ศูนย์นิติศาสตร์ มธ. แถลงผล ศาลตัดสินจำคุก ‘สาวซีวิค’ 2 ปีรออาญา 3 ปี
ทีมกฎหมาย มธ. เผยพอใจคำตัดสินศาลอาญาคดีอุบัติเหตุบนทางด่วนโทลเวย์ เตรียมดำเนินคดีแพ่งต่อ หลังคดีอาญาสิ้นสุด ชี้เรียกค่าเสียหายตามบรรทัดฐาน
วันที่ 1 สิงหาคม คณะกรรมการกฎหมายเพื่อดูแลคดีที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุบนทางด่วนโทลเวย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงถึงผลของการดำเนินคดีอาญาและแนวทางการดำเนินคดีกรณีอุบัติเหตุบนทางด่วนโทลเวย์ ภายหลังที่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้มีคำพิพากษาในคดีอาญากรณีอุบัติเหตุบนทางด่วนโทลเวย์ โดยที่คณะกรรมการฯ ทนายความของศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายตามการร้องขอของผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ
คณะกรรมการฯ กล่าวว่า ศาลเยาวชนฯ ได้อ่านคำพิพากษาซึ่งมีใจความโดยสรุปว่า จำเลยมีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและสาหัส จึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี แต่ให้รอการลงโทษมีกำหนด 3 ปี พร้อมกับกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติจำเลยหลายประการ ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการฯ เชื่อมั่นว่าผลของคดีจะได้เป็นบรรทัดฐานสำหรับทุกฝ่าย รวมถึงผู้ปกครองจะได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการปล่อยให้ผู้เยาว์ในความปกครองของตนขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยที่มีมากขึ้นบนท้องถนนของประเทศไทยต่อไป
ในส่วนของคดีแพ่ง ซึ่งผู้เสียหายโดยทนายความของศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง จำนวน 13 คดี โดยฟ้องเยาวชนผู้ก่อเหตุและบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งจะต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายนั้น ศาลแพ่งยังไม่ได้พิพากษาเนื่องจากว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อเท็จจริงในคดีอาญาย่อมผูกพันไปถึงคดีแพ่ง จึงต้องรอให้คำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุดก่อน ซึ่งในขณะนี้คดีอาญายังไม่ถึงที่สุดเนื่องจากคู่ความมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ภายใน 30 วันหลังจากมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น
คณะกรรมการฯ กล่าวถึงเรื่องค่าเสียหายในทางแพ่งด้วยว่า ทนายความของศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เสียหาย ได้พิจารณาบนพื้นฐานของสิทธิตามกฎหมายของผู้เสียหาย ทั้งนี้ ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแก่ผู้เสียหายแต่ละราย โดยพิจารณาจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ได้เคยตัดสินเป็นบรรทัดฐานเอาไว้ มิได้มีการใช้สิทธิเกินเลยไปจากที่กฎหมายกำหนด หรือเกินเลยไปจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่เคยตัดสินไว้แต่ประการใด ซึ่งเมื่อคดีอาญาถึงที่สุดแล้วจะได้มีการแถลงให้สาธารณชนทราบในเรื่องนี้ต่อไป
