ครม.ไม่รับความเห็นป.ป.ช. กรณีเสนอทบทวนรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง อ้างไม่มีอำนาจ
ครม. ไม่รับความเห็น ป.ป.ช. ที่ให้คณะรัฐมนตรีสั่งให้ส่วนราชการ แสดงราคากลางทุกประเภท ให้อำนาจเผยแพร่ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านระบบอิเล็คโทรนิค อ้าง ปปช.ไม่มีอำนาจ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ ป.ป.ช.เสนอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ในเรื่องการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดจัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบอิเล็คโทรนิคเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจดูได้และการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่1 ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายและ ได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของครม.ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ ตามมาตรา103/7 วรรค1 หน่วยงานของรัฐต้องวางหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด สิ่งที่คณะกรรมการป.ป.ช.เสนอต่อครม. เป็นเพียงมาตรการที่เสนอแนะต่อ ครม.ตามมาตรา19(11)เท่านั้น ครม.ย่อมมีดุลยพินิจที่จะรับข้อเสนอของคณะกรรมการป.ป.ช.ไปดำเนินการทั้งหมด หรือ บางส่วนได้ตามเห็นสมควร
นายอนุสรณ์ กล่าวว่าสำหรับ เรื่องนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้เสนอรายงานต่อครม.เพื่อสั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเดี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 103/7 ครม.จึงต้องพิจารณาและมีมติให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการดังกล่าวตามนัยมาตรา 103/8 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2 )พ.ศ.2554 และควรให้คณะกรรมการป.ป.ช.ในฐานะผู้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างฯ เป็นผู้ปรับปรุงแก้ไข โดยมติครม.เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.54 ว่าการที่แสดงราคากลางทุกประเภท อาจไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด เพราะบางครั้งจะมีผลในการฮั้วประมูลหรือการประกวดราคาที่ไม่เป็นธรรม และกรณีคณะกรรมการป.ป.ช.มีความเห็นไม่สอดคล้องกับมติ ครม.ในการปฏิบัติตามมาตรา 103/7 และมาตรา 103/8 ของพ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งเป็นประเด็นข้อกฎหมาย จึงมีคำสั่งให้ส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมาย
