สิ้น! ‘อุชเชนี’ ศิลปินแห่งชาติ กวีนิพนธ์ มะเร็งคร่าชีวิต สิริอายุ 97 ปี
สิ้นแล้ว! ‘อุชเชนี’ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) หลังป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สิริรวมอายุ 97 ปี ตั้งสวดโบสถ์วัดพระมหาไถ่ ฝังสุสานศานติคาม-นครปฐม สวธ.เข้าช่วยเหลือ

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2559 เวลาประมาณ 13.15 น. นางประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สิริรวมอายุ 97 ปี โดย จะตั้งศพสวดอธิษฐาน ในวันที่ 7-10 พ.ค.2559 เวลา 19.30 น. ที่ โบสถ์วัดพระมหาไถ่ ซ.ร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ ฯ
สำหรับ พิธีฝังส่งวิญญาณ วันที่ 11 พ.ค.2559 เวลา 11.00 น. ที่ สุสานศานติคาม อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท เงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงาน เมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 150,000 บาท
สำหรับ นางประคิณ เกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.2462 ที่ กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อ ประคิณ กรองทอง หรือ เออเชนี (Eug Enie) นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เรียนที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ จบชั้นมัธยม 8 ทางภาษาฝรั่งเศส เมื่ออายุ 16 ปี และเรียนซ้ำ ม.8 ทางภาษาอังกฤษ และเรียนมหาวิทยาลัย ที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นที่หนึ่งของประเทศ ทั้งนี้ จบปริญญาโทเกียรตินิยม ภาษาฝรั่งเศส เมื่อปี 2488 และได้ทุนไปศึกษาต่อที่ปารีส เป็นเวลา 1 ปี
ประคิณ กรองทอง เริ่มเขียนกลอนตั้งแต่เข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีรุ่นพี่ชื่อ ‘สุจิต ศิกษมัต’ ตั้งนามปากกาให้ว่า ‘อุชเชนี’ ตามชื่อเดิม จนในปี 2489 เธอเริ่มเขียนกลอนสั้น ‘มะลิแรกแย้ม’ และได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือ บ้าน- กับโรงเรียน ในนาม "มลิสด" ต่อมา ในปี 2491 เปลี่ยนแนวการแต่งจาก เรื่องรักเป็นเรื่องของคนทุกข์ยาก คือ ‘ใต้- โค้งสะพาน’ ตีพิมพ์ลงในหนังสือการเมือง กระทั่ง ในปี 2499 มีการรวมพิมพ์เป็นเล่ม ระหว่าง ‘อุชเชนี’ และ ‘นิด นรารักษ์’ ชื่อ ‘ขอบฟ้าขลิบทอง’ บอกเล่าเรื่องราวเพื่อเสริมสร้างการมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะ ความรู้สึกของชนชั้นกลาง ที่เห็นคุณค่าของชนชั้นที่ต่ำกว่า ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ระหว่าง ความรวยและความจน
ต่อมา ‘อุชเชนี’ กลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้สมรสกับ หม่อมหลวงจิตรสาน ชุมสาย
ทั้งนี้ ระหว่างศึกษาที่ ประเทศฝรั่งเศส เธอได้อ่านหนังสือวรรณคดีชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดที่จะสร้างสรรค์งานที่มีค่าต่อสังคม และเมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ มีโอกาสได้ติดตามนายแพทย์และบาทหลวง เข้าไปทำงานที่แหล่งเสื่อมโทรม และมีจิตสำนึกแบบชาวคาทอลิก ที่เคร่งครัดว่า ควรจะต้องทำอะไรเพื่อคนจน ทำให้เธอเขียนบทกวีที่สะท้อนภาพสังคมในเชิงมนุษยธรรม และได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พร้อมกับ ‘เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์’ ในปี 2536
โดย หนังสือเรื่อง "ขอบฟ้าขลิบทอง" เป็นหนังสือที่ได้รับการคัดเลือกว่า เป็นงานวรรณกรรมที่น่าอ่าน มีคุณค่าทางศิลปวรรณกรรม ครบถ้วนตามแนวทางของวรรณกรรมโลก หรือวรรณกรรมสากล มีเนื้อหาสาระที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิต และต่อโลกกว้างขึ้น ได้รับความรู้ ความคิดอ่าน ความบันเทิงทางศิลปวัฒนธรรม ซึ่งปรากฏแจ้งอยู่ใน หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
ข่าวประกอบ : https://th.wikipedia.org , http://news.mthai.com/
ภาพประกอบ : Thai PBS
