ่ม อ.ศิลา อ.ชุมแพและอ.สีชมพู เพื่อทดลองการทำงานไปเมื่อปี 2550 ซึ่งก็สามารถสร้างกระแสให้ความรู้แก่ประชาชนได้จนนำไปสู่การเชื่อมโยงในส่วนอื่นๆ อาทิ นำความรู้ไปเผยแพร่ในรายการวิทยุชุมชนหรือร่วมกับองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น สาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนร่วมกัน

            ขณะที่ สุภดารัตน์ สุรีพรวิโรจน์ผู้ประสานงานคุ้มครองฯ จ. เชียงใหม่ และนักจัดรายการวิทยุชุมชน ก็ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าหากจะทำงานให้เกิดประสิทธิภาพนั้นแต่ละท้องถิ่นก็ต้องรู้จักความเป็นไปในพื้นที่ของตัวเองเพราะบริบทในแต่ละท้องถิ่นนั้นต่างกัน จากนั้นจึงจะประยุกต์วิธีการต่างๆตามความต้องการของชาวบ้านในที่นั้นๆ

            นอกจากนี้ ผู้ประสานงานคุ้มครองฯจ.เชียงใหม่ ยังกล่าวอีกว่า แนวคิดของการทำงานด้านคุ้มครองฯ ที่ดี ควรจะประกอบไปด้วยหลักการกว้างๆ3 ส่วน ได้แก่ การรู้จักสิทธิหน้าที่ที่พึงจะได้รับของประชาชนการเชื่อมโยงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การมีแนวคิดภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค อาทิ รู้จักการบริโภคเชิงพุทธบริโภคเชิงธรรม เพื่อให้เห็นถึงความถูกต้อง เหมาะสม ด้วย

เรื่องเด่น

เปิดรายงาน สตง."งบใต้"พุ่งไม่หยุด (อีก 1-2 ปีแตะ 2...

เปิดรายงาน สตง."งบใต้"พุ่งไม่หยุด (อีก 1-2 ปีแตะ 2 แสนล้าน!)

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012 เวลา 11:42 น.
ในขณะที่รัฐบาลกำลังโหมกระแสการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการบ...
สรุปโมเดล สสร. 99 คน ยกร่างรธน. 240 วัน ห้ามแก้หมวดกษัตริย์

สรุปโมเดล สสร. 99 คน ยกร่างรธน. 240 วัน ห้ามแก้หมวดกษัตริย์

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 เวลา 17:00 น.
กระบวนการที่จะนำไปสู่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มีความคืบหน้าไปอีกขั้นตอนหนึ่ง เมื่อรัฐบาลสามารถ...
งบดับไฟใต้ปี 56 ปรับเพิ่ม 3 พันล้าน สองหน่วยสำคัญ "กอ.ร...

งบดับไฟใต้ปี 56 ปรับเพิ่ม 3 พันล้าน สองหน่วยสำคัญ "กอ.รมน.-ศอ.บต." อู้ฟู่!

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 เวลา 12:04 น.
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎ...
เปิดชื่อ 60 แฟรนไชส์ 6 สถาบัน ปริญญาตกมาตรฐาน

เปิดชื่อ 60 แฟรนไชส์ 6 สถาบัน ปริญญาตกมาตรฐาน

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 18:20 น.
สกอ.ประเมินผลอุดมศึกษา เบื้องต้นพบ 6 สถาบันเปิด “แฟรนไชส์” กว่า 60 ศูนย์จัดการเรียนการสอนไม่ได้มาต...
Invasion of

Invasion of "red" villages in the South

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 05:40 น.
Unlike the Northeast and the North which are regarded as the home bases of the red shirts, the south...
อ่านทั้งหมด
สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
Thaireform - ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน สถาบันอิศรา
ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.