ศาลอาญาพิพากษาแก๊งปลอมพาสปอร์ต
กรมสอบสวนคดีพิเศษจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา กรณีบุคคลหรือคณะบุคคลร่วมกับชาวปากีสถานซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทำหนังสือเดินทางปลอม เพื่อสนับสนุนการกระทำความผิดข้ามชาติ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติรับเป็นคดีพิเศษที่ ๔๐๘/๒๕๕๓ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้จับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาคดีฯดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น ๔ ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาที่ ๑. นายมูฮัมหมัด อัทเธอร์ บัตต์ หรือโทนี่ สัญชาติปากีสถาน ๒. นางสาวสิริกัลยา กิจบำรุง หรืออุ๊ สัญชาติไทย ๓. นายซีซาน อัซซาน บัตต์ และ ผู้ต้องหาที่ ๔. นายกุลาม ราซูล สัญชาติปากีสถาน
คณะทำงานสอบสวนคดีพิเศษที่ ๔๐๓/๒๕๕๓ ได้มีมติเห็นพ้องต้องกันสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ ๑ ในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอม จำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งหนังสือเดินทางปลอม” และ “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” และ “ร่วมกันปลอมเอกสารและเอกสารราชการ และร่วมกันทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศและสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ ๒ , ๓ และ ๔ ในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งหนังสือเดินทางปลอม” และ “ร่วมกันปลอมเอกสารและเอกสารราชการ และร่วมกันทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ” และผู้ต้องหาที่ ๒ และ ๓ ในความผิดฐาน “ร่วมกันรับของโจร”
ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาโดยเห็นว่าจำเลยที่ ๑ , ๓ และ ๔ มีความผิดตามฟ้อง พิจารณาพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ ๑ , ๓ และ ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕ , ๒๖๙/๘ , ๒๖๙/๙ , ๒๖๙/๑๒ และ ๓๕๗ วรรค ๑ ดังนี้ ๑. จำเลยที่ ๑ พิพากษาลงโทษจำคุก เรียงกระทงความผิด รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น ๓๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือ จำคุก ๑๕ ปี ๖ เดือน ๒. จำเลยที่ ๓ พิพากษาลงโทษจำคุก เรียงกระทงความผิด รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น ๒๔ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือ จำคุก ๑๒ ปี ๓. จำเลยที่ ๔ พิพากษาลงโทษจำคุก เรียงกระทงความผิด รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น ๒๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ลดโทษกึ่งหนึ่งคงเหลือ จำคุก ๑๐ ปี ๖ เดือน
และให้ริบของกลางตามคำขอท้ายฟ้องทั้งสิ้น ซึ่งในส่วนของจำเลยที่ ๒ ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหานั้น ปัจจุบันได้สืบพยานโจทย์เสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าประการใด กรมสอบสวนคดีพิเศษจะรายงานสู่สาธารณะชนเป็นระยะ
