Text Size
ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชน

Recommend Print

ปัญหาและความคิดเห็นเรื่องนโยบายรับจำนำมันสำปะหลัง

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2012 เวลา 11:06 น. เขียนโดย isranews หมวด คลังข้อมูล, ชุมชน

ปัญหาและความคิดเห็นเรื่องนโยบายรับจำนำมันสำปะหลัง

โดย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย(BioThai)


1. สถานการณ์นโยบาย

การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 15 มกราคม 2555  เห็นชอบให้รับจำนำหัวมันสำปะหลังสดเริ่มต้นที่กก.ละ 2.75 บาทโดยจะสิ้นสุดโครงการรับจำนำในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งราคารับจำนำจะเป็นในลักษณะขั้นบันได เดือนสุดท้ายจะรับจำนำที่ 2.90 บาทต่อกิโลกรัม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 พฤษภาคม 2555 กำหนดให้เกษตรกรจำนำมันสำปะหลังไม่เกิน 350,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 250 ตัน  โดยคาดว่าจะใช้วงเงินรวมกว่า 33,000 ล้านบาท

2. นโยบายในอดีต

ในสมัยรัฐบาลที่แล้วมีนโยบายประกันรายได้ โดยปี 2552/53 ประกันที่ 1.7 บาทต่อกก. และปี 2553/2554 ที่ราคา 1.90 บาทต่อ กก. อีกทั้งมีเงื่อนไขว่าเกษตรกรผู้มีสิทธิทำสัญญา เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกมันสำปะหลัง มีการตรวจสอบปริมาณและรับรองความเป็นเกษตรกรอย่างถูกต้อง  จำกัดปริมาณที่ครัวเรือนละ 100 ตัน คิดเป็นเงินจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาระหว่างราคาประกันกับราคาตลาดอ้างอิงวงเงิน เบื้องต้น 10,692 ล้านบาท
ต้นทุนจากมติครม.เมื่อปี 2552 ใช้เกณฑ์ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศ (กก.ละ 1.21 บาท) บวกค่าขนส่ง (กก.ละ 0.15 บาท) และคิดผลตอบแทนให้เกษตรกรร้อยละ 25 (กก.ละ 0.34 บาท)

3. ปัญหาอื่น

ที่ผ่านมามันสำปะหลังมีปัญหาเพลี้ยแป้ง โดยผลสำรวจของ 4 สมาคมเชื่อว่า ผลผลิตมันสำปะหลังในปี 2552/53 น่า จะลดลงไปอีกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10-20 จากผลผลิตที่คาดการณ์กันไว้ล่าสุดที่ตัวเลข 27.7 ล้านตัน หรือลดลงเหลือ 21-24 ล้านตัน

4 . ราคารับซื้อปัจจุบัน

ราคาหัวมันสด (เชื้อแป้ง 30 %) ณ โรงแป้ง จ. นครราชสีมา บาท/กก.  16 มกราคม 55 ราคา 2.50 - 2.65 บาทต่อกก.  โดยเกษตรกรนาย ระพิน บุญตาม กรรมการสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังบอกว่าต้นทุนการผลิตอยู่ที่  2.40 บาทต่อกิโลกรัม

5. การเคลื่อนไหวของเกษตรกร

- 26ธ.ค. 54 นายอัควัฒน์ กิตติพงษ์ภากร อุบนายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลัง เดินทางมายื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการรับจำนำหัวมันสำปะหลังราคากิโลกรัมละ 3 บาท ที่เชื้อแป้ง 25% ราคาเดียวจนถึงเดือนพ.ค.2555  และให้รับจำนำมันสำปะหลังทุกหัวไม่จำกัดจำนวน

- 11 ม.ค. 55 เวลา เกษตรกร จ.ตราดเข้าพบกับจังหวัดพร้อมผู้ค้าได้ประชุมร่วมกับจังหวัด เรียกร้องให้มีการรับซื้อหัวมันหรือประกันราคา  3 บาท โดยเร็วโดยคุณรัชนี วีระกุล ประธานชมรมผู้ค้าสินค้าเกษตรชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงว่า การซื้อมันจากฝั่งกัมพูชา เป็นการซื้อมันเส้นเป็นส่วนใหญ่และซื้อเพื่อทำการส่งออก จึงไม่กระทบกับการรับซื้อหัวมันสดในประเทศ เหตุที่ราคาลดต่ำลงเนื่องจากการส่งออกลดน้อยลงและราคาส่งออกมันเส้นลดจาก 260 เหรียญ/ตัน ในเดือนธันวาคม 54 เหลือ 240 เหรียญ/ตัน ดังกล่าว

-15 ม.ค. 2555 ได้มีเกษตรกรชาวศรีสะเกษที่ปลูกมันสำปะหลัง จำนวนประมาณ 200 คน ปิดถนนสายโชคชัย-เดชอุดมเรียกร้องเพราะต้นทุนลงทุนปลูกมัน 1 บาท 75สตางค์ ต่อ กก.แต่เมื่ออมาขายแล้วได้ราคาเพียง 2 บาท 35 สตางค์ ทำให้ขาดทุน เรียกร้องให้ได้กก.ละ 3 บาท ต่อแป้ง 25 % สุดท้ายสรุปพ่อค้ารับซื้อ กก.ละ 2.60 บาท ไม่วัดเปอร์เซ็นต์แป้ง ทำให้เกษตรกรพอใจสลายการชุมนุม
-18 ม.ค.55กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จากพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอย จ.จันทบุรี และกลุ่มเกษตรกร จ.สระแก้ว อ.คลองหาด อ.วังสมบรูณ์ประมาณ 300 คนประท้วงปิดถนน เรียกร้องให้  1.ให้ลานมันที่รับซื้อหัวมันให้ในราคา 2.50 บาท 2.ขอให้หยุดการรับซื้อจากฝั่งกัมพูชา 3.ขอให้รับซื้อภายในวันที่ 20 ม.ค.55     

6. ความกังวล

ตัวอย่างเช่น นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เห็นว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรขุดมันสำปะหลังออกมาขายเป็นจำนวนมาก เพราะต้องการใช้เงินจึงกังวลว่ามันสำปะหลังจะตกไปอยู่ในมือผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากแล้ว จึงต้องมีการตรวจสอบความเป็นเจ้าของมันสำปะหลังให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นประโยชน์ของการรับจำนำจะไม่ถึงมือเกษตรกร รวมไปถึงมันสำปะหลังที่อาจผ่านเข้ามาตามแนวชายแดนด้วย

7. มันสำปะหลังในกัมพูชา

กัมพูชามีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 20,000 แฮกแตร์ หรือ 150,000 ไร่ มีแหล่งเพาะปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัด กัมปงจาม เสียมราฐ กัมปงสะปือ กัมปงธม และพระตะบอง ผลผลิตเฉลี่ย 5 ตัน/ไร่ และปริมาณผลผลิตอยู่ในเกณฑ์สูงเพราะดินยังมีความอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ที่ใช้ปลูกบางส่วนเป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศไทย เช่น ระยอง 5 และเกษตรศาสตร์ 50 เกษตรกรในจังหวัดพระตะบองซึ่งอยู่ติดชายแดนไทยมีการนำเข้าพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงจากไทยเข้าไปปลูกต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังทั้งหมดประมาณ 3,100 บาท/ไร่  หรือ 62 สตางค์ต่อกก. ต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังในกัมพูชาจึงต่ำกว่าไทย 2-4 เท่า (แล้วแต่อ้างอิงตัวเลขต้นทุนของรัฐบาลหรือเกษตรกร)

8. ความเห็นของไบโอไทย

1) การรับจำนำเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่ยั่งยืนเพราะไม่ได้นำไปสู่การปรับโครงสร้างและประสิทธิภาพในการผลิต ปัญหาการจำนำคือเป็นการนำภาษีของประชาชนไปสนับสนุนผู้บริโภคในต่างประเทศ ทำลายกลไกการตลาด และเปิดช่องทางการคอรรับชั่นมากมาย ถ้าจำเป็นต้องเลือกนโยบายน่าจะออกแบบให้เป็นการสนับสนุนรายได้โดยตรงต่อเกษตรกรมากกว่า เพราะใช้เงินน้อยกว่า ไม่ทำลายกลไกตลาด กระจายไปสู่เกษตรกรรายย่อยได้มากกว่า เป็นต้น

2) เงินจะไหลไปสู่พ่อค้าลานมัน เพราะหัวมันอยู่ในมือพ่อค้าแล้ว เกษตรกรจะถูกสวมสิทธิ์ ลานมันจะได้ประโยชน์ โดยที่สำคัญที่สุดคือการนำเข้ามันสำปะหลังราคาถูกจากเพื่อนบ้าน โดยต้นทุนการผลิตมันของไทยอยู่ที่ 1.36 บาท/กก.(ตัวเลของรัฐรวมขนส่งปี 2552) แต่ของกัมพูชาอยู่ที่ 0.62 บาท/กก.(รวมขนส่ง) เท่ากับเป็นการสนับสนุนเกษตรกรในต่างประเทศด้วย

3) ทางออกคือ

- หนึ่งแปรรูปมันสำปะหลังในรูปวิสาหกิจชุมชนอย่าขายเป็นวัตถุดิบเด็ดขาด เช่น นำวมันสำปะหลังผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ อาหารสัตว์ ไบโอพลาสติค แอลกอฮอล์ เป็นต้น

- สอง ปรับเป็นการผลิตแบบผสมผสานเพิ่มการผลิตอาหารในไร่มันทั้งเพื่อกินในครอบครัวและเพื่อขายเพราะแนวโน้มสินค้าอาหารมีราคาแพง เป็นการลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว และลดความเสี่ยง

- สาม ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพใช้อินทรีย์วัตถุและปุ๋ยชีวภาพแต่ไม่ใช่ที่โฆษณาว่าได้รายได้ไร่ละแสนซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริงและอาจแอบอ้างขายจุลินทรีย์ราคาแพงทั้งๆที่ทำเองได้

ปัญหาและความคิดเห็นเรื่องนโยบายรับจำนำมันสำปะหลัง

1. สถานการณ์นโยบาย

การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 15 มกราคม 2555

เห็นชอบให้รับจำนำหัวมันสำปะหลังสดเริ่มต้นที่กก.ละ 2.75 บาทโดยจะสิ้นสุดโครงการรับจำนำในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งราคารับจำนำจะเป็นในลักษณะขั้นบันได เดือนสุดท้ายจะรับจำนำที่ 2.90 บาทต่อกิโลกรัม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 พฤษภาคม 2555 กำหนดให้เกษตรกรจำนำมันสำปะหลังไม่เกิน 350,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 250 ตัน  โดยคาดว่าจะใช้วงเงินรวมกว่า 33,000 ล้านบาท

2. นโยบายในอดีต

ในสมัยรัฐบาลที่แล้วมีนโยบายประกันรายได้ โดยปี 2552/53 ประกันที่ 1.7 บาทต่อกก. และปี 2553/2554 ที่ราคา 1.90 บาทต่อ กก. อีกทั้งมีเงื่อนไขว่าเกษตรกร​ผู้มีสิทธิ​ทำสัญญา ​เป็น​เกษตรกรที่ขึ้นทะ​เบียน​ผู้ปลูกมันสำปะหลัง มี​การตรวจสอบปริมาณ​และรับรอง​ความ​เป็น​เกษตรกรอย่างถูกต้อง  ​จำกัดปริมาณที่ครัว​เรือนละ 100 ตัน คิดเป็นเงินจ่ายชด​เชยส่วนต่างราคาระหว่างราคาประกันกับราคาตลาดอ้างอิงวง​เงิน ​เบื้องต้น 10,692 ล้านบาท

ต้นทุนจากมติครม.เมื่อปี 2552 ใช้เกณฑ์ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศ (กก.ละ 1.21 บาท) บวกค่าขนส่ง (กก.ละ 0.15 บาท) และคิดผลตอบแทนให้เกษตรกรร้อยละ 25 (กก.ละ 0.34 บาท)

3. ปัญหาอื่น

ที่ผ่านมามันสำปะหลังมีปัญหาเพลี้ยแป้ง โดยผลสำรวจของ 4 สมาคมเชื่อว่า ผลผลิตมันสำปะหลังในปี 2552/53 น่า จะลดลงไปอีกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10-20 จากผลผลิตที่คาดการณ์กันไว้ล่าสุดที่ตัวเลข 27.7 ล้านตัน หรือลดลงเหลือ 21-24 ล้านตัน

4 . ราคารับซื้อปัจจุบัน

ราคาหัวมันสด (เชื้อแป้ง 30 %) ณ โรงแป้ง จ. นครราชสีมา บาท/กก.  16 มกราคม 55 ราคา 2.50 - 2.65 บาทต่อกก.  โดยเกษตรกรนาย ระพิน บุญตาม กรรม​การสมาคมชาว​ไร่มันสำปะหลังบอกว่าต้นทุน​การผลิตอยู่ที่  2.40 บาทต่อกิโลกรัม

5. การเคลื่อนไหวของเกษตรกร

-26ธ.ค. 54 ​นายอัควัฒน์ กิตติพงษ์ภากร อุบนายกสมาคมชาว​ไร่มันสำปะหลัง ​เดินทางมายื่นหนังสือ​ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้รัฐบาลดำ​เนิน​โครง​การรับจำนำหัวมันสำปะหลังราคากิ​โลกรัมละ 3 บาท ที่​เชื้อแป้ง 25% ราคา​เดียวจน​ถึง​เดือนพ.ค.2555  และให้รับจำนำมันสำปะหลังทุกหัว​ไม่จำกัดจำนวน

- 11 ม.ค. 55 เวลา เกษตรกร จ.ตราดเข้าพบกับจังหวัดพร้อมผู้ค้าได้ประชุมร่วมกับจังหวัด เรียกร้องให้มีการรับซื้อหัวมันหรือประกันราคา  3 บาท โดยเร็วโดยคุณรัชนี วีระกุล ประธานชมรมผู้ค้าสินค้าเกษตรชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงว่า การซื้อมันจากฝั่งกัมพูชา เป็นการซื้อมันเส้นเป็นส่วนใหญ่และซื้อเพื่อทำการส่งออก จึงไม่กระทบกับการรับซื้อหัวมันสดในประเทศ เหตุที่ราคาลดต่ำลงเนื่องจากการส่งออกลดน้อยลงและราคาส่งออกมันเส้นลดจาก 260 เหรียญ/ตัน ในเดือนธันวาคม 54 เหลือ 240 เหรียญ/ตัน ดังกล่าว

-15 ม.ค. 2555 ได้มีเกษตรกรชาวศรีสะเกษที่ปลูกมันสำปะหลัง จำนวนประมาณ 200 คน ปิดถนนสายโชคชัย-เดชอุดมเรียกร้องเพราะต้นทุนลงทุนปลูกมัน 1 บาท 75สตางค์ ต่อ กก.แต่เมื่ออมาขายแล้วได้ราคาเพียง 2 บาท 35 สตางค์ ทำให้ขาดทุน เรียกร้องให้ได้กก.ละ 3 บาท ต่อแป้ง 25 % สุดท้ายสรุปพ่อค้ารับซื้อ กก.ละ 2.60 บาท ไม่วัดเปอร์เซ็นต์แป้ง ทำให้เกษตรกรพอใจสลายการชุมนุม

- 18 ม.ค.55กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จากพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอย จ.จันทบุรี และกลุ่มเกษตรกร จ.สระแก้ว อ.คลองหาด อ.วังสมบรูณ์ประมาณ 300 คนประท้วงปิดถนน เรียกร้องให้  1.ให้ลานมันที่รับซื้อหัวมันให้ในราคา 2.50 บาท 2.ขอให้หยุดการรับซื้อจากฝั่งกัมพูชา 3.ขอให้รับซื้อภายในวันที่ 20 ม.ค.55      

6. ความกังวล

ตัวอย่างเช่น นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เห็นว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรขุดมันสำปะหลังออกมาขายเป็นจำนวนมาก เพราะต้องการใช้เงินจึงกังวลว่ามันสำปะหลังจะตกไปอยู่ในมือผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากแล้ว จึงต้องมีการตรวจสอบความเป็นเจ้าของมันสำปะหลังให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นประโยชน์ของการรับจำนำจะไม่ถึงมือเกษตรกร รวมไปถึงมันสำปะหลังที่อาจผ่านเข้ามาตามแนวชายแดนด้วย

7. มันสำปะหลังในกัมพูชา

กัมพูชามีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 20,000 แฮกแตร์ หรือ 150,000 ไร่ มีแหล่งเพาะปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัด กัมปงจาม เสียมราฐ กัมปงสะปือ กัมปงธม และพระตะบอง ผลผลิตเฉลี่ย 5 ตัน/ไร่ และปริมาณผลผลิตอยู่ในเกณฑ์สูงเพราะดินยังมีความอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ที่ใช้ปลูกบางส่วนเป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศไทย เช่น ระยอง 5 และเกษตรศาสตร์ 50 เกษตรกรในจังหวัดพระตะบองซึ่งอยู่ติดชายแดนไทยมีการนำเข้าพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงจากไทยเข้าไปปลูกต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังทั้งหมดประมาณ 3,100 บาท/ไร่  หรือ 62 สตางค์ต่อกก. ต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังในกัมพูชาจึงต่ำกว่าไทย 2-4 เท่า (แล้วแต่อ้างอิงตัวเลขต้นทุนของรัฐบาลหรือเกษตรกร)

8. ความเห็นของไบโอไทย

1) การรับจำนำเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่ยั่งยืนเพราะไม่ได้นำไปสู่การปรับโครงสร้างและประสิทธิภาพในการผลิต ปัญหาการจำนำคือเป็นการนำภาษีของประชาชนไปสนับสนุนผู้บริโภคในต่างประเทศ ทำลายกลไกการตลาด และเปิดช่องทางการคอรรับชั่นมากมาย ถ้าจำเป็นต้องเลือกนโยบายน่าจะออกแบบให้เป็นการสนับสนุนรายได้โดยตรงต่อเกษตรกรมากกว่า เพราะใช้เงินน้อยกว่า ไม่ทำลายกลไกตลาด กระจายไปสู่เกษตรกรรายย่อยได้มากกว่า เป็นต้น

2) เงินจะไหลไปสู่พ่อค้าลานมัน เพราะหัวมันอยู่ในมือพ่อค้าแล้ว เกษตรกรจะถูกสวมสิทธิ์ ลานมันจะได้ประโยชน์ โดยที่สำคัญที่สุดคือการนำเข้ามันสำปะหลังราคาถูกจากเพื่อนบ้าน โดยต้นทุนการผลิตมันของไทยอยู่ที่ 1.36 บาท/กก.(ตัวเลของรัฐรวมขนส่งปี 2552) แต่ของกัมพูชาอยู่ที่ 0.62 บาท/กก.(รวมขนส่ง) เท่ากับเป็นการสนับสนุนเกษตรกรในต่างประเทศด้วย

3) ทางออกคือ

- หนึ่งแปรรูปมันสำปะหลังในรูปวิสาหกิจชุมชนอย่าขายเป็นวัตถุดิบเด็ดขาด เช่น นำวมันสำปะหลังผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ อาหารสัตว์ ไบโอพลาสติค แอลกอฮอล์ เป็นต้น

- สอง ปรับเป็นการผลิตแบบผสมผสานเพิ่มการผลิตอาหารในไร่มันทั้งเพื่อกินในครอบครัวและเพื่อขายเพราะแนวโน้มสินค้าอาหารมีราคาแพง เป็นการลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว และลดความเสี่ยง

- สาม ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพใช้อินทรีย์วัตถุและปุ๋ยชีวภาพแต่ไม่ใช่ที่โฆษณาว่าได้รายได้ไร่ละแสนซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริงและอาจแอบอ้างขายจุลินทรีย์ราคาแพงทั้งๆที่ทำเองได้

เรื่องเด่น

เปิดรายงาน สตง."งบใต้"พุ่งไม่หยุด (อีก 1-2 ปีแตะ 2...

เปิดรายงาน สตง."งบใต้"พุ่งไม่หยุด (อีก 1-2 ปีแตะ 2 แสนล้าน!)

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012 เวลา 11:42 น.
ในขณะที่รัฐบาลกำลังโหมกระแสการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการบ...
สรุปโมเดล สสร. 99 คน ยกร่างรธน. 240 วัน ห้ามแก้หมวดกษัตริย์

สรุปโมเดล สสร. 99 คน ยกร่างรธน. 240 วัน ห้ามแก้หมวดกษัตริย์

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 เวลา 17:00 น.
กระบวนการที่จะนำไปสู่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มีความคืบหน้าไปอีกขั้นตอนหนึ่ง เมื่อรัฐบาลสามารถ...
งบดับไฟใต้ปี 56 ปรับเพิ่ม 3 พันล้าน สองหน่วยสำคัญ "กอ.ร...

งบดับไฟใต้ปี 56 ปรับเพิ่ม 3 พันล้าน สองหน่วยสำคัญ "กอ.รมน.-ศอ.บต." อู้ฟู่!

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 เวลา 12:04 น.
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎ...
เปิดชื่อ 60 แฟรนไชส์ 6 สถาบัน ปริญญาตกมาตรฐาน

เปิดชื่อ 60 แฟรนไชส์ 6 สถาบัน ปริญญาตกมาตรฐาน

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 18:20 น.
สกอ.ประเมินผลอุดมศึกษา เบื้องต้นพบ 6 สถาบันเปิด “แฟรนไชส์” กว่า 60 ศูนย์จัดการเรียนการสอนไม่ได้มาต...
Invasion of

Invasion of "red" villages in the South

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 05:40 น.
Unlike the Northeast and the North which are regarded as the home bases of the red shirts, the south...
อ่านทั้งหมด
สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
Thaireform - ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน สถาบันอิศรา
ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.