ว่อนเน็ตภาพรับน้องรุนแรง ‘เลียปลัดขิก – แช่น้ำเน่า’ แอนตี้โซตัส ขู่ร้อง "ยูเอ็น"
หลุดว่อนเน็ตภาพรับน้องใหม่ ‘เลียปลัดขิก – แช่น้ำเน่า’ ส่อผิดประกาศ ศธ. ด้านกลุ่ม Anti-SOTUS ร่อนหนังสือถึง ศธ. - สกอ. แต่เรื่องเงียบ ไร้วี่แววผู้รับผิดชอบ ขู่ถ้าเรื่องหายเข้ากลีบเมฆอีก จะยื่นหนังสือถึงสหประชาชาติ
ขณะนี้หลายมหาวิทยาลัยอยู่ในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน จึงมีการจัดกิจกรรมเพื่อรับน้องใหม่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ อย่างไรก็ตามพบว่ามีการรับน้องด้วยกิจกรรมที่ล่อแหลม
สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบว่า มีนักศึกษาจำนวนมากได้โพสต์ภาพการรับน้องที่รุนแรงส่อความรุนแรงและด้านเพศเป็นจำนวนมาก อาทิ ภาพที่ให้นักศึกษาผู้หญิงสัมผัสกับปลัดขิก หรือให้ผู้ชายถอดเสื้อเอาเท้าแช่น้ำเน่า ลงใน เพจเฟซบุ๊กชื่อ ‘กลุ่มเยาวชนปฏิรูปการรับน้องประชุมเชียร์แห่งชาติ (Anti-SOTUS)’
โดยกลุ่มดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2555 ประกอบด้วยเลขาธิการฯ 1 คน และคณะกรรมการอีก 10 คน จาก 10 มหาวิทยาลัยคอยประสานงาน และมีสมาชิกในเฟซบุ๊กแบ่งเป็นในกลุ่ม (Group) 10,569 คน ในเพจ 7,540 คน (สำรวจเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์เรื่องการรับน้องอย่างสร้างสรรค์และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก
“ต่อต้านการรับน้องโดยใช้การข่มขู่ การว้าก การขู่เข็ญบังคับให้ทำตาม ทำให้บดบังปัญญา ไม่เหมาะกับยุคสมัย และบริบทของสังคมไทย” ภารกิจของเพจดังกล่าว ระบุ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 นายปิยรัฐ จงเทพ เลขาธิการกลุ่มเยาวชนปฏิรูปการรับน้องประชุมเชียร์แห่งชาติ (Anti-SOTUS) เปิดเผยสกับสำนักข่าวอิศรา ว่า ทางกลุ่มกำลังดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาการรับน้องแบบไม่สร้างสรรค์อยู่ โดยได้ส่งหนังสือไปให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุดมศึกษา (สพน.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2556 เพื่อพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าหากมีความเคลื่อนไหวอย่างไรให้ติดต่อกลับ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการตอบกลับ และขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น
นายปิยรัฐ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ได้ยื่นหนังสือฉบับดังกล่าวส่งให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกทางหนึ่ง ซึ่ง กสม. ตอบกลับมาว่า ทราบเรื่องแล้ว และกำลังถึงหนังสือถึงรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ และเตรียมจะออกแถลงการณ์เร็ว ๆ นี้
“หากองค์กรในประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีนี้ เราจะทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานใหญ่สหประชาติ (ยูเอ็น) เพื่อให้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว เนื่องจาก กสม. ได้ให้คำปฏิญาณต่อสหประชาติเกี่ยวกับการศึกษาภายในประเทศ ซึ่งมีข้อกำหนดว่า จะต้องได้รับการสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาอย่างเสรีภาพ และต้องไม่มีการกดขี่ข่มเหง การปิดบัง หรือซ่อนเร้นการดำเนินกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย” นายปิยรัฐ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 กลุ่ม Anti-SOTUS ได้ยื่นหนังสือถึง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมของการรับน้องใหม่ในปัจจุบัน โดยระบุไว้ 5 วิธีคือ
1.ขอให้มีการปรับปรุงแก้ไข ประกาศกระทรวงฯว่าด้วยการรับน้อง ให้รัดกุมและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง รวมถึงให้ลงโทษคนผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง
2.กระทรวงฯ หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลกิจกรรมรับน้องใหม่ ควรสอดส่องและเอาใจใส่มากขึ้น
3.กระทรวงฯ หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ควรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์กระจายไปทุก ๆ สถานศึกษาให้เข้าใจถึงการรับน้องที่เหมาะสม
4.ขอเสนอให้วันที่ 5 มิถายนของทุกปีเป็นวันรับน้องใหม่ เนื่องจากในวันดังกล่าวเป็นช่วงรับน้องใหม่เกิดขึ้นหลายสถาบัน เพื่อรณรงค์ให้เกิดกิจกรรมรักน้องมากกว่ากิจกรรมที่ส่อไปในทางความเป็นรุ่น และเคยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เช่น การยิงตัวตายของนิสิต ม.เกษตรศาสตร์ เนื่องจากอับอายจากการรับน้อง และ การประท้วงที่มหาวิทยาลัยสารคามหรือเรียกอีกชื่อว่า “ปฏิวัติดอกคูน”
5.ขอความกรุณารัฐมนตรี หรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ช่วยชี้แนะช่องทางสำหรับการแจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหาที่มีสาเหตุมาจากการรับน้องให้ทราบโดยทั่วกัน
ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ ลงนามเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ได้กำหนดนโยบายไว้ 3 ข้อ และมาตรการไว้ 8 ข้อ ดังนี้
นโยบาย
1.การจัดกิจกรรมฯ ควรเคารพสิทธิเสรีภาพและหลักความเสมอภาค
2.การจัดกิจกรรมฯ ควรอยู่ในความรับผิดชอบดูและร่วมกันของผู้บริหาร อาจารย์และบุคลากรทุกคณะ/ภาควิชา และรุ่นพี่
3.การจัดกิจกรรมฯ ให้จัดกิจกรรมภายในสถาบันอุดมศึกษา
มาตรการ
1.ให้สถาบันอุดมศึกษาออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์และมาตรการในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.
2.องค์กรนิสิตนักศึกษาต้องเสนอขออนุมัติโครงการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร และจะจัดกิจกรรมได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น
3.ให้สถาบันอุดมศึกษารณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจรูปแบบกิจกรรม นโยบาย และมาตรการ มีทัศนคติที่ดีต่อการรับน้อง และร่วมตรวจสอบการจัดกิจกรรมได้
4.ให้นิสิตนักศึกษาใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ
5.สถาบันอุดมศึกษาให้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง
6.ให้สถานบันอุดมศึกษาประเมินผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรม
7.ให้สถาบันอุดมศึกษามีบทลงโทษทางวินัย
8.ให้ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการนี้
