“ทีมข่าวอิศรา” เคยรายงานปัญหาผู้ป่วยจิตเวชที่ชายแดนใต้ ซึ่งหลายฝ่ายเคยเข้าใจผิดคิดว่ามีต้นตอจากความเครียดเพราะสถานการณ์ความไม่สงบ แต่เอาเข้าจริงแล้ว “ยาเสพติด” ที่ระบาดอย่างหนักในทุกชุมชนต่างหากที่กลับกลายเป็นสาเหตุหลัก ทั้งทำให้ผู้เสพกลายเป็นผู้ป่วยทางจิต และยังซ้ำเติมให้ผู้ป่วยทางจิตที่หันเหมาใช้สารเสพติดมีอาการทางจิตหนักขึ้น!
“ดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนเป็นครั้งแรก ได้มีบัตรเป็นของตัวเอง จำได้ว่าตอนเห็นบัตรของคุณพ่อคุณแม่ก็อยากมีบ้าง วันนี้เป็นจริงแล้ว หนูจะได้อวดให้คุณพ่อและคุณแม่ดูว่าบัตรของหนูสวยและน่ารักขนาดไหน”
สามเรื่องที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ แต่ก็เกี่ยวกันไปแล้ว เมื่อเด็กมุสลิมธรรมดาๆ จากปัตตานีได้มีโอกาสไปเยือนแผ่นดินอเมริกา และได้เยี่ยมชมศาลาไทย...สัญลักษณ์สันติภาพจากเหตุการณ์ร้าย 911 ในช่วงที่มีข่าวหัวหน้าคณะผู้ก่อการอย่าง บิน ลาเดน ถูกปลิดชีพ
อาคารชั้นเดียวสีอิฐริมถนนนอร์ทไซตรัส ในอาซูซาซิตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ไม่ใกล้ไม่ไกลกับมหานครลอสแอนเจลิส (แอลเอ) หลังนั้น หากมองเลยเข้าไปโดยไม่ได้สนใจอ่านป้ายขนาดใหญ่ด้านหน้า คงไม่มีใครรู้ว่าที่นี่คือ “มัสยิด”
ใครที่ไม่ได้เกาะติดข่าวสารความเคลื่อนไหวจากชายแดนใต้ เมื่อได้เห็นกำหนดการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “สังคมไทยกับความรุนแรงที่ต้องแก้ไข” ซึ่งจัดโดยภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมุ่งกล่าวถึงการเสียชีวิตของ พลทหารวิเชียร เผือกสม ทหารเกณฑ์จาก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อาจจะทำให้รู้สึกกังขาว่ามีเรื่องอะไรกันอีกแล้วหรือ?
เป็นที่เข้าใจกันมานานว่าสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คร่าชีวิตผู้คนไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้พี่น้องประชาชนในสามจังหวัดเป็นโรคเครียด และหลายรายต้องกลายเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช ทว่านั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะภัยเงียบที่คุกคามสภาพจิตใจของคนในพื้นที่นี้ แท้ที่จริงแล้วกลับมีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์และการใช้สารเสพติดที่ระบาดอย่างหนักจนถึงระดับชุมชน
แม้สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำให้หลายสิ่งหลายอย่างนิ่งงัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้พลังสร้างสรรค์หยุดชะงักแต่อย่างใด ดังเช่นผลงานการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ของ นายแพทย์อนุชิต จางไววิทย์ แห่งโรงพยาบาลปัตตานี...โรงพยาบาลในดินแดนปลายสุดด้ามขวาน
"ไปเที่ยวปากีสถานกันไหม?" หากใครชวนคุณด้วยประโยคสั้นๆ ง่ายๆ นี้ คุณอาจย้อนกลับไปทันควันด้วยคำถามว่า "บ้าหรือเปล่า?" เพราะชื่อเสียงของปากีสถานหาใช่ดินแดนแห่งการพักผ่อนช่วง "ลอง วีคเอนด์" แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งฝึกขบวนการก่อการร้าย และมีข่าวความรุนแรงทั้ง "คาร์บอมบ์" และ "ระเบิดพลีชีพ" ให้ได้ยินได้ฟังกันผ่านสื่อแขนงต่างๆ อยู่บ่อยครั้งจนแทบจะกลายเป็นโลโก้ประเทศไปแล้ว
เอ่ยชื่อ "ปากีสถาน" ภาพที่ทุกคนต้องจินตนาการถึงก็คือปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศ มีเหตุร้ายประเภทลอบวางระเบิดตั้งแต่ "คาร์บอมบ์" ไปจนถึง "ระเบิดพลีชีพ" แถมยังถูกกาหัวว่าเป็นแหล่งฝึกนักรบก่อการร้าย จึงแทบไม่มีใครอยากผ่านไปท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือน
เป็นที่ทราบกันดีว่าเยาวชนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นับถือศาสนาอิสลามและใช้ "ภาษามลายู" เป็น "ภาษาแม่" นั้น เส้นทางการศึกษา "ศาสนาควบคู่สายสามัญ" ผ่านระบบการศึกษาของประเทศไทยค่อนข้างตีบตัน พวกเขาจึงจำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลักสูตรทางศาสนาในประเทศอิสลาม...และ "ปากีสถาน" ก็เป็นจุดหมายปลายทางหนึ่ง