
ลูกบ้านโครงการไซมิส บลอสซั่ม แอท แฟชั่น ร้อง‘อิศรา’ เหตุ ‘เขตคันนายาว’ ปล่อยบริษัทใหญ่สร้างโรงงานในหมู่บ้านจัดสรรทั้งที่อยู่ในผังเมืองห้ามสร้าง แถมกรมโรงงานประทับตรา ไม่มีใบอนุญาต แต่ปล่อยสร้างย้อนหลังได้ ด้านผอ.เขตแจงกำลังตรวจสอบอยู่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ลูกบ้านในโครงการไซมิส บลอสซั่ม แอท แฟชั่น ได้ส่งเบาะแสการทุจริตประพฤติมิชอบของเขตคันนายาว กรณีโรงงานผลิตห้องน้ำสำเร็จรูป ของบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ไม่มีใบอนุญาตโรงงาน ผิดกฎหมายผังเมือง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรไซมิส บลอสซั่ม แอท แฟชัน แต่สำนักงานเขตไม่ยอมดำเนินการ
ในรายละเอียดของจดหมายร้องเรียนระบุว่า โรงงานผลิตห้องน้ำสำเร็จรูป ของบริษัทไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ในพิกัด Google Maps ระบุว่า RM6M+237 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร อยู่ภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ไซมิส บลอสซั่ม แอท แฟชัน และใช้ถนนภาระจำยอมสายหลักซึ่งผ่านกลางหมู่บ้านเป็นทางเข้า-ออก ส่งผลให้มี รถบรรทุกขนาดใหญ่และคนงานของโรงงานใช้ถนนภาระจำยอมในหมู่บ้านเข้า-ออกทั้งวัน ก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย มลพิษทางอากาศและเสียงจากการใช้รถยนต์
ที่ตั้งโรงงาน
@ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน แจ้ง Traffy Foundue ไม่เป็นผล
ผู้แจ้งเบาะแสรายงานว่า โรงงานดังกล่าวมีขนาดภายในอาคารประมาณ 3,000 ตารางเมตร ไม่มีใบอนุญาตโรงงาน และไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของโรงงาน (มีเฉพาะใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งสร้างไม่ตรงแบบและเป็นการขออนุญาตย้อนหลัง นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีส้ม ย.5 ซึ่งผิดกฎหมายผังเมืองอย่างชัดเจน อีกทั้ง โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร แม้ภายหลังจะมีการขอแก้ไขแผนผังโครงการนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกจากโครงการก็ตาม แต่เป็นการทำนิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ลูกบ้านของบรรยายต่อว่า จากปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2566 ลูกบ้านได้ร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ทางสำนักงานเขตคันนายาวได้มีคำตอบกลับมาในวันที่ 1 ก.พ. 2567 ว่าโรงงานดังกล่าวอยู่ใน ผังเมืองสีส้ม ย.5-16 เป็นโรงงานจำพวก 1 สามารถตั้งได้ พร้อมแนบใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานปี พ.ศ. 2567 แนบมาด้วย ทั้งที่โรงงานดังกล่าวมีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2564 จึงเป็นการออกใบอนุญาตย้อนหลัง ทำให้ลูกบ้านได้แจ้งโต้แย้งดุลพินิจของฝ่ายโยธา เขตคันนายาวว่า โรงงานดังกล่าวมีขนาดเกือบ 3,000 ตารางเมตร ในขณะที่ตามกฎหมายผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ระบุว่าผังเมืองสีส้ม ย.5-16 สามารถ สร้างโรงงานได้ขนาดไม่เกิน 500 ตร.ม.
ต่อมาวันที่ 28 ก.พ. 2567 ฝ่ายโยธา เขตคันนายาวได้ตอบกลับมาว่า ได้มีคำสั่งให้โรงงานรื้อถอนถอนส่วนต่อเติมส่วนโครงหลังคาระหว่างตึกออกแล้ว ส่งผลให้กลายเป็นโรงงานขนาดไม่เกิน 500 ตร.ม. จำนวน 6 หลังต่อกันแทน อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตคือ การใช้ดุลยพินิจดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อโรงงาน เพราะในทางปฏิบัติกำลังการผลิตไม่ได้ลดลง และขัดต่อพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ด้วย
ทั้งนี้ ผู้แจ้งเบาะแสระบุว่า หลังจากนั้นพบว่า บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัดเจ้าของโรงงานผลิตห้องน้ำสร้างหลังคาแบบเปิด-ปิ ดได้ และรางน้ำเชื่อมระหว่างอาคาร ให้กลายเป็นอาคารเดียวกัน


การแจ้ง Traffy Fondue เมื่อปี 2566

@กรมโรงงานเผย โรงงานไม่มีใบอนุญาตจริง
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 กรมโรงงานได้มีหนังสือแจ้งมายังทนายความผู้รับมอบอำนาจจากลูกบ้าน โดยมีคำวินิจฉัยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานว่า “โรงงานดังกล่าวประกอบกิจการโดย บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้ารวมทั้งสิ้น 78.1 แรงม้า จัดอยู่ในประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 63(2) และจัดเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดโรงงาน พ.ศ. 2563 เข้าข่ายเป็นโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งโรงงานประเภท 3 ไม่สามารถสร้างได้ในผังเมืองสีส้ม ต้องเป็นผังเมืองสีม่วงเท่านั้นและโรงงานลำดับที่ 63(2) ไม่อยู่ในบัญชีแนบท้ายที่จะสามารถตั้งในเขตผังเมืองสีส้ม ย.5 ได้
กระทั่งวันที่ 18 มี.ค. 2569 สำนักงานเขตคันนายาวได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า โรงงานผลิตห้องน้ำสำเร็จรูปดังกล่าว อยู ่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ถือว่าไม่เข้าข่ายเป็นกิจการที่ต้องยื่นขอรับใบอนุญาต ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 ทั้งที่ในความเป็นจริงโรงงานดังกล่าวได้เริ่มก่อสร้างในปี 2564 ก่อนจะมีการขยายโรงงานเรื่อยๆ
นอกจากนี้ สำนักงานเขตคันนายาวยังได้มีข้อแนะนำไปยังบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ว่า หากประสงค์จะดำเนินการผลิตห้องน้ำสำเร็จรูปเพื่อจำหน่าย ให้ยื่นขอรับใบอนุญาตตามข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 พร้อมระบุว่าหากพบว่าการดำเนินการของ บริษัทฯ เป็นไปเพื่อการค้าก็จะดำเนินการควบคุม ซึ่งการใช้ดุลยพินิจในลักษณะนี้สะท้อนว่า สำนักงานเขตมอง ว่าการผลิตห้องน้ำเพื่อติดตั้งในคอนโดของบริษัทไม่ใช่การค้า ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงห้องน้ำย่อมเป็นส่วนหนึ่ง ของห้องชุดที่บริษัทขาย วัตถุประสงค์ในการผลิตห้องน้ำสำเร็จรูปจึงเป็นเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน อีกทั้งบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดอีกหลายแห่งทั่ว กรุงเทพฯ โรงงานแห่งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์อย่างชัดเจน
หนังสือจากกรมโรงงาน
หนังสือตอบกลับจากสำนักงานเขตคันนายาว
@รวมแปลงโฉนด 4 ครั้ง นิติกรรมอำพรางสร้างโรงงานในหมู่บ้าน
ผู้แจ้งเบาะแสให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรงงานห้องน้ำแห่งนี้เกิดจากการรวมโฉนดที่ดิน 2 แปลงเข้าด้วยกัน คือ โฉลดเลขที่ 1642 ซึ่งเป็นที่ดินตาบอดอยู่นอกโครงการจัดสรร และโฉนดเลขที่ 230918, 230919, 230920 ซึ่งทั้ง 3 แปลงนี้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน 382/2535 ของบริษัท พี.เอ.เอสเตท จำกัด จึงมีสิทธิในการใช้ถนนภาระจำยอมในโครงการ ต่อมา บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด ได้รับโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจาก บริษัท พี.เอ.เอสเตท จำกัด ในวันที่ 8 มิ.ย. 2555 ซึ่งตามหนังสืออนุญาตให้แก้ไขผังโครงการครั้งที่ 2 เลขที่ 163-2556 ที่ดินทั้ง 3 แปลงยังอยู่ในโครงการจัดสรร
และในวันที่ 26 ก.ย. 2556 คณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้อนุญาตให้บริษัทไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) แก้ไขผังโครงการครั้งที่ 3 โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 230918, 230919, 230920 ออกจากผังจัดสรร โครงการ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการ “ขายให้ที่ดินข้างเคียง” อย่างไรก็ตาม ที่ดินทั้ง 3 แปลงถูกโอนเป็นของบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2556 โดยในวันเดียวกับที่โอน บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ได้จดทะเบียนภาระจำยอมในโครงการให้แก่โฉนดเลขที่ 1642 ซึ่งเป็นของบุคคลภายนอก และในปี 2564 ได้มีการก่อสร้างโรงงานบนโฉนดเลขที่ 1642 แล้ว ต่อมาโฉนดเลขที่ 1642 ได้ถูกโอนให้กับบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 30 ก.ค. 2567 หลังจากนั้น บริษัทฯ ได้ยุบรวมที่ดินทั้ง 4 แปลง ก่อนจะแบ่งแยกใหม่เป็น 18016-18023 จำนวน 7 แปลง และต่อมาขอ อนุญาตก่อสร้างโรงงานขนาด 500 ตร.ม. ตามที่ดินแปลงย่อย
ผู้แจ้งเบาะแสตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) เป็นการทำนิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน โดยการแบ่งแยกนำที่ดินออกจากผังจัดสรรโครงการ และการนำที่ดินดังกล่าวไป จดภาระจำยอมให้กับแปลงโรงงานด้านใน เป็นการกระทำโดยมีเจตนาใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อสร้างโรงงานในหมู่บ้านจัดสรรอย่างชัดเจน
“จากเรื่องราวข้างต้น เป็นเบาะแสการทุจริตใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบของสำนักงานเขตคันนายาวใน 3 ประเด็นคือ (1) ปล่อยปละละเลยให้มีการสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในเขตหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ในผังเมืองสีส้ม ด้วยการใช้ดุลยพินิจให้ออกใบอนุญาตก่อสร้างย้อนหลัง เอื้อประโยชน์ให้โรงงานใช้วิธีรื้อเฉพาะหลังคาเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายจำกัดขนาดพื้นที่ของอาคาร โดยไม่กระทบต่อกำลังการผลิต ของโรงงาน (2) ใช้ดุลยพินิจเอื้อประโยชน์ให้โรงงานสามารถเปิดดำเนินกิจการโดยอ้างว่า โรงงานยังสร้างไม่เสร็จจึงไม่เข้าข่ายเป็นกิจการที่ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกิจการที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 ทัั้งๆที่โรงงานทำการผลิตมาหลายปี มีการสร้างห้องน้ำสำเร็จรูปส่งออกไปยัง คอนโดต่างๆ ทั่วกรุงเทพจำนวนมาก มีรถบรรทุกขนวัสดุสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป และห้องน้ำสำเร็จรูปเข้า-ออก ผ่านทางภาระจำยอมของหมู่บ้านต่อเนื่องมาหลายปี และ (3) ใช้ดุลยพินิจตีความว่าการผลิตห้องน้ำสำเร็จรูปเพื่อใช้ในคอนโดของบริษัทไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ไม่ใช่การค้า ทั้งๆ ที่วัตถุประสงค์ในการผลิตห้องน้ำสำเร็จรูปเป็นเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน ห้องน้ำเป็นส่วนหนึ่งของห้องชุดที่บริษัทจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป จึงเป็นส่วนหนึ่งของการค้าอย่างชัดเจน” ผู้แจ้งเบาะแสกล่าว
ดังนั้น ผู้แจ้งเบาะแสจึงมีข้อเรียกร้องไปยังสำนักงานเขตคันนายาวให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอให้บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) รื้อถอนโรงงานแห่งนี้ออกไปจากหมู่บ้านจัดสรร และยุติการใช้พื้นที่ในโครงการ ทั้งหมดเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกไปจากการพักอาศัย ตามพ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน 2543 และ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สอบถามทางโทรศัพท์ไปยังนางสาวกัลยา บุญแดง ผู้อำนวยการเขตคันนายาว ถึงข้อเท็จจริงตามประเด็นที่มีผู้ร้องเรียนมา โดยนางสาวกัลยากล่าวเพียงว่า กำลังให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบในประเด็นนี้อยู่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา