Text Size
เวทีทัศน์

Recommend Print

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทางรอดเศรษฐกิจไทย

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 09:59 น. เขียนโดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หมวด เวทีทัศน์

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2558 นอกจากจะทำให้อาเซียนมีตลาด มีฐานการผลิตร่วมกัน  มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ  การลงทุน  เงินทุน  และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรีแล้ว ยังขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันของประเทศสมาชิกให้สะดวกและมีศักยภาพในการแข่งขันกับโลก ทำให้อาเซียนเป็นเขตการลงทุนที่น่าสนใจทัดเทียมจีน และอินเดีย การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะทำให้การแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนรุนแรงมากขึ้น แต่ถ้าประเทศไทยสามารถสู้ได้ก็จะได้รับประโยชน์อย่างมาก

ประเทศไทย ในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อดึงการค้า การลงทุน และการบริการ จากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด ทั้งภาคบริการ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และ logistics ด้วยปัจจัยที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบในแง่ของการเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน เชื่อมระหว่างอาเซียนเก่า ( ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ บรูไน)  และอาเซียนใหม่ ( พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม)

จีน  เป็นประเทศหนึ่งที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจจีน ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2554 มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ร้อยละ 9.2 คิดเป็น มูลค่า GDP เท่ากับ 7.26 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนในปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวร้อยละ 8.2 - 8.8 แม้จะเป็นอัตราการขยายตัวที่ลดลงจากปี 2554 แต่จีนยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพการลงทุนสูง โดยเฉพาะการลงทุนต่างประเทศของจีน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนเพียงครึ่งหนึ่งของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในจีน และอนาคตนับจากนี้ไปจีนจะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยดังกล่าว ประเทศไทยควรแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกับจีนให้มากที่สุด ทั้งด้านการค้า การลงทุน การบริการ และการท่องเที่ยว โดยอาศัยความได้เปรียบของประเทศไทยด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน เชื่อมระหว่างอาเซียนเก่า และอาเซียนใหม่ ซึ่งจะทำให้สินค้าและบริการของจีนเข้าสู่ตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันประเทศไทยยังเป็นฐานสำคัญในการส่งออกสินค้าสู่ตลาดจีน

แม้ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบหลายด้านในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน แต่จะนิ่งนอนใจไม่ได้ ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว เพื่อต่อสู้กับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้แต่ละประเทศมีการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของตัวเองอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียนใหม่ ซึ่งประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ไทยจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศ

ไทยต้องเตรียมความพร้อมมีการบริหารจัดการเชิงรุก มองทั้งมุมบวกและลบศึกษาเป็นรายประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มอาเซียนใหม่ ขณะเดียวกันภาครัฐต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการดึงเม็ดเงินลงทุนด้วยการดูแลการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ลดกฎระเบียบที่มีความซับซ้อน ปรับโครงสร้างภาษีให้ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างภาษีของไทยมีการจัดเก็บในอัตราที่สูง เป็นอุปสรรคสำคัญในการลงทุนจากต่างประเทศ ความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบ Logistics รองรับการลงทุน

พม่า จะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของประเทศไทย จากการที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าเปิดประเทศ เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) พม่าจะกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจในสายตาต่างชาติ และนำมาซึ่งสู่การลงทุนในหลายด้าน และด้วยปัจจัยที่พม่ามีทรัพยากรทางธรรมชาติจำนวนมาก มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) เพียง 1 ใน 11 ของประเทศไทย มีพื้นที่มากกว่าไทยถึงร้อยละ 20 และหากการเมืองในพม่ามีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น พม่าจะกลายเป็นประเทศที่มีศักยภาพน่าลงทุนมาก

แนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นของพม่า เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องปรับตัวโดยเร็ว โดยเฉพาะ ด้านแรงงานที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานพม่าอยู่อย่างถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายกว่า 4-5 ล้านคน และมีแนวโน้มว่าแรงงานพม่าเหล่านี้จะเดินทางกลับถิ่นฐานเพื่อกลับไปเป็นแรงงานที่มีคุณภาพในพม่า  และการบริหารจัดการ ด้านการลงทุนที่เปลี่ยนไปตามปัจจัยที่ได้รับผลกระทบด้านแรงงาน ไทยจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยเพิ่มขึ้น พัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี ในขณะเดียวก็ต้องพัฒนาด้านภาษาไปพร้อมๆ กันด้วยเพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีปัญหามากในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ในขณะที่พม่าสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

หากประเทศไทยยังไม่เร่งปรับตัว ให้พร้อมกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ก็มีโอกาสสูงที่การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยจะอยู่ในระนาบเดียวกับพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม และมีความเป็นไปได้ที่การพัฒนาเศรษฐกิจของพม่า จะแซงหน้าประเทศไทยได้ในอนาคต

ข้อมูลจาก :  http://www.cpthailand.com

เรื่องเด่น

เปิดรายงาน สตง."งบใต้"พุ่งไม่หยุด (อีก 1-2 ปีแตะ 2...

เปิดรายงาน สตง."งบใต้"พุ่งไม่หยุด (อีก 1-2 ปีแตะ 2 แสนล้าน!)

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012 เวลา 11:42 น.
ในขณะที่รัฐบาลกำลังโหมกระแสการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการบ...
สรุปโมเดล สสร. 99 คน ยกร่างรธน. 240 วัน ห้ามแก้หมวดกษัตริย์

สรุปโมเดล สสร. 99 คน ยกร่างรธน. 240 วัน ห้ามแก้หมวดกษัตริย์

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 เวลา 17:00 น.
กระบวนการที่จะนำไปสู่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มีความคืบหน้าไปอีกขั้นตอนหนึ่ง เมื่อรัฐบาลสามารถ...
งบดับไฟใต้ปี 56 ปรับเพิ่ม 3 พันล้าน สองหน่วยสำคัญ "กอ.ร...

งบดับไฟใต้ปี 56 ปรับเพิ่ม 3 พันล้าน สองหน่วยสำคัญ "กอ.รมน.-ศอ.บต." อู้ฟู่!

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012 เวลา 12:04 น.
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎ...
เปิดชื่อ 60 แฟรนไชส์ 6 สถาบัน ปริญญาตกมาตรฐาน

เปิดชื่อ 60 แฟรนไชส์ 6 สถาบัน ปริญญาตกมาตรฐาน

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 18:20 น.
สกอ.ประเมินผลอุดมศึกษา เบื้องต้นพบ 6 สถาบันเปิด “แฟรนไชส์” กว่า 60 ศูนย์จัดการเรียนการสอนไม่ได้มาต...
Invasion of

Invasion of "red" villages in the South

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 05:40 น.
Unlike the Northeast and the North which are regarded as the home bases of the red shirts, the south...
อ่านทั้งหมด
สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
Thaireform - ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน สถาบันอิศรา
ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.