ไม่ว่าคลิปอ้างเป็นกลุ่มอัลกออิดะห์ขู่ไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย จะเป็นของจริงตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย หรือเป็นแค่ของเก๊ลวงโลกตามที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคนในรัฐบาลออกมาบอก แต่สิ่งที่สังคมไทยต้องตระหนักก็คือ ปัญหาก่อการร้ายหรือการใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่การรบ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว
ถามไถ่กันวุ่นวายว่าคำแถลงร่วมกันระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็นว่าจะช่วยกันลดเหตุรุนแรงตลอดรอมฎอนนั้น นับถึงวันนี้...ผ่าน 13 วันของเดือนรอมฎอนแล้ว ข้อตกลงถือว่าล้มเลิกไปแล้วหรือไม่
ผ่านไปแค่ 10 วันของเดือนรอมฎอนที่รัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็นประกาศจับมือกันยุติความรุนแรงโดยตั้งหมุดหมายเอาไว้ทั้งสิ้น 40 วัน ปรากฏว่าได้เกิดปัญหาขึ้นเสียแล้ว เมื่อฝ่ายบีอาร์เอ็นยื่นประท้วงไปยัง ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติภาพ ว่าฝ่ายไทยละเมิดข้อตกลง เพราะเป็นฝ่ายก่อความรุนแรงขึ้นก่อน
แม้ถ้อยแถลง "ความเข้าใจร่วมกัน" ระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับแกนนำบีอาร์เอ็นว่าด้วยการหยุดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนและเดือนเซาวัล (เดือนต่อจากเดือนรอมฎอน) รวม 40 วัน จะเป็นความก้าวหน้าในกระบวนการพูดคุยสันติภาพและการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่น่าตื่นเต้นยินดีที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษก็ตาม
"บีอาร์เอ็นจะพยายามไม่สร้างความรุนแรง รวมไปถึงการทำร้ายโดยใช้อาวุธ การวางระเบิด ลอบโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน และบีอาร์เอ็นพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่มีการลอบทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินทางราชการหรือสาธารณะ รวมทั้งให้คำมั่นถึงสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยกับบุคคลศาสนาอื่นที่ไม่ใช่มุสลิม"
ยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างมากกับกระบวนการสันติภาพที่ชายแดนใต้ เพราะแม้แต่การแถลงข่าวยุติการก่อเหตุรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอน (เริ่มวันแรกวันที่ 10 ก.ค.) โดยผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดกระบวนการพูดคุยอย่างมาเลเซีย ก็ยังถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
อับดุลรอนิง โอบกอดลูกสาวด้วยความรักและความคิดถึงสุดหัวใจ ขณะที่ลูกสาวของเขาก็ก้มหน้าร้องไห้ด้วยความรู้สึกพรั่งพรูไม่ต่างกัน
ข้อความแรงๆ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี สาดเข้าใส่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แบบไม่ยั้ง กลางวงประชุมนายตำรวจระดับนายพลเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เสมือนหนึ่ง "ทิ้งบอมบ์" ส่งท้ายก่อนย้ายไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแบบไม่เต็มใจ จากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เที่ยวล่าสุดของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น
เงื่อนไขใหม่ของขบวนการบีอาร์เอ็นกลุ่มนายฮัสซัน ตอยิบ ที่ประกาศผ่านคลิปวีดีโอเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทิวบ์ล่าสุด โดยเฉพาะที่ให้ทางการไทยถอนทหาร-ตำรวจพ้นพื้นที่ชายแดนใต้แลกกับการยุติก่อเหตุรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอน และให้นำข้อเรียกร้อง 5 ข้อที่เสนอไปก่อนหน้านี้เข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภา มิฉะนั้นจะไม่มีการพูดคุยเจรจาครั้งต่อไปนั้น แทบทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าเป็นข้อเสนอที่ยอมรับได้ยาก
ผ่านไปแล้ว 3 ครั้งสำหรับการพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดยขบวนการบีอาร์เอ็นกลุ่มของนายฮัสซัน ตอยิบ แต่ดูเหมือนระยะเวลาเกือบ 4 เดือนหลังจากทั้งสองฝ่ายยอมจรดปากกาลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการสันติภาพดับไฟใต้ ดูจะยังมองไม่เห็นปลายทางแห่งสันติสุข