รัฐไฟเขียวตั้งคณะกรรมการเยียวยาเหยื่อไฟใต้ "ประชา พรหมนอก" นั่งประธาน ดึงทุกฝ่ายร่วมทั้งภาครัฐ ศอ.บต. เอ็นจีโอ ประชาชน เคาะตัวเลขรายละ 5 ล้าน ยึดคำสั่งศาลคดี "อิหม่ามยะผา" เป็นบรรทัดฐาน เผยทำหน้าที่คล้าย กอส.ในอดีต ชงแนวทางดับไฟใต้ แถมเชิญทูตจากประเทศมุสลิมในโอไอซีร่วมวงประชุมด้วย
การเดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เที่ยวล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อวันอังคารที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา หน่วยในพื้นที่ทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รายงาน ผบ.ทบ.ว่า ปีหน้าจะใช้งบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่กว่า 10,000 ล้านบาท
การเตรียมจัดตั้ง “กองทัพน้อยที่ 4” หรือ ทน.4 ของกองทัพบก เพื่อรับผิดชอบและแบ่งเบาภาระของกองทัพภาคที่ 4 ในภารกิจแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กำลังถูกตั้งคำถามจากคนในกองทัพเองว่าเป็นโครงการที่คุ้มค่าแค่ไหน หนำซ้ำยังสวนทางกับแผนแม่บทปฏิรูปกระทรวงกลาโหมที่ให้ยุบกองทัพน้อยที่มีอยู่ 3 กองทัพในปัจจุบันภายในปี 2559 ด้วย
หลังจากถูกวิจารณ์มาระยะหนึ่งว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เห็นมีนโยบายดับไฟใต้อะไรเลย และที่เคยประกาศไว้ตอนหาเสียงก็ไม่ทำ (นโยบายจัดตั้งนครปัตตานี) ล่าสุดที่ประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ได้คลอดนวัตกรรม “องค์กรดับไฟใต้” ขึ้นมาใหม่แล้ว ชื่อว่า "ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ใช้ตัวย่อว่า “ศบ.กช.”
ไฟใต้ฮือขึ้นอีกรอบหลังจากเกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ที่กระตุกความสนใจของสังคม โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดรถทหารพรานและยิงซ้ำกระทั่งสูญเสียกำลังพลทีเดียว 5 นาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ก.ย. ถัดจากนั้นวันเดียวก็เกิดเหตุระเบิดทั้งคาร์บอมบ์และมอเตอร์ไซค์บอมบ์รวม 3 จุดที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย บาดเจ็บกว่า 40 คน
ทีมข่าวอิศราได้นำเสนอสกู๊ปพิเศษชุด “ผ่าโครงสร้างใหม่ทหารพราน” ตอนที่ 1 เล่าถึงมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอให้จัดตั้งกรมทหารพรานเพิ่มขึ้นอีก 4 กรม 60 กองร้อย งบประมาณ 2,692 ล้านบาทเศษ เพื่อใช้ในภารกิจแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทดแทนกำลังทหารหลักที่จะทะยอยถอนออกจากพื้นที่
ปัญหาการแย่งพื้นที่ทำกินของผู้คนรอบอ่าวปัตตานี เป็นอีกหนึ่งวิกฤติที่รุนแรงไม่แพ้ปัญหาความไม่สงบ เพราะกำลังบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชน 2 กลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ชื่อบ้านเกาะแลหนัง ตกเป็นข่าวครึกโครมเล็กๆ บนหน้าหนังสือพิมพ์รายวันเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว หลังเกิดเหตุการณ์สุดอุกอาจเมื่อกลุ่มคนร้ายหลายสิบคนบุกเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของหน่วยพัฒนาสันติ 42-3 ซึ่งประกอบกำลังร่วมกันทั้งทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และอาสารักษาดินแดน (อส.) ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านเกาะแลหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา
แม้พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 หรือเรียกง่ายๆ ว่า พ.ร.บ.ศอ.บต. ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมารองรับอำนาจและการทำหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ จึงยังมีประเด็นที่เป็นข้อข้องใจในการปฏิบัติตามกฎหมายอยู่หลายประเด็น
พระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทรงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันเร่งหาวิธีคืนความสงบสุขให้กับดินแดนปลายสุดด้ามขวานนั้น สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ภาคใต้ ณ ปัจจุบันหนักหน่วงรุนแรงเพียงใด