“หมอประเวศ” หวังนักวิจัยคลี่เรื่องซับซ้อนให้สังคมไทยมีปัญญา
“หมอประเวศ” ปาฐกถาเปิดตัวกลุ่มติดตามนบ.สื่อและโทรคมนาคม หวังนักวิจัยคลี่เรื่องซับซ้อนให้สังคมไทยมีปัญญา ชี้เวลานี้สังคมไทยมีความรู้แยกส่วน ทำให้เกิดวิกฤตการอยู่ร่วมกัน

(ประเวศ วะสี - ภาพจากเว็บไซต์สำนักข่าวทีนิวส์)
เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2556 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวปาฐกถานำเรื่อง “การปฎิรูปนโยบายสื่อและโทรคมนาคมในประเทศไทย” ในการเปิดตัวโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) ใจความว่า ที่ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราพัฒนากันแบบแยกส่วน เปรียบสังคมไทยเหมือนร่างกายของเรา ถ้าพัฒนาแต่หัวใจ ปอด หัว เป็นเรื่องๆ ไป มันก็เกิดบูรณภาพและดุลยภาพของระบบร่างกาย เซลล์มะเร็งก็เกิดจากการพัฒนาแบบแยกส่วน ถามว่าจะทำอย่างไรให้สำเร็จ ก้ต้องลงทุนเรื่อง “ข้อมูล” กับ “การสื่อสาร” ทั้ง 2 สิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน
“สังคมไทยเวลานี้ รู้เป็นส่วนๆ ทำให้เกิดวิกฤตการอยู่ร่วมกัน จึงต้องหาวิธีให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระหว่างมนุษย์-มนุษย์ และมนุษย์-สิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องปฎิรูปข้อมูลและการสื่อสาร นั่นคือการปฎิรูปสื่อและโทรคมนาคม ซึ่งเป็นเป้าหมายท้ายสุด” นพ.ประเวศกล่าว
นพ.ประเวศ กล่าวว่า แม้เราจะมีความก้าวหน้าอย่างหนึ่ง คือรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 กำหนดให้คลื่นความถี่เป็นสมบัติสาธารณะ แต่ในทางปฎิบัติยังมีอุปสรรคอีกมาก เพราะการปฎิบัติยังไม่ชอบมาพากล ยังมีช่องทางเอาผลประโยชน์เอาตัว นอกจากนี้ ระบบการสื่อสารยังเป็นสิ่งที่ซับซ้อน สาธารณะจะไม่เข้าใจ รับรู้เพียงเท่าที่บอกเล่า เหมือนอยู่ในความมืด ทำให้มีอะไรที่ไม่ถูกต้องมากมาย เช่นเดียวกับระบบยา ที่เคยมีคนบอกว่ายาแพง เพราะบริษัทยาลงทุนวิจัยมาก แต่ท้ายสุดก็มีงานวิจัยที่บอกว่าไม่จริง
นพ.ประเวศ กล่าวว่า ส่งที่อยากให้ช่วยกันทำมี 2 เรื่องใหญ่ 1.สร้างจิตสำนึกใหม่ ให้ทุกคนรับผิดชอบต่อส่วนรวม ไม่ใช่รับผิดชอบต่อส่วนตัว พรรคพวก หรือครอบครัว 2.นักวิชาการก็ต้องศึกษา วิจัย ระบบที่ซับซ้อน และคลี่ออกมาให้สาธารณะชนเข้าใจ เพื่อเสริมกำลังสาธารณชน เพราะไม่มีอำนาจใจจะทำให้เกิดความถูกต้อง มากไปกว่าอำนาจของสาธารณชน แต่การทำวิจัย ต้องสื่อสารเข้าใจง่าย มีเสน่ห์ ให้คนสารใจ เพราะถ้าสื่อสารเป็นดุ้นๆ ไปจะเข้าใจยาก นอกจากนี้ อยากให้มีนักข่าวที่เก่งเฉพาะทาง อธิบายความซับซ้อนต่างๆ ให้คนเข้าใจง่ายๆ
“เราต้องเปลี่ยนแปลงจากสังคมที่ใช้อำนาจ ไปสู่สังคมที่ใช้ความรู้ ซื่อการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ อันนี้อยากจะฝากไว้ว่ายุทธศาสตร์ทางปัญญาเป็นสิ่งที่เราน่าจะเดิน หาคนมาทำอย่างจริงจัง ขออนุโมทนาในฐานะคนแก่ อยากจะเรียนยืนยันว่างานวิชาการ เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็อยากเห็นนักวิชาการไทย หัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ขอให้ทำเรื่องนี้ดีขึ้น เป็นประโยชน์ หรือคานงัดให้กับสังคมไทย” นพ.ประเวศกล่าว
