แม้ประเทศไทยในระยะหลังๆ จะมีนโยบายคล้ายๆ "รัฐสวัสดิการ" เพื่อดูแลผู้ยากไร้ คนด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง และคนพิการ หรือแม้แต่คนที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้าย เห็นได้จากยอดเงินจากข่าวทุจริตในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ถูกจัดสรรผ่านโครงการต่างๆ เป็นจำนวนมากในแต่ละปี...แต่ก็น่าแปลกที่เม็ดเงินและความช่วยเหลือเหล่านั้นกลับลำเลียงไปไม่ถึงผู้เดือดร้อนตัวจริง
รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ชี้แจงข่าวรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ลงนามเห็นชอบให้ยกเลิกสัญญาโครงการปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ตะโลมาเนาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หรือ "มัสยิด 300 ปี" โดยย้ำว่าเป็นแค่การยกเลิกสัญญากับบริษัทเอกชน ไม่ใช่การล้มโครงการ และเตรียมให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นเจ้าภาพเดินหน้าโครงการต่อไป
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. ลงนามเห็นชอบให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ยกเลิกสัญญากับบริษัทเอกชน ในโครงการปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ตะโละมาเนาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หรือที่รู้จักกันในนาม "มัสยิด 300 ปี"
ลานหินขนาดใหญ่บนยอดเขาโต๊ะบีแด ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา กำลังเป็นจุดหมายปลายทางของนักผจญภัยที่ต้องการไปสัมผัสแสงแรกและแสงสุดท้าย พร้อมสูดกลิ่นไอทะเลหมอก ณ ดินแดนแสนไกลที่หลายคนไม่คิดว่าจะมีความงามของธรรมชาติเยี่ยงนี้
การตรวจสอบโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับการทุจริต "งบอุดหนุนรายหัวนักเรียน" มีมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะในยุคที่มี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่การเชื่อมโยงไปถึงการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน ยังมีหลักฐานไม่ชัดนัก
ตั้งแต่เช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ. จนถึงช่วงสายของวันจันทร์ที่ 12 ก.พ.61 เกิดเหตุลอบวางระเบิด ซึ่งมีทั้งระเบิดไปแล้ว และเจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้ทัน รวมๆ แล้วมากถึง 14 จุดใน 3 อำเภอของ จ.ปัตตานี คือ อ.สายบุรี อ.ยะหริ่ง และ อ.ยะรัง
"ผมจะไปแก้ปัญหาภาคใต้ และขอให้ความมั่นใจกับทุกๆ คนว่า เมื่อผมมารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ผมจะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เราต้องรวมกันได้ ราษฎรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจะต้องหาทางแก้ไข ปัญหาผู้มีอิทธิพลต้องหาข้อมูลว่า อะไรเป็นเงื่อนไขการแตกแยกของคนไทยมุสลิมและไทยพุทธเราต้องขจัดออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและมาเลเซียจะต้องยกระดับอันดีต่อกัน..."
"ตอนนั้นกำลังขายของอยู่หน้าประตูโรงเรียน ได้ยินเสียงระเบิดก็ตกใจ ขาสั่นกลัวไปหมด ใจหนึ่งก็นึกถึงลูก นึกถึงเด็กๆ ที่วิ่งอยู่ข้างบนอาคารเรียน ก็รีบวิ่งไปดู พอเราไปถึง เด็กๆ ก็เห็นเรา เขาก็รีบวิ่งมาหาเรา มากอด ร้องไห้ ที่กรีดร้องก็มี หลายคนกอดกันเอง เด็กเขากลัวมาก เราผู้ใหญ่ยังตกใจ ยิ่งเด็กเล็กยิ่งน่าสงสาร ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย"
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบเริ่มคลี่คลาย การฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นของ "อารยธรรมมลายู" ก็เกิดขึ้น
แม้ข่าวลอบยิง ลอบวางระเบิดทหารพรานชายแดนใต้จะเกิดขึ้นบ่อยๆ จนแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาจากปลายด้ามขวาน ในฐานะกองกำลังติดอาวุธที่เป็นคู่ต่อกรกับกลุ่มก่อความไม่สงบ