อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : สิ่งซ่อนเร้นในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษ ฉบับวรชัย
“...นี่คือข้อเท็จจริงที่เราต้องพูดกัน ความผิดอย่างนี้จึงนิรโทษกรรมไม่ได้ แต่กฏหมายวรชัย ถ้าบอกว่า แรงจูงใจทางการเมือง ทั้งคนยิงระเบิด ทั้งคนฆ่า ทั้งคนเผา ก็บอกว่า มันไม่มีอะไรส่วนตัวกับใครทั้งนั้น ทั้งระเบิด ทั้งฆ่า ทั้งเผา เป็นเรื่องแรงจูงใจทางการเมือง ได้รับการนิรโทษกรรม แล้วบ้านเมืองจะอยู่ยังไงครับ...”

(อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
เนื้อหาบางส่วนของคำปราศรัยของ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บนเวทีประชาชน เดินหน้าผ่าความจริง สวนเบญจสิริ กทม. เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 ก.ค.2556) ที่กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ที่นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กับคณะ เป็นผู้เสนอ และจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 7 ส.ค.2556 นี้
-----
เมื่อวานนี้ วันเกิด คุณทักษิณ (ชินวัตร) ที่จริงผมลืมไปแล้ว ผมลืมไปแล้ว ผมไปรู้เอาตอนที่ว่า เข้าไปทานร้านอาหาร แล้วก็เจ้าของร้านเขาแต่งชุดดำ เขาก็บอกขอโทษด้วย แต่งชุดดำมารับเพราะว่า วันนี้วันเกิดใครบางคน ที่ผมบอกว่า ต้องฟัง ต้องพิจารณา ต้องวิเคราะห์ให้ดีก็คือว่า เจ้าตัว เจ้าของวันเกิด เมื่อวานก็มาบทอ้อน แล้วก็บอกว่าไม่ได้กลับเมืองไทย ไม่เป็นไรหรอก ขอให้บ้านเมืองได้ปรองดอง ให้สงบ ก็ถ้าอย่างนั้นก็ขอเรียนว่า พวกเราก็ยินดีที่จะปรองดอง แล้วก็ยินดี ที่จะให้ได้ตามที่พูดคือ ไม่ต้องกลับบ้านเถอะ บ้านเมืองก็จะได้สงบจริงๆ แต่ขณะที่เจ้าตัวพูดอย่างนั้น คนใกล้ชิด ขี้ข้าทั้งหลาย พูดเอาใจชัดเจน บอกว่าปีหน้า จะไม่ต้องไปฉลองวันเกิดอยู่ต่างประเทศ นั่นคือการแสดงออกว่า ยังเดินหน้าที่จะหาทางกลับบ้าน วันนี้ผู้สื่อข่าวก็มาถามผมอีกครับ บอกว่าคุณทักษิณว่าอย่างนี้ จะว่าอย่างไร ผมก็บอก ผมไม่ได้ติดใจอะไรทั้งสิ้น ผมบอกอย่างเดียวว่า บ้านเมืองสงบได้ คือทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย เท่านั้นเองครับ พวกผมไม่เคยเรียกร้องให้ไปปฏิบัติอะไรกับคุณทักษิณ หรือฝ่ายตรงกันข้ามนอกเหนือจากที่กฎหมายเขียนบัญญัติเอาไว้ นอกเหนือจากการที่ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว เพราะฉะนั้นทั้งหมดปัญหาวันนี้ไม่มีใครห้ามกลับบ้าน กลับมาได้ แต่กลับมาอยู่ภายใต้กฎหมายไทย เหมือนคนไทยทั้งประเทศ
แต่ความพยายามนี้ที่จะเอาตัวเองกลับบ้าน โดยล้างผิด ไม่ต้องพูดเรื่องสำนึกผิดหรอกครับ แต่ว่าที่จะล้างความผิด ไม่ต้องรับโทษ เดินหน้าอย่างเต็มที่ หลายคนก็สงสัยบอก อ้าว กฎหมายมันมีหลายฉบับ ค้างอยู่ในสภา 7 ฉบับ จะมีของเฉลิม (อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และแกนนำ พท.) เข้าไปอีกเป็น 8 ฉบับ แล้วก็ในฉบับต่างๆ ก็มีเนื้อหาสาระแตกต่างกัน แตกต่างกันนี้ของเฉลิม ของ พล.อ.สนธิ (บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ) เขาบอกว่า เป็นกฎหมายที่ไปสุดซอย หมายความว่า ล้างผิดมันทุกประเภทความผิด รวมทั้งการทุจริต คอร์รัปชั่นด้วย แต่บางฉบับเขาบอกว่า ไปครึ่งซอย แล้วฉบับนี้ ที่บอกไปครึ่งซอยนี้ คนเสนอคือ นายวรชัย เหมะ และก็เป็นฉบับที่มีการเลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่แล้ว
สิ่งที่ผมอยากจะเตือนพี่น้องก็คือว่า อย่าคิดว่า กฎหมายครึ่งซอย แปลว่าจะเดินแค่ครึ่งซอย เพราะถ้ามีความจริงใจจะเดินครึ่งซอย ทำไมไม่ถอนกฎหมายฉบับอื่นๆ ออกมา ทำไมไม่ถอนกฎหมายฉบับที่บอกว่าไปสุดซอยออกมา
ถ้าจริงใจ รองประธานเจริญ (จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1) ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตี ไปทำสิครับ เพราะเคยพูดกับผมไง บอกอยากจะปรองดอง ต้องทำยังไง ผมบอกว่า สิ่งแรกถอนกฎหมายทุกฉบับออกมาก่อน แล้วมาคุยกันว่า ความผิดประเภทไหน สมควรได้รับการนิรโทษกรรม
แต่นี่ไม่ถอน พอไม่ถอนแล้ว สมมติว่าถึงวันที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ใครจะไปห้ามคนอื่นขอพ่วงด้วยล่ะครับ เดี๋ยวก็มาแล้ว มีกฎหมายฉบับของคนนี้ๆๆ เป็นเรื่องเดียวกัน ขอท่านประธานรวมกันเข้าไปพิจารณา เราไว้ใจได้มั้ยครับ แม้แต่มีฉบับนี้ ฉบับเดียว เราจะวางใจได้มั้ยครับ ตราบเท่าที่ ความคิดยังเหมือนเดิมว่าจะเอาทักษิณกลับบ้าน ว่าจะไม่เอาเข้าไปแล้วมีการไปเสนอแปรญัตติ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพิ่มถ้อยคำ เข้าใจว่าวันนี้ องอาจ (คล้ายไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.) แถลงไปแล้ว
องอาจ ปกติไม่ใช่คนขี้ระแวง แต่องอาจเป็นคนขี้ระวัง แล้วก็เตือนพวกเราว่า ต้องระวังให้ดี ที่เขาบอกว่ามีแต่ฉบับวรชัย ไม่ใช่ครับ มันค้างอยู่ในสภา 8 ฉบับ แล้วสังเกตมั้ยล่ะครับ ที่ต้องรีบร้อนนี่ เพราะบังเอิญฉบับของญาติผู้เสียชีวิต เขาเขียนค่อนข้างชัด แจกแจงเป็นความผิดไปเลย ที่เขาไปขอความสนับสนุนให้คนอื่นเอาเข้าสภานั้น มันกำลังจะฟ้องไงว่า ที่จริงแล้วคุณอยากจะช่วยใคร ถ้าช่วยเฉพาะประชาชนที่ไปชุมนุมตามปกติ แสดงออกทางการเมืองตามปกติ มันไม่ต้องเอา 7 – 8 ฉบับ ที่ค้างอยู่นี่หรอกครับ ต้องถอนออกมา
เราก็ยืนยันจุดยืนนี้มาโดยตลอด และเราก็พูดมาโดยตลอดว่าเราไม่เคยประสงค์จะสร้างความขัดแย้ง ความวุ่นวายในบ้านเมือง 2 ปีเต็มๆ นะครับ รัฐบาลนี้กำลังจะครบ 2 ปีเต็มๆ พรรคฝ่ายค้านผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านไม่เคยไปขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ไม่เคยไปก่อเหตุวุ่นวาย ไม่เหมือนสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคฝ่ายค้านแล้วก่อกวนสร้างความวุ่นวายใน เมืองทุกวัน
ผมจึงฟังไม่ได้จริงๆ ครับ เวลาโฆษก รองโฆษก รองหัวหน้า หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดบอกอย่าสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง ผมถามว่าคุณพูดกับใคร ไปส่องกระจกดู ไปทบทวนดู 2-3 ปีที่ผ่านมา คุณทำอะไร แล้วถ้าคุณไม่ได้ทำไว้ วันนี้คุณจะมานั่งตั้งหน้าตั้งตาล้างผิดให้กับตัวเองทำไม ก็คุณทำไว้ทั้งหมดนั่นแหละ
พี่น้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ นักการเมืองฝ่ายค้านวันนี้ ไม่ต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่ต้องการมาขับไล่รัฐบาล แต่บอกว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรม ที่จะผลักดันกฎหมายแบบนี้ และรัฐบาลกำลังเป็นคนสร้างความขัดแย้งเสียเอง ถามว่าทุกวันนี้ เวลาผ่านมา 2 ปี บ้านเมืองสงบมั้ย ผมก็บอกว่ามีคนหลายสิบล้านคนอึดอัดกับรัฐบาลนี้ แต่เขาเคารพกฎหมาย เขาอึดอัดกับรัฐบาลนี้ แต่เขาก็อยู่ในความสงบ 2 ปีที่มักจะวุ่นวาย มีแต่กลุ่มอันธพาล ผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ขี้ข้าจัดมา ออกมาป่วน มาก่อกวนเวทีอยู่ตลอดเวลา
เพราะฉะนั้นวันนี้คุณไม่ต้องมาบอกพวกผม เรื่องเคารพกฎหมาย เรื่องอย่าสร้างความขัดแย้ง คุณไปปฏิบัติเสียเอง แล้วไปบอกนายใหญ่คุณ ไม่อยากมีความขัดแย้ง ถอนกฎหมายออกไป
ผมกราบเรียนว่า 1. เราเชื่อไม่ได้หรอกครับ ว่าจะไม่มีการพ่วงกฎหมายฉบับอื่นเข้ามา และ 2. ที่บอกว่าจะเอาเข้าวันที่ 7 สิงหาคม ผมก็เรียนกับพี่น้องละครับว่า อันนี้ก็วางใจไม่ได้ องอาจว่างั้นมั้ย นี่ขนาดองอาจ ไม่ใช่คนขี้ระแวงนะ แต่ขี้ระวัง บอกไม่ได้หรอก 1 สิงหา สภาเปิด สภาเปิดเช้า ต้นบ่าย มีวาระกระทู้ถาม แต่หมดวาระกระทู้ถาม กฎหมายที่จ่ออยู่ก็คือกฎหมายนิรโทษกรรม ผมให้ความมั่นใจอย่างนึงละครับว่า ถ้าเอาเข้าไปจริงๆ มันคงผ่าน 3 วาระไม่ได้หรอก เพราะพวกผมสู้ในสภา สู้จนตายแน่นอน
แต่เขาก็จะรุกคืบ รุกคืบ รุกคืบเข้าไป แล้วเป็นสิ่งที่พี่น้องต้องทราบว่าเขากำลังทำอะไรกับบ้านเมืองนี้ กฎหมายของนายวรชัย พอใครไปเรียกว่า ครึ่งซอย บางคนก็เลยบอก งั้นคงไม่เป็นไร ไม่เป็นไรไม่ได้ครับ พวกผมบอกมานานแล้วว่า ถ้าคุณจริงใจ ที่จะนิรโทษกรรมตามหลักการที่ถูกต้อง อ.แก้วสรร (อติโพธิ อดีตกรรมการ คตส. ในฐานะแกนนำกลุ่มไทยสปริง) อธิบายไปบ้างแล้วว่าความผิดทางการเมือง บางประเภทคุณไปชุมนุม มันเกิดเหตุชุลมุนขึ้น แล้วก็คุณไปฝ่าฝืนประกาศ ไปฝ่าฝืนกฎหมายพิเศษ เช่นประกาศภาวะฉุกเฉิน ข้อกำหนด กฎหมายความมั่นคง อย่างนี้เราไม่ว่ากันครับ ในอดีตการนิรโทษกรรมความผิดแบบนี้ทำได้ ถ้าไปทำความผิดที่เรียกว่า ความผิดเล็กๆ น้อยๆ ความผิดลหุโทษ เราก็บอกว่าอย่างนี้ถ้าบอกว่าทำแล้วจะเกิดความปรองดองก็ทำได้
แต่ผมต้องย้ำนะครับ แม้แต่ความผิดประเภทนี้ เวลาในประเทศอื่นเขาทำกัน เพื่อเกิดความปรองดองนั้น มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่มายัดเยียดให้กับสังคม ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น เขาต้องให้ทุกฝ่าย มายอมรับกันก่อนว่าที่ผ่านมา ใครมีส่วนกระทำผิดอะไรแล้วต้องยืนยันว่า จะไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีก ไม่ใช่ว่ายังไม่สำนึกด้วยว่า ยังไม่ยอมรับด้วยว่า เป็นความผิด มาถึงเรียกร้องว่า ฉันมีอำนาจ ฉันจะบอกว่าใครผิด หรือไม่ผิดก็ได้ อย่างนั้นความปรองดองไม่เกิดขึ้น มีแต่จะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น เพราะคุณจะเลือกปฏิบัติ
ประเด็นก็คือว่า กฎหมายของนายวรชัยนั้น ไม่ได้เขียนคือหลักการบอกเป็นเรื่องความผิดทางการเมือง แต่ถ้าพี่น้องไปอ่าน หลักการ เหตุผล และถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ในกฎหมาย มันไม่ได้หมายความอย่างที่เราพูดเรื่องความผิดทางการเมืองเมื่อสักครู่ เพราะในเหตุผลนั้น เขาบอกว่าอะไรรู้มั้ยครับ เขาบอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นจนเกิดความผิดมากมายนี้ เขาบอกว่าเกิดจากการที่ก่อนการปฏิวัติ คนที่ไม่รักประชาธิปไตย ไปเดินขบวน คือเขาด่าฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณก่อน แล้วเขาก็บอกว่าตรงนั้นเป็นเหตุให้เกิดการปฏิวัติ เป็นต้นเหตุให้เกิดการเคลื่อนไหว แสดงออกทางการเมือง แล้วเขาก็เลยเขียนว่า การกระทำใดๆ ก็ตามที่มันเป็นความผิด มีเหตุจูงใจทางการเมืองนั้น ต้องนิรโทษกรรมให้ มันรวมอะไรบ้างล่ะครับ มันไม่ได้หมายความแค่คนไปชุมนุมฝ่าฝืนประกาศครับ เขาเขียนลงไปด้วยว่า ถ้ามีเหตุจูงใจทางการเมือง แต่การกระทำนั้น ไปกระทบกับชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินคนอื่น ได้รับนิรโทษกรรมด้วย
ผมบอกว่า เราจะยอมรับเหตุผล ตรรกะอย่างนี้ได้หรือ
ผมมีโอกาสได้ฟังนักวิชาการ อธิบายเรื่องเหล่านี้ และผมคิดว่าพี่น้องประชาชนควรจะทราบ คำว่าการชุมนุมทางการเมือง แล้วมันมีความผิดนั้น ที่สมควร และในอดีตทั่วโลกที่เขานิรโทษกรรมกันนี้ มันต้องเปรียบเทียบการกระทำกับที่เป็นความผิด กับสิ่งที่คนกระทำนั้นว่ามีเป้าหมายอะไร เช่น พี่น้องไปต่อสู้กับคนที่จะทำลายประเทศ ทำลายประชาธิปไตย แต่บังเอิญไปทำผิดกฎหมายจราจร อย่างนี้เข้าใจได้ครับว่า อ้าว ผิดกฎหมายมั้ย ผิด ผิดกฎจราจร แต่ที่ผิดกฎจราจร เพราะพยายามทำสิ่งที่มันมีคุณค่าสูงกว่า คือไปต่อต้านการใช้อำนาจที่ไม่ชอบ อย่างนี้ ฟังได้ มีเหตุผล ถกกันได้ว่าจะนิรโทษกรรมหรือไม่
แต่ผมถามว่าคุณเอาสิทธิ์อะไรครับ ที่อ้างว่า มีความเห็นทางการเมือง มีแรงจูงใจทางการเมือง แล้วคุณจงใจเอาจรวดไปยิงกระทรวงกลาโหม ไปยิงวัดพระแก้ว ยอมได้มั้ยครับแบบนี้ ศาลตัดสินไป 38 ปี
กฎหมายนายวรชัย ไม่แยกแยะเลย กฎหมายนายวรชัย บอกไอ้คนเอาจรวดออกมาจากบ้าน ไปยิงวัดพระแก้ว ไปยิงกระทรวงกลาโหม ทำเพราะมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง
ผมถามว่าถ้าคิดอย่างนายวรชัย คิดอย่างเสื้อแดงที่สนับสนุนกฎหมายแบบนี้ คิดอย่างพรรคเพื่อไทย คิดอย่างทักษิณ และผมถามว่า ถ้าวันที่ 7 สิงหา ด้วยเหตุผลทางการเมือง มีคนไปยิงระเบิดใส่เขาบ้าง มันก็ต้องนิรโทษกรรมเหมือนกันสิครับ ถ้าอย่างนั้น และคุณมาให้สัมภาษณ์บอก อย่าไปยุยงส่งเสริมให้คนใช้ความรุนแรง ก็คุณกำลังจะบอกกับสังคมว่า การใช้ความรุนแรงไม่ผิด ถ้าเป็นเรื่องการเมืองไง อย่าสองมาตรฐานสิครับ เราไม่ยอม เพราะเราเห็นว่า ทุกคนต้องเคารพกฎหมายเป็นเบื้องต้น และถึงคุณมีความคิดเห็นทางการเมือง คุณไปละเมิดร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สินของคนอื่นไม่ได้ ใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นได้ที่พกจรวดออกมายิงวัดพระแก้ว นั่นก็ 1 ละ ที่ผมยกตัวอย่าง
แล้วคนที่เอา M79 วันดีคืนดีก็ไปยิงบีทีเอส แล้วมีประชาชนเสียชีวิต แล้วคุณบอกว่าเป็นเรื่องการเมืองอีก ไปนิรโทษกรรมให้ ไม่ได้ครับ ผมฟังนักวิชาการที่อธิบายเรื่องนี้ เห็นภาพชัดเลยครับ ท่านบอกว่าไง ท่านบอกว่า ที่เขานิรโทษกรรมกันนั้น หมายความว่า คุณไปทำผิดต่อรัฐ คุณไปสร้างความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง รัฐบอกวันนี้เพื่อประโยชน์ความสงบสุข เอาละจะลืมกันไปนิรโทษกรรมให้ เพราะเขาทำความผิดต่อรัฐ
แต่นี่คุณไปยิงระเบิด แล้วคนตายนะ รัฐบาลนี้คุณเป็นเจ้าของชีวิตของคนที่ตายเหรอครับ คุณมีสิทธิ์เหรอครับ ที่จะไปบอกว่า ไม่เป็นไร ลืมกันไป มันไม่ใช่ชีวิตของรัฐบาลนี้ ยอมไม่ได้ครับ นิรโทษกรรมไม่ได้
พล.อ.ร่มเกล้า (ธุวธรรม อดีต เสธ.พล.ร.21 รอ. ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553) อ.แก้วสรร อธิบายสั้นๆ ง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องม็อบ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ใครจำเหตุการณ์ได้ใช่มั้ยครับ มีแสงเลเซอร์ บอกว่าอยู่ที่ไหน มีการจงใจพกอาวุธไปยิง การเมืองหรือไม่การเมือง คุณไม่มีสิทธิ์ไปเอาชีวิตนายทหารท่านนั้น ไม่มีสิทธิ์จะได้รับการนิรโทษกรรมเด็ดขาด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ละครับ ที่เราต้องพูดกันให้ชัด เราไม่ได้บอกว่า อยากจะขัดแย้ง เราไม่ได้บอกว่าปรองดองไม่ได้ เราไม่ได้บอกว่า นิรโทษกรรมไม่ได้ แต่หลักของการนิรโทษกรรมมันมีอยู่ คุณไปเอาชีวิตคนอื่น คุณไปเผาทำลายทรัพย์สินคนอื่น แล้วมันไม่ใช่จลาจลเหรอครับวันนั้น
เมื่อกี้ แก้วสรร ว่าไงนะ หมาที่ไหนพูดใช่มั้ย ขอประทานโทษนะ ผมเชื่อว่า ถ้าหมาพูดได้ ก็พูดไม่เลวเท่านี้หรอกครับ พี่น้องครับ มันไม่ใช่เหตุจลาจล มันไม่ใช่เหตุวุ่นวาย แล้วก็เลยทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้น แต่มันมีการวางแผน พูดกันล่วงหน้า จะเผาที่ไหนๆๆ คลิปภาพ คลิปเสียง มันมีหมด และในการไปเผานี้ หลายเหตุการณ์ เวลาไปดูการบันทึก บรรยายในรายละเอียด มันไม่ใช่เป็นเหตุชั่วครู่ ชั่วยามนะครับ พยายามเผา เขาดับไฟแล้ว กลับไปเผาใหม่ นี่คือความจริง เป็นการกระทำที่มีการไตร่ตรอง มีการวางแผนไว้ก่อน มันจึงไม่ใช่ลักษณะที่บอกว่า เป็นเรื่องการเมือง
ศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาในคดีประกันภัยนะครับ ที่ไปเรียกค่าประกันภัยกันนี้ เขาก็มีคำพิพากษาชัดว่า การไปเผา กรณีนี้เข้าใจว่าเป็น สยามสแควร์ ศาลท่านบอกเลยบอกว่า คนเขานี้ไม่ได้เผาเพราะว่าอยากจะเผาทรัพย์สิน แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องมาจากการชุมนุมของ นปช. มันจึงเป็นเรื่องที่ถือว่าอาจจะเป็นการก่อการร้าย
นี่คือข้อเท็จจริงที่เราต้องพูดกัน ความผิดอย่างนี้จึงนิรโทษกรรมไม่ได้ แต่กฏหมายวรชัย ถ้าบอกว่า แรงจูงใจทางการเมือง ทั้งคนยิงระเบิด ทั้งคนฆ่า ทั้งคนเผา ก็บอกว่า มันไม่มีอะไรส่วนตัวกับใครทั้งนั้น ทั้งระเบิด ทั้งฆ่า ทั้งเผา เป็นเรื่องแรงจูงใจทางการเมือง ได้รับการนิรโทษกรรม แล้วบ้านเมืองจะอยู่ยังไงครับ
เช่นเดียวกัน พูดก็พูดด้วยความเป็นธรรม จะเสื้อแดง หรือผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต ผมกับคุณสุเทพ ไม่เคยเรียกร้องให้นิรโทษกรรมเลย เราบอกว่า พิสูจน์ความจริงกัน ผมเห็นนักเคลื่อนไหว ฝ่ายเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ 2 – 3 วันก่อน นายอภิสิทธิ์ยังยืนยันหรือเปล่า ไปอยู่ที่ไหนมา คนอย่างผมพูดคำไหนคำนั้น ไม่เปลี่ยนอยู่แล้ว อย่าเอาสันดานนายคุณมาวัดคนอื่น
พี่น้องครับ ยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายนายวรชัยนั้นไม่ได้นิรโทษกรรมเฉพาะคนที่ไปชุมนุม เขียนด้วยว่า แม้ไม่ไปชุมนุม ถ้าทำความผิดที่เป็นแรงจูงใจทางการเมือง ยุยงส่งเสริมให้คนต่อต้านรัฐ ให้ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ไม่จำเป็นต้องไปทำร้ายร่างกาย ไม่จำเป็นต้องไปเผา ถ้าไปละเมิดสิทธิ์คนอื่น ด้วยการ แสดงออกด้วยวิธีการใดๆ ให้ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ผมถามต่อ ทั้งที่อยู่บนเวที ทั้งที่อยู่ข้างล่าง ทั้งที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไอ้พวกที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหลายนี้ ก็ได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้ด้วย เพราะพูดมาตลอดนี่ครับ เคลื่อนไหวกันมาตลอดบอกว่า เป็นเรื่องความผิดทางการเมือง
ผมจึงย้ำอีกครั้งว่า บางทีเรียกกันว่า ครึ่งซอยๆ นี่ ไปคิดว่าไม่มีอะไร ไม่ใช่ครับ ความผิดหนักหนาสาหัสอย่างนี้ แล้วไม่นิยามกันให้ชัด อาทิตย์ที่แล้วนี่ ผมอธิบายเลยว่า ฉบับของญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งผมไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่อย่างน้อยเขาเขียนให้มันชัดไปเลย คนฝ่าฝืน พ.ร.ก. ได้ คนทำผิดลหุโทษ ได้ คนที่ไปประทุษร้ายร่างกาย ชีวิตคนอื่น ไม่ได้ อย่างนี้ชัดครับ แต่ของ วรชัย บอกแค่ว่า การกระทำใดๆ ถ้ามีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ได้รับการนิรโทษกรรม
ผมฟังนักวิชาการพูด อธิบายดีครับ ที่จริงคำว่า นิรโทษกรรม นั้น ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Amnesty รากศัพท์ของมันนี้ ของคำว่า Amnesty นี้ มาจากภาษากรีก คือการลืม คือขอให้ลืมๆ กันไป แต่ก่อนที่คนเราจะลืมได้นั้น มันต้องรู้ มันต้องจำได้ก่อนครับ ของวรชัย ยังไม่รู้เลยว่า รู้อะไร จำอะไร มันจะลืมหมดเลย
ทั่วโลกนี่เขาจะนิรโทษกรรมเขาถึงต้องนิยามกันให้ชัดก่อนว่าอะไรเกิดขึ้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความตรงไหนอย่างไร ถ้าอยากจะลืม เลิกแล้วต่อกัน ก็ระบุให้ชัด ไม่ใช่มาเขียนคลุมเครืออย่างนี้ แล้วไอ้ฉบับสุดซอย มันมาต่อยอดง่ายๆ เลยครับ มันบอกว่า ไอ้คดีที่ทักษิณทุจริตทั้งหมดน่ะ ถือเป็นคดีการเมือง ง่ายมั้ยล่ะครับ
นี่คือเหตุผลที่พวกผมถึงต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมทั้งหลายที่อยู่ในสภา และเราไม่วางใจหรอกครับว่าจะเป็นวันที่ 7 เราไม่วางใจหรอกครับว่าจะเป็นฉบับของวรชัยฉบับเดียว เราไม่มีทางรู้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะเขาถือคติอย่างเดียวว่า เขามีเสียงข้างมาก อยากจะทำอะไร ก็จะทำ
-----
- เรื่องและภาพจากเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ อ่านฉบับเต็มได้ ที่นี่
- ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ฉบับวรชัย อ่านได้จาก ที่นี่
