ร้องผู้ตรวจฯสอบรัฐเอื้อนายทุนหลังลดภาษีนำเข้าข้าวสาลี
"ศรีสุวรรณ"นำชาวไร่ข้าวโพด ร้องผู้ตรวจการฯ สอบรัฐเอื้อนายทุน หลังสั่งลดภาษีนำเข้าข้าวสาลี ทำราคาข้าวโพดตกต่ำหนัก
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพด เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีการปฏิบัติ หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ในการลดภาษีการนำเข้าข้าวสาลีมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว และมันสำปะหลัง โดยมีนายฐนภณ ธนวชิรนนท์ เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโสระดับสูง สำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เป็นผู้รับเรื่อง โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากกรณีที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ลดภาษีการนำเข้าข้าวสาลีจาก 27 เปอร์เซ็นต์ มาเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีการนำเข้าข้าวสาลี แทนข้าวโพด ทะลักมากถึง 2.9 ล้านตันในปี 2558 และจะมากกว่า 3.5 ล้านตันในปี 2559 นี้ เป็นเหตุให้ราคาข้าวโพดที่เกษตรกรเคยขายได้ในราคาประกันประมาณ 9-10 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงมาเหลือเพียง 3 บาทกว่าๆ ต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดขาดทุน เป็นหนี้สินกันทั้งประเทศในขณะนี้ อีกทั้งผู้ประกอบการธุรกิจอาหารสัตว์ยังคงเดินหน้าสั่งข้าวสาลีเข้ามาเพื่อผลิตอาหารสัตว์ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงขอร้องเรียน รมว.พาณิชย์ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และอธิบดีกรมศุลกากร ที่ถือได้ว่าต่างปฏิบัติหรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จนเป็นเหตุทำให้ราคาข้าวโพด ข้าว และมันสำปะหลัง มีราคาตกต่ำอย่างมาก ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพื่อเสนอไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.ให้ยกเลิกภาษีนำเข้าข้าวสาลีกลับไปใช้ 27 เปอร์เซ็นต์ตามเดิม 2.ให้รัฐบาลกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดที่เสียหายจากมาตรการของรัฐดังกล่าว 3.ให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดข้าราชการและผู้บริหารที่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผู้ประกอบการอาหารสัตว์ขนาดใหญ่ และ 4.มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่กำหนดให้ข้าวสาลีเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ขอให้มีมติใช้บังคับให้มีผลย้อนหลังไป ณ วันที่ 21 ม.ค. 2559 ที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ออกประกาศเรื่องการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม และขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการกับกรณีการปฏิบัติหรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนดำเนินการจัดทำเกษตรพันธสัญญา ในลักษณะเอาเปรียบเกษตรกร
ขอบคุณข่าวจาก

