สหรัฐเล็งรับ'กำแพงตะวันตก' เป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล
รัฐบาลวอชิงตันเผย "แนวคิด" ในการให้ "กำแพงตะวันตก" ในเขตเมืองเก่าของกรุงเยรูซาเลมให้เป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล ความเคลื่อนไหวที่จะยิ่งเพิ่มความร้อนระอุให้กับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. โดยอ้างจากสำนักข่าวเอพี ซึ่งสัมภาษณ์แหล่งข่าวระดับสูง 2 คนในทำเนียบขาว ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาแนวทางการประกาศยอมรับกำแพงตะวันตก ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าทางตะวันออกของกรุงเยรูซาเลม ให้เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของอิสราเอล ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงอีกคนหนึ่งต้องการให้อิสราเอล "มีสิทธิ์ขาด" ในการควบคุมกำแพงและอาณาเขตโดยรอบ
ด้านแหล่งข่าวอีกรายหนึ่งยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์ยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง แต่ยอมรับว่า "เป็นไปได้ยากมาก" หากจะให้รัฐบาลอิสราเอลลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับปาเลสไตน์ โดยที่รัฐยิวไม่ได้ครอบครองกรรมสิทธิ์เหนือกำแพงตะวันตก
ทั้งนี้ กำแพงตะวันตกซึ่งมีความสูงประมาณ 19 เมตร และยาว 488 เมตร ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิหารยิวแห่งที่สองซึ่งได้รับการก่อสร้างขึ้นตามพระราชบัญชาของกษัตริย์เฮรอด เมื่อปี 516 ก่อนคริสตกาล และเมื่อถูกทำลายโดยชาวโรมันในช่วงคริสต์ศักราชที่ 70 ชาวยิวจำนวนมากพากันมารวมตัวร้องไห้แสดงความเสียใจกันที่กำแพงแห่งนี้ จึงเป็นเหตุให้กำแพงนี้มีชื่อเรียกอีกชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "กำแพงร้องไห้"
อย่างไรก็ตาม กรณีของกำแพงตะวันตกถือเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและเปราะบางไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการที่ผู้นำสหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา รับรองกรุงเยรูซาเลมในฐานะ "เมืองหลวง" ของอิสราเอล และเตรียมย้ายสถานเอกอัครราชทูตออกจากกรุงเทลอาวีฟให้ไปตั้งที่นครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แทน เนื่องจากอาณาเขตของกำแพงตะวันตกอยู่นอกเหนืออาณาเขตตามเส้นแบ่งเขตแดนของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ฉบับปี 2510 และพื้นที่ของกำแพงยังคาบเกี่ยวกับบริเวณศาสนสถานของชาวมุสลิมด้วย
ขณะที่นายนาบิล อาบู อาร์เดเนห์ ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ กล่าวว่าปาเลสไตน์และโลกอาหรับไม่มีทางยอมรับการกำหนดอาณาเขตของกำแพงตะวันตก รายงานที่ออกมายิ่งเป็นการตอกย้ำว่าสหรัฐต้องการพาตัวเองให้หลุดพ้นจากกระบวนการสร้างสันติภาพเป็นการถาวร
นอกจากนี้ รายงานชิ้นนี้ยังได้รับการเผยแพร่ออกมาเพียงไม่กี่วันก่อนที่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ จะเดินทางเยือนอียิปต์และอิสราเอลในช่วงต้นสัปดาห์หน้า ท่ามกลางบรรยากาศของการประท้วงต่อต้านสหรัฐและอิสราเอลที่ยังคงรุนแรงในปาเลสไตน์และโลกตะวันออกกลาง โดยการปะทะอย่างดุเดือดระหว่างชาวปาเลสไตน์กับเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลเฉพาะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 150 คน.

