นักวิชาการ เผยสถานการณ์สิทธิเด็กดีขึ้น แต่ขาดการเรียนรู้สิทธิตนเอง
นักวิชาการชี้ปัจจุบันสังคมคำนึงสิทธิเด็กมากขึ้น ขณะที่เยาวชนไม่รู้สิทธิตนเอง แนะสื่อมีจรรยาบรรณ ศีลธรรม สำคัญ-ครอบคลุมกว่ากฎหมาย ให้ยึดอนาคตเด็กเป็นหลัก นำเสนอข่าวสร้างสรรค์

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย องค์กรยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็ก ประจำปี 2556 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค ถนนราชปรารภ กรุงเทพฯ
ภายในงานมีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในหัวข้อ "จับจ้องสิทธิเด็กในข่าว หลากมุมมองนักวิชาการ-นักศึกษา" โดยมี ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) น.ส.เยาวณัฐ เจียรดำรงรัศมี นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร นายพรพรหม เรืองแสง นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ร่วมเสวนา
ผศ.ดร.วรัชญ์ กล่าวว่า สถานการณ์สิทธิเด็กปัจจุบันมีความตระหนัก และส่งเสริมความตระหนักเรื่องสิทธิเด็กมากขึ้น ขณะที่ตัวเด็กเองกลับไม่ทราบสิทธิที่ตนเองมี รวมถึงไม่ทราบว่ากำลังถูกละเมิดสิทธิอยู่ โดยเฉพาะจากข่าวสาร สิ่งที่นำเสนอจากฟรีทีวีมีอิทธิพลอย่างมากในปัจจุบัน มีความอ่อนไหวที่จะละเมิดสิทธิบางส่วน เช่น การโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวง กลไกการตลาด
"เนื่องจากสื่อเป็นธุรกิจ เป็นองค์กรเพื่อแสวงหากำไร เน้นเรตติ้ง เอาใจวัยรุ่น ซึ่งสุ่มเสี่ยง ใช้เด็กมาหากำไร หาผลประโยชน์ ไม่ควรนำเด็กไปหาผลประโยชน์โดยเฉพาะในทางเพศ อย่างกรณีโซเชียลมีเดีย ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการใช้ช่องทางหาผลประโยชน์กระทำการละเมิดเรื่องทางเพศ ซึ่งกรณีนี้เด็กส่วนมากไม่ทราบว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิอยู่"
ผศ.ดร.วรัชญ์ กล่าวต่อว่า หลักที่สูงกว่ากฎหมายที่สื่อมวลชนหรือคนทั่วไปควรมี คือ จรรยาบรรณ และศีลธรรม กฎหมายเป็นเพียงแง่มุมหนึ่ง แต่ก็สามารถหาช่องว่างทางกฎหมายได้ ดังนั้น การควรยึดตามหลักจรรยาบรรณ หรืออย่างในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเด็ก ที่มีความครอบคลุมมากกว่ากฎหมาย
สำหรับกรณีนำเด็กมาแถลงข่าว ผศ.ดร.วรัชญ์ แนะว่า ต้องตั้งคำถามว่า เด็กได้ประโยชน์ใดจากการแถลงข่าว หากไม่ได้ ก็ไม่ควรทำ ให้มองถึงอนาคตของเด็กเป็นสำคัญ สิ่งต้องคิดว่ากำลังทำหน้าที่สร้างชาติ สร้างอนาคตของชาติ นำเสนอข่าวที่สร้างสรรค์สังคม
ทั้งนี้ สิ่งที่เด็กควรมีในปัจจุบันคือหลัก 3 ร. ได้แก่ 1.เรียนรู้สิทธิที่มี 2.เรียกร้องสิทธิที่ควรมี ควรได้ 3.รังสรรค์สื่อที่ดี อย่างในการใช้โซเชีลยมีเดีย ควรใช้ในทางสร้างสรรค์ ทั้งการเผยแพร่ภาพและโพสต์ความคิดเห็น และนอกจากการเรียกร้องไม่ให้สื่อมวลชนละเมิดสิทธิแล้ว จะต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นจากการโพสต์ หรือเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องว่าส่งผลร้ายต่อผู้อื่นหรือไม่
ขณะที่น.ส.เยาวณัฐ กล่าวในฐานะเยาวชนว่า การนำเสนอภาพข่าวในปัจจุบัน อย่างกรณีนักแสดงวัยรุ่นกับยาเสพติดที่เป็นข่าว การเสนอภาพโดยไม่มีการเซนเซอร์ อีกทั้งนำมาเชื่อมโยงกับผลงาน เป็นการไม่ตระหนักถึงสิทธิเด็ก เช่นเดียวกับกรณีเผยแพร่ภาพเด็กมีการเจริญเติบโตทางหน้าอกผิดปกติลงสื่อสิ่งพิมพ์ ก็ส่งผลต่อเด็กในอนาคต เนื่องจากไม่ได้เซนเซอร์ใบหน้า อีกทั้งระบุถึงข้อมูลครอบครัวไว้ชัดเจน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงได้
ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน การนำเด็กมาแสดงสัญลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยงทางการเมือง ทั้งที่เด็กยังมีวุฒิภาวะไม่ถึงที่จะแสดงความคิดเห็น หรือตัดสินใจได้เองก็เป็นสิ่งที่ไม่ควร
ด้านนายพรพรหม กล่าวว่า แม้ปัจจุบันสื่อจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก แต่ในการพาดหัวข่าว อย่างกรณีที่นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เยาวชนที่แสดงความเห็นเรื่องต่างในสังคม ว่าสื่อพาดหัวข่าวเป็นไปในทิศทางที่ทำให้เยาวชนตกเป็นเป้าของสังคม แทนที่จะเป็นไปเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม
สำหรับผลการตัดสิน แบ่งเป็น 6 ประเภท ตามประเภทรางวัล ดังนี้
1) รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์
1. รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
ไม่มีผู้ผ่านการพิจารณา
2. รางวัลชมเชย จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "หนุนปรับแนวปฏิบัติ 'แดนอนุบาล'
เติมไออุ่นรัก-เพิ่มสิทธิเด็กไร้โอกาส"
โดย พงษ์พิพัฒน์ จินดาศรี หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
2) ผลงานข่าวเรื่อง "Child Migrant workers still exploited in seafood industry
โดย กุลธิดา สามะพุทธิ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
3) ผลงานข่าวเรื่อง "มาเฟียขาสั้น"
โดย วรุณรัตน์ คัทมาตย์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
4) ผลงานข่าวเรื่อง "อ่าน... สู่แสงสว่าง"
โดย ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
2) รางวัลข่าวละสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อวิทยุกระจายเสียง
1. รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
ไม่มีผู้ผ่านการพิจารณา
2. รางวัลชมเชย จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "โรคธาลัสซีเมียในเด็ก"
โดย สุรพงษ์ เพื่อช่อ สถานีวิทยุไทยพีบีเอสออนไลน์
3) รางวัลข่าวหรือสารคดีและภาพยนตร์สารคดีสั้นประเภทสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์
1. รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "เด็กกลางไฟใต้"
โดย รายการเปิดปม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
2. รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "เด็กกับการพนัน" เดิมพันนี้... แลกด้วย "สมอง"
โดย พงศ์เมธ ล่องเซ่ง และ ทีมข่าวสังคม สถานีโทรทัศน์ไทบพีบีเอส
2) ผลงานข่าวเรื่อง "นมแม่...ข้อท้าทายของสังคมไทย ?"
โดย ธนานุช สงวนศักดิ์ สถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล
3. รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "ฟ้าใส...นางฟ้าของแม่ "
โดย รายการคนค้นฅน บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด
2) ผลงานข่าวเรื่อง "ละเมิดสิทธิเด็ก"
โดย ขนิษฐา อมรเมศวรินทร์ บมจ. อสมท จำกัด(มหาชน)
3) ผลงานข่าวเรื่อง "พบเด็กอ่านหนังสือไม่ออกสวนทาง AEC"
โดย อนนท์ธวัส บุตรอินทร์ บริษัท เคซีทีวี (นครสวรรค์) จำกัด
4) รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติและหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติออนไลน์
1. รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "เจาะโมเดลลิ่งเถื่อน ลวงค้าประเวณี"
โดย กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หอข่าว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
2. รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงานข่าวเรื่อง "วิกฤตกระเป๋านักเรียนไทย"
โดย กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หอข่าว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
2) ผลงานข่าวเรื่อง ปฏิวัติกฎเหล็กทรงผมนักเรียน "เลิกเกรียน – สั้นติ่งหู"
โดย กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว มหาวิทยาลัยบูรพา
5) รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติในโรงเรียน
1. รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงาน "หนังสือพิมพ์ฟ้าใหม่"
โดย โรงเรียนบ้านนา "นายกพิทยากร" จังหวัดนครนายก
2. รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 2,500 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1) ผลงาน "หนังสือพิมพ์ทีอาร์ 20 นิวส์"
โดย โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 20 จังหวัดสุพรรณบุรี
2) ผลงาน "หนังสือพิมพ์ใบโพธิ์โพสต์"
โดย โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 40 จังหวัดสตูล
6) รางวัลการมีส่วนร่วมในการสื่อสารสิทธิเด็ก สนับสนุนโดย สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.)
1. รางวัลพิเศษ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท
1. มอบให้ทีมผู้ผลิตผลงานเรื่อง ทางผ่านของบีระ ชีวิตไร้รากของเด็กเร่ร่อน
โดย มูลนิธิพันธกิจเด็กและชุมชน จังหวัดเชียงราย
