ดีเอสไอ ขยายผลจับตัวการขนสารตั้งต้นผลิตยาบ้ามูลค่า 600 ล้านบาท
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงใหญ่จับ 3 ผู้ลักลอบขนสารตั้งต้นเตรียมผลิตยาบ้า 3 ล้านเม็ด มูลค่าร่วม 600 ล้าน และขยายผลสู่ตัวการใหญ่
วันที่ 1 ก.ค.54 ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พร้อมด้วยผู้บริหารดีเอสไอ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการลักลอบขนส่งสารตั้งต้นผลิตยาบ้า (สารซูโดอีเฟรดีน) ล็อตใหญ่ โดยนายธาริต กล่าวว่าดีเอได้รับรายงานจากแหล่งข่าวทางภาคเหนือว่า มีขบวนการขนส่งสารตั้งต้นผลิตยาบ้า(สารซูโดอีเฟรดีน) เข้ามาจากชายแดนไทย-มาเลเซีย ผ่านกรุงเทพไปส่งทางภาคเหนือ (จังหวัดพะเยา)
จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.สมบัติ เตื้องวิวัฒน์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนศูนย์สืบสวนสะกดรอย ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคตะวันออก ขยายผลนำตัวผู้กระทำ ผิดมาดำเนินคดี ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.54 ได้จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน คือ 1.นาย มานิตย์ พูนขวัญ อายุ 30 ปี 2.นายดนัยฤทธิ์ ศรศรี อายุ 26 ปี 3.น.ส. วรรณศิริ กำลังคลี่ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางเป็นยาเม็ดสีส้ม 10 ถุงขนาดใหญ่ (ประมาณ 1 ล้านเม็ด) ได้ที่บริเวณ ถ.เทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
จากการตรวจสอบพบว่า ยาเม็ดสีส้มดังกล่าว คือ สารซูโดอีเฟรดีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า โดยสารซูโดอีเฟรดีน 1 เม็ด สามารถนำไปผลิตเป็นยาบ้าคุณภาพดีราคาเม็ดละ 200 บาทได้ถึง 3 เม็ด ซึ่งหากของกลางจำนวนดังกล่าวเล็ดลอดออกไปได้ จะสามารถผลิตยาบ้าได้ประมาณ 3 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่าภายหลังการจับกุมคณะพนักงานสอบสวนได้ขยายผลไปสู่การจับกุมตัวการใหญ่คือ นายอนันต์ บุญแก้ว อายุ 40 ปี ได้ที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พะเยา ในวันนี้(1 ก.ค.54) โดยการจับกุมผู้ต้องหาและตัวการในครั้งนี้ ต้องขอบคุณ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และนางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดซึ่งสนับสนุนการตรวจพิสูจน์ ของกลางดังกล่าวในชั้นสืบสวน. ![]()
