ทวนความหลัง “น้ำท่วมใหญ่” จ.อยุธยา - “ผมรอดมาได้เพราะภาพไม่กี่ใบ”
ทวนความหลัง “น้ำท่วมใหญ่” วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร จ. อยุธยา – ผ่านชีวิตพ่อค้ารูปถ่าย “ผมรอดมาได้เพราะภาพไม่กี่ใบ”?

“ผมกับครอบครัวรอดมาได้ก็เพราะภาพพวกนี้ ”
“นิวัฒน์ หนักแผน” ชายวัยกลางคน อายุประมาณ 57 ปี เจ้าของร้านขายรูปที่ระลึก แหล่งขายของฝากที่ระลึกหลังวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร จังหวัดอยุธยา ตอบคำถามเสียงดังฟังชัด
ถึงภาพถ่ายโบราณสถานสำคัญหลายแห่งในจังหวัดอยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมขัง ในช่วงปลายปี 2554 จำนวนนับร้อยภาพที่วางเรียงรายบนแผงขายของหน้าร้านของตนเอง
“ผมขายไม่แพงนะ ภาพเล็กราคา 10 บาท ภาพใหญ่ ขึ้นมาหน่อย ก็ประมาณ 20 บาท 50 บาท ตามลำดับ แต่ถ้าเป็นภาพใหญ่ใส่กรอบอย่างดี ราคาที่ตั้งไว้ก็หลักพันบาท”
ลุงนิวัฒน์ อธิบายราคาขายภาพของตนเอง ให้บรรดานักท่องเที่ยว ที่ยืนรายล้อมด้านหน้าแผงขายรูปภาพของตนเอง

ก่อนจะรำลึกความหลังให้ฟังว่า ในช่วงเย็นวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ภายหลังจากได้ยินเสียงประกาศตามสาย ว่า มวลน้ำจำนวนมากได้ทะลักเข้ามาสู้พื้นที่รอบวัดมงคลบพิตรเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทางจังหวัดได้พยายามสร้างกำแพงกระสอบทรายต่อสู้ป้องกันพื้นที่บริเวณนี้อยู่นาน เนื่องจากเป็นจุดที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญหลายแห่งในจังหวัดอยุธยา แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว
ภาพของน้ำจำนวนมาก ในเวลานั้น ไม่ต่างอะไรจากข้าศึกจำนวนมาก ที่เข้ามาล้อมกรุงศรีฯ เอาไว้ ช่วงเสียกรุงฯ 2 ครั้งที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าโจมตีจนเราพ่ายแพ้อีกครั้ง
“หลังจากที่น้ำจำนวนมาก ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่บริเวณนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่พื้นที่รอบวัดมงคลบพิตร ต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น ใครหยิบฉวยสิ่งของอะไรจากร้านค้าตัวเองได้ก็รีบหยิบออกมา บางคนหยิบอะไรออกมาไม่ทัน ทำได้อย่างมากก็แค่เลื่อนประตูเหล็กมาปิดล็อกไว้ ก่อนจะพากันอพยพกันขึ้นในใช้ชีวิตที่องค์พระ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมไปไม่ถึง”

“ผมจำได้ชัดเจนว่า ในช่วงที่น้ำท่วมบริเวณนี้ทั้งหมด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านทั่วไปที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ จำนวน 200-300 คน ไปรวมตัวกันอยู่ที่องค์พระ เราหลบกันอยู่ที่นี้ เป็นอาทิตย์ๆ สภาพชีวิตย่ำแย่มาก โดยเฉพาะในช่วง 3-4 วันแรก ก่อนที่ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่จะเข้ามาถึง”
“ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย” ลุงนิวัฒน์กล่าวย้ำ
หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง
ลุงนิวัฒน์ บอกว่า ทันทีที่มาเปิดประตูหน้าร้านของตนเอง แทบจะล้มจับ เมื่อเห็นภาพทรัพย์สินและสินค้าในร้านของตนเอง เสียหายทั้งหมด
“ข้าวของในร้านผมเสียหายหมดเลย ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน เราเป็นคนทำมาค้าขาย ชีวิตตอนนั้นมันแย่มาก”
หลังจากนั่งคิดอยู่นาน ว่าจะทำอะไรดี ลุงนิวัตน์ ก็พบว่า ยังกลับมาสู้ใหม่ได้
"พอดี ผมเป็นคนที่ถ่ายภาพได้ ผมก็เลยตระเวนถ่ายรูปสถานโบราณสถานสำคัญต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วม มาล้างอัดรูปขายให้กับนักท่องเที่ยว และคนทั่วไป ซื้อเก็บไว้เป็นของที่ระลึก"
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลายวันต่อมาหลังจากที่เริ่มตระเวนถ่ายรูป และล้างอัดมาขาย รูปภาพหลายใบ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยภาพที่คนนิยมซื้อกันมาก ได้แก่ ภาพ"เศียรพระในรากต้นโพธิ์" ที่ติด 1 ในที่สุดของมรดกโลก 936 แห่งทั่วโลก , พระนอนวัดโลกยสุทธา , นั่งศรีสรรเพชรมหาปราสาท เป็นต้น



ลุงนิวัฒน์ บอกว่า ในช่วงที่กลับมาขายของใหม่ๆ รูปภาพเหล่านี้ เป็นสินค้าชนิดเดียวที่ผมนำมาขายได้ ก่อนจะค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ จากชีวิต ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นศูนย์ไปแล้ว
อนิจจาวันเวลาผ่านไปไม่นาน เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่ปี ดูเหมือนจะถูกลืมเลื่อนไปทีละน้อย
“ ตอนนี้ คนไม่ค่อยพูดถึงเรื่องน้ำท่วมกันแล้ว เห็นได้จากภาพโบราณสถาน ที่เริ่มขายไม่ดีเหมือนเดิม พ่อค้าแม่ค้า ก็กลับมาขายของกันปกติ ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเรื่องนี้กันแล้ว”
ป้าสุข (ไม่ทราบนามสกุล) แม่ค้าร้านขายของที่ระลึก ในตลาดรอบวัดมงคลบพิตร บอกว่า ตอนนี้ เรื่องน้ำท่วม ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันแล้ว เพราะเวลามันผ่านมานานแล้ว เข้าใจว่าทุกคนต้องทำมาหากินกัน ยิ่งช่วงนี้ ลูกค้าที่มาเที่ยวที่ตลาดลดน้อยลง ของขายไม่ได้เหมือนเดิม พ่อค้าแม่ค้าก็ยิ่งต้องหาทางสร้างรายได้ให้ตัวเองมากขึ้น
เมื่อถามว่า คิดว่าน้ำจะท่วมอีกหรือไม่ ป้าสุข บอกว่า “ ไม่รู้เหมือนกัน ก็เห็นรัฐบาลเขามีนโยบายป้องกันปัญหาไว้แล้ว ก็ยังเชื่อมั่นอยู่ว่า เขาจะหาทางป้องกันไม่ให้มีปัญหาซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกนะ ถ้าเราหวังพึ่งรัฐบาลไม่ได้ ก็ไม่รู้จะไปหวังพึ่งใครอีก ”
เพราะลำพังทุกวันนี้ แค่หาเช้ากินค่ำ ก็ลำบากมากพออยู่แล้ว
