ชื่อของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในวันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว (12 มี.ค.2547) กลายเป็นคดีบังคับบุคคลให้สูญหายอันลือลั่นของเมืองไทย และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยถูกจับตามองในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม พร้อมด้วยเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และกลุ่มด้วยใจ ได้ร่วมกันจัดโครงการการสร้างการตระหนักรู้การป้องกันการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. โดนลดสถานะจาก A เป็น B หลังล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงกองทัพเรืองอำนาจ
อนุสนธิจากเหตุโจมตีกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดเซีย เมื่อ 14 มกราคม 2559 ซึ่งกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาประกาศความรับผิดชอบนั้น
การเสวนาหัวข้อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559 นอกจากจะมีการจับตาบทบาทของเลขาธิการโอไอซี ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทยแล้ว ยังมีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างความเชื่อและศาสนาซึ่งกำลังเป็นกระแสร้อนของโลกยุคปัจจุบันด้วย
ตั้งแต่ปี 2547 มีรัฐบาลมาแล้ว 8 ชุด นายกรัฐมนตรี 7 คน ใช้จ่ายงบประมาณแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้วทั้งสิ้น 264,953 ล้านบาท โดยงบประมาณปี 2559 ตั้งไว้ที่ 30,866 ล้านบาทเศษ สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา
อดีตผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง เปิดใจกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่าพวกเขารู้สึกแปลกใจที่ถูกเจ้าหน้าที่เชิญไปร่วมกิจกรรมพบปะกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ไม่เคยเข้าโครงการ "พาคนกลับบ้าน" ตามกิจกรรมที่ทางการกล่าวอ้าง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตื่นตระหนก เมื่อมีการเผยแพร่หนังสือแจ้งเตือนจากหน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียที่ส่งถึงกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ระบุว่ามีชาวซีเรีย 10 คนซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส เดินทางเข้าประเทศไทย
การที่มีบุคคลสัญชาติฝรั่งเศสเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อการร้ายโจมตีกรุงปารีส จนมีผู้เสียชีวิตถึง 129 ราย บาดเจ็บหลายร้อยคน เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ทำให้ประเด็น โฮมโกรว์น เทอร์เรอริสต์ (Homegrown Terrorist) ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
มุสลิมทั่วโลกพร้อมใจใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางประณามการก่อเหตุโจมตีปารีส ที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ พร้อมปกป้องศาสนาของตัวเองว่าไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องความรุนแรง