ฟัง คน สวทช. เผยเบื้องหลังใบปลิว “มันอัดอั้น...เกินที่จะทน!”

หมายเหตุ – เรียบเรียงจากข่าว ข้าราชการก.วิทย์นัดแต่งดำไล่'วรวัจน์'รีดงบ ซึ่งปรากฏในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ค.2556 ซึ่งเป็นคำให้สัมภาษณ์ของ ผู้แทนพนักงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รายหนึ่ง หลังจากที่มีใบปลิว “ความไร้ธรรมาภิบาลของ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ” และจดหมายเปิดผนึก “ไว้ทุกข์ให้กับความถดถอยของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย” โจมตีการบริหารงานของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.วิทยาศาสตร์ฯ พร้อมนัดหมายให้แต่งชุดดำแสดงพลัง ในวันที่ 20 พ.ค.2556
โดยผู้แทนพนักงาน สวทช.รายนั้น ได้กล่าวไว้ว่า...
.....
ข้อความ(ในใบปลิว)ดังกล่าวเป็นความเห็นจากกลุ่มตัวแทนพนักงานกว่า 100 คน ที่มีการแสดงความกังวล และหารือกันมาก่อนหน้านี้ โดยการขับเคลื่อนของกลุ่มพนักงานดำเนินการเป็นไปตามระเบียบขององค์กร ที่แม้จะไม่มีสหภาพที่มีกฎหมายรองรับ แต่มีการเลือกตั้งตัวแทนพนักงานเพื่อทำหน้าที่เป็นปากเสียง เจรจากับผู้บริหารระดับสูง โดยพนักงานที่เห็นด้วยจะนัดแต่งชุดดำตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. เป็นต้นไป
“พนักงานเริ่มรู้สึกอัดอั้น ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน ถ้าคิดว่าทำงานให้สังคมแล้วสังคมได้ประโยชน์ การวิจัยของประเทศถดถอย ก็ควรเคลื่อนไหวเพื่อให้มวลชนรู้ จะเกิดอะไรขึ้นก็น้อมรับ”
จากการพูดคุยของกลุ่มพนักงาน พวกเราเข้าใจดีว่าการทำงานของรัฐมนตรีอยู่ภายใต้กรอบอำนาจที่ทำได้ เช่น การเข้าประชุมบอร์ด หรืออำนาจการบริหารงานต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นพฤตินัยโดยที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร เช่น การสั่งการให้มีการนำผลงานของกระทรวงไปลงในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง
“พวกเราน้อมรับทำงานตามคำสั่งเต็มที่แล้ว โดยมองว่าเป็นกลไกการทำงานให้กับประเทศ แต่หลายอย่างเริ่มทำให้อึดอัด แม้ไม่ใช่การทุจริต แต่มีคำสั่งให้หาซื้อของไปลงในพื้นที่ เราคิดว่ามันไม่น่าใช่”
ความไม่เป็นธรรมกับกระบวนการบริหารงานภายใน สวทช. ที่มี พ.ร.บ.เป็นของตัวเอง โดยให้อำนาจอนุมัติวงเงินการตัดสินใจ แต่ตอนนี้รัฐมนตรีเข้ามา โครงการใดที่มีงบประมาณเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐมนตรี หากไม่อนุมัติก็ดำเนินการไม่ได้
พนักงานทำตามนโยบาย และคำสั่งในทางพฤตินัย แต่บางทีมันเยอะเกิน การตัดงบประมาณถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในโครงการที่รัฐมนตรีคิดว่าไม่ตอบโจทย์รัฐออกไป เพื่อนำไปใช้ในโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้นโยบาย และมีพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้อง
ที่ผ่านมา เราไม่เคยเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน กว่า 20 ที่มีการก่อตั้งและวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลในองค์กรไว้สูงมาก สวทช. ถูกปลูกฝังให้เป็นองค์กรที่มีคุณธรรม จริยธรรมการทุจริตคอร์รัปชั่นแทบจะไม่มี
“สิ่งที่เกิดขึ้นเราได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ไม่เป็นธรรม...เกินที่จะทน จึงต้องการสื่อสารไปยังรัฐมนตรีหรือผู้ที่มีอำนาจ กระทรวงอื่นมีรูปแบบการจัดการเฉพาะตัวหลังจากผ่านวิกฤติการณ์มามาก แต่กระทรวงวิทย์ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้นักวิจัยรู้สึกอึดอัด ทำอะไรให้ก็ไม่พอใจ ผู้บริหารตำหนิตลอดเวลา และเข้าใจว่ารัฐมนตรีจะมีอคติกับ สวทช. พอสมควร เนื่องจากแนวทางการทำงานที่ผ่านมาไม่ตรงกัน”
.....
ทั้งนี้ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ยังรายงานด้วยว่า หลังจากที่มีใบปลิวและจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวได้รับการเผยแรพ่ออกไป ทำให้สถานการณ์ภายในกระทรวงวิทย์ฯ และ สวทช. ตึงเครียด มีการออกคำสั่งจาก ผอ.ศูนย์แห่งชาติห้ามให้พนักงานเข้าไปยุ่งเกี่ยว ตลอดจนนายวรวัจน์เอง ได้มีการเรียกพนักงานที่ต้องสงสัยเผยแพร่ข้อความดังกล่าวเข้าชี้แจง
อ่านประกอบ
ขรก.กระทรวงวิทย์ฯ ร่อนแฟกซ์โต้ใบปลิวต้าน “วรวัจน์”
“วรวัจน์” แจงปมใบปลิวยิบ เชื่อถูกต้านเพราะกลัวเปลี่ยนตัว ผอ.สวทช.
ผอ.สวทช.ร่อนอีเมล์ขอ พนง.งดแต่งดำประท้วง-หลัง “วรวัจน์” เรียกพบ
ใบปลิวแฉ “วรวัจน์” ว่อน ก.วิทย์ฯ-สวทช. นัดแต่งดำประท้วง 20 พ.ค.นี้
