10 ส.ค.ใครไม่ประกาศราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านเว็บไซต์ "หลุด" จากตำแหน่ง
กรมบัญชีกลาง ร่อนหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการ เร่งรัดปฏิบัติตามมติ ครม. ประกาศราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านเว็บไซต์ ให้ประชาชนตรวจสอบ ตามกฎหมายป.ป.ช.- ขีดเส้น 180 วัน นับจาก 12 ก.พ.ไม่ทำตามหลุดจากตำแหน่ง -พบข้อความแจ้งประกาศคำนวณราคากลางหาย?

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 กรมบัญชีกลาง ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ กค 0421.4/ ว 179 ถึงปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้กรมบัญชีการได้พัฒนาระบบ e-GP หรือ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเติมให้หน่วยงานของรัฐสามารถประกาศราคากลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้าง ในเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ www.gprocurement.go.th ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา
โดยจะเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป เมื่อหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ประกาศราคากลางได้ทันที และเมื่อครบกำหนดภายใน 180 วันนับแต่วันที่ ครม. มีมติเห็นชอบ ทุกหน่วยงานต้องประกาศราคากลางดังกล่าวในระบบ e-GP
กรมบัญชีกลาง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ที่เห็นชอบตามแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเปิดเผยราคากลาง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติแนวทางเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้าง และการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้างของทางราชการตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด และในการเปิดเผยราคาดังกล่าว ให้ประกาศราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลางในเว็บไซต์ของหน่วยงานและเว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ www.gprocurement.go.th ของกรมบัญชีกลาง
“ ในการออกมติดังกล่าว ครม.กำหนดว่า หากหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ดำเนินการได้ทันที ส่วนหน่วยงานใดที่ยังไม่มีความพร้อมให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ครม.มีมติเห็นชอบ (12 กุมภาพันธ์) เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103/8 วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554”
ลงชื่อ นางสาวชุณหจิต สังข์ใหม่ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103/8 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงานต่อ ครม. เพื่อ สั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 103/7 วรรคหนึ่ง คือ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทาข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้
โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ครม. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการดังกล่าว และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ติดตามผลการดำเนินการตามมติ ครม. ในกรณีดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่งหรือต้องพ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ในหนังสือแจ้งเวียนที่กรมบัญชีกลาง ทำถึงหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมติครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ดังกล่าว ที่แจ้งให้ทุกหน่วยงานต้องประกาศข้อมูลในระบบ e-GP ระบุแค่เรื่องราคากลาง แต่ไม่ได้ระบุถึงการประกาศการคำนวณราคากลาง แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบมติ ครม. เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 พบว่า เป็นการรับทราบผลการปรับปรุงหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีปฏิบัติในการเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการคลัง รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หารือร่วมกันกับประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 103/7 วรรคหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา
โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า การเปิดเผยราคากลางตามพระราชบัญญัติฯ มีเจตนารมณ์มุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลราคากลางและตรวจสอบได้เป็นสำคัญ หากเกิดกรณีการจัดหาพัสดุชนิดเดียวกันแต่ราคากลางที่เปิดเผยแตกต่างกันจะต้องพิจารณาจากเจตนาและพฤติการณ์แวดล้อมของการได้มาของราคากลางนั้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้แจ้งเวียนให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติในการเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการแล้ว
สำหรับการเปิดเผยราคากลางของการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้าง เห็นควรให้กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาตามแนวทางการดำเนินการประกวดราคากลางและรายละเอียดการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นสมควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติตามแนวทางการเปิดเผยราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และแนวทางการเปิดเผยราคากลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างประเภทอื่นที่มิใช่งานก่อสร้าง ตามมติที่ประชุมหารือระหว่างกระทรวงการคลังและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดมีความพร้อมให้ดำเนินการได้ทันที ส่วนหน่วยงานใดที่ยังไม่มีความพร้อมให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 103/8 วรรคหนึ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
และให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในการจัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางร่วมกับกระทรวงการคลังเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางยานอกบัญชียาหลักและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษา และสำนักงบประมาณดำเนินการกำหนดราคามาตรฐานโดยให้ครอบคลุมรายการครุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ ให้แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากคำนวณระยะเวลา 180 วัน ที่กฎหมายกำหนดให้ทุกหน่วยงานราชการต้องเปิดเผยข้อมูลราคากลาง และการคำนวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ นับจากวันที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 จะครบกำหนดภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2556 นี้
(ดูรายละเอียดในหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่นี่)
