เอสซีจี เดินหน้าขยายการลงทุนในอาเซียน ทุ่ม 4.3 พันล้าน ซื้อธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในอินโดฯ
เขียนวันที่
วันพุธ ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10:34 น.
เขียนโดย
isranews
หมวดหมู่
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เอสซีจี เผยความคืบหน้าล่าสุดการขยายธุรกิจในอาเซียน ดัน เอสซีจี ซิเมนต์ ลงทุนในอินโดนีเซีย เตรียมซื้อธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างทั้งหมดจากกลุ่ม Boral Indonesia ด้วยมูลค่า 4,300 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในมิถุนายนปีนี้ มั่นใจเสริมศักยภาพธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในอินโดนีเซีย มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอาเซียน
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า “เอสซีจีได้เดินหน้าผลักดันธุรกิจในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เอสซีจี ซิเมนต์ ได้ขยายการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้งบประมาณ 4,300 ล้านบาท หรือ 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างทั้งหมดจากกลุ่ม Boral Indonesia หรือ BI ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย เจ้าของแบรนด์ “Jayamix” โดยนอกจากคอนกรีตผสมเสร็จแล้ว BI ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจคอนกรีตสำเร็จรูปและท่อคอนกรีต ธุรกิจเหมืองหิน และแหล่งสำรองหินปูน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายธุรกิจในอนาคต”
“เอสซีจี มีความมั่นใจในศักยภาพของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง พร้อมเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำอาเซียน เราเชื่อมั่นว่าการลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างของเอสซีจีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งสอดคล้องกับนโยบายผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืนในอาเซียน โดยในช่วงต้นปี 2554 เอสซีจี ได้เข้าซื้อกิจการในธุรกิจเซรามิก และจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในประเทศอินโดนีเซีย จากบริษัท PT Keramika Indonesia Assosiasi Tbk หรือ KIA ผู้ผลิตเซรามิกรายใหญ่ของประเทศอินโดนีเซีย และบริษัท PT Kokoh Inti Arebama Tbk หรือ KOKOH ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายและศักยภาพการขยายตลาดของเอสซีจีในประเทศอินโดนีเซียได้เป็นอย่างดี” นายกานต์ กล่าว
Boral Indonesia (BI) เป็นผู้นำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในประเทศอินโดนีเซีย ในเครือบริษัท Boral Limited ประเทศออสเตรเลีย ดำเนินธุรกิจหลักคือ คอนกรีตผสมเสร็จ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จรวม 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีโรงงานทั้งสิ้น 40 แห่ง ตั้งอยู่ที่เกาะชวาและเกาะสุมาตรา
