ประเด็นที่วิจารณ์กันหนักที่สุดจากเหตุการณ์ยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คือ มีการใช้ “รถหลวง” ในราชการ กอ.รมน.นราธิวาส เป็นพาหนะของคนร้าย ทั้งก่อเหตุ และหลบหนี
คดียิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ไร้เงา “แม่ทัพ – ผู้ว่านราฯ” ร่วมแถลงความคืบหน้า มีแต่ผู้การสืบฯ ยันผู้ต้องหาทั้ง 5 มีหลักฐานเอาผิดแน่นหนา ดิ้นไม่หลุดแน่ แต่ยอมรับยังไม่เปิดปากซัดทอดผู้บงการ พบ “สมพร - อดีตนาวิกฯ” เคยโดนคดีจ้างวานฆ่าปี 57 แต่ศาลยกฟ้อง ส่วนกรณียืมรถหลวงไปยิงผู้แทนฯ เป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว ยังไม่ชัดคนในหน่วยเกี่ยวข้องคดี ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ยันไม่ปกป้อง ลั่นคนให้ยืมมีโทษทั้งวินัยและอาญา
เลขาฯศอ.บต.ยัน คดียิง สส.กมลศักดิ์ ไม่เกี่ยวความมั่นคง ไม่โยงราชการ ย้ำเป็น “อาชญากรรมทั่วไป” ส่วนการใช้ “รถหลวง” มีการสอบสวนกระบวนการยืมไปใช้ส่วนตัวแล้ว ไม่มีละเว้น ลั่นคดีไม่เงียบ แค่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล
ตำรวจชุดคลี่คลายคดี และผู้แทน กอ.รมน. นัดแถลงรายละเอียดและความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ ในช่วงบ่ายวันนี้ (6 เม.ย.) จากการยืนยันของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
รวบอีก 1 ผู้ต้องหาร่วมก๊วนยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” สารภาพทำหน้าที่โชเฟอร์พามือปืนไปก่อเหตุ ทั้งยังให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขยายผลถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใกล้โยงถึงตัวคนบงการ ขณะที่ตำรวจออกหมายจับเจ้าของอู่ชำแหละรถเพิ่มอีก 1
แม้ผู้ต้องหาที่ร่วมทีมยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นอดีตทหารนอกราชการ
ขยายผลยิง “สส.กมลศักดิ์” คุมตัวเจ้าของอู่ตากใบ สารภาพรับคำสั่ง “อดีต นย.” ชำแหละปิคอัพก่อเหตุ ตะลึงคนนำรถไปส่งชำแหละก็อดีตทหาร
สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ มีหลายเสียงวิจารณ์ว่าเป็นเพราะช่วงสุญญากาศการเปลี่ยนรัฐบาลด้วยหรือไม่ ทำให้ “กลุ่มป่วนใต้” สบช่องก่อเหตุโชว์ศักยภาพ
ลอบยิงกำลังทหารพรานจะแนะขณะเคลื่อนกำลัง บาดเจ็บ 4 นาย “ผบ.ร้อย” กระสุนเฉี่ยวใบหู หวิดสิ้นชื่อ เผยออกปฏิบัติการกลางดึกหลังแก๊งทำลายวงจรปิดตระเวนควบมอเตอร์ไซค์ดึงสายไฟที่ต่อกับกล้องจนใช้การไม่ได้ 11 ตัวรวด เตรียมก่อเหตุใหญ่
สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ช่วงนี้ไม่ได้มีแต่ความรุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีการปะทะกันทางความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ด้วย