ท่ามกลางกระแสตื่นกลัวของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมีข่าวร้ายคนไทยเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ที่สถาบันบำราศนราดูร ปรากฏว่าที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สถานการณ์ก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน ทั้งเรื่องโรคร้าย ผลพวงจากการปิดด่านพรมแดน และพืชเศรษฐกิจที่ราคาตกต่ำและมีกระแสพ่อค้าหยุดรับซื้อ
ท่ามกลางกระแสตื่นกลัวโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของมาเลเซีย ปรากฏว่ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข "ดับไฟใต้" ยังคงเดินหน้าต่อไป
ภาพประกอบของเรื่องนี้ (ภาพครึ่งล่าง) คือหน้าเพจ "ซูรอ ปาตานี" (Suara Patani) ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันพุธที่ 26 ก.พ.63
ผลพวงจากโศกนาฏกรรมโคราช ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพ และจัดระเบียบผลประโยชน์ต่างๆ ในรั้วสีเขียว
มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุโศกนาฏกรรมโคราช ถึงขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่ามาจากความขัดแย้งระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้บังคับบัญชา รวมถึงนายหน้า และบุคคลอื่นๆ ที่่เกี่ยวข้องกับโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งใช้เงินกู้สวัสดิการของกองทัพในการทำสัญญาซื้อขาย
การเปิดโต๊ะพูดคุยกับ "ผู้แทนบีอาร์เอ็น" ของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ม.ค.63 ถือเป็นการนับหนึ่งของกระบวนการสันติภาพอีกครั้งกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐตัวจริงเสียงจริงในนาม "กลุ่มบีอาร์เอ็น"
ในช่วงที่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของปี 63 ที่จังหวัดนราธิวาสนั้น ปรากฏว่ามีความคืบหน้าเรื่องกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขด้วยเช่นกัน
วิกฤตการณ์ไฟใต้เดินทางมาครบ 16 ปีเต็มในวันนี้ (4 ม.ค.63) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายของประวัติศาสตร์ไฟใต้รอบปัจจุบัน
คนที่ติดตามข่าวใต้ สถานการณ์ไฟใต้ และนักข่าวทุกสำนัก แน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หรือ "พี่ปราโมทย์" ของน้องๆ สื่อมวลชน