ป่วนไม่เลิก! มือมืดลอบเผา “อบต.สาคอบน” มายอ ปัตตานี เผายางรถยนต์ป่วนถนนอีก 2 จุดที่ยะรัง
สถานการณ์ชายแดนใต้อยู่ในสภาพ “ฝ่ายรัฐติดกับดัก” เจอวิกฤตซ้อนวิกฤตแล้วหาทางออกไม่ได้
การโยกย้ายเลขาธิการ สมช. ตามมติ ครม. 25 ส.ค.69 แม้จะเป็นวันเดียวกับการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ล็อตใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย แต่กลายเป็นจังหวะไม่ค่อยดีนัก เพราะสถานการณ์ไฟใต้กำลังอลหม่านพอดี
ประเด็นแทรกซ้อนจากเหตุการณ์ป่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม กลายเป็นดราม่าซ้ำเติมสถานการณ์ชายแดนใต้ ก็คือ การที่มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งออกมาร้องเรียนกล่าวหาฝ่ายทหาร ไล่ยิงพวกตนจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งขึ้นบินลาดตระเวนจริงในคืนเกิดเหตุ
ผู้เชี่ยวชาญอาวุธ ชี้ ปมเยาวชนถูกยิงชายแดนใต้ บาดแผลค้านทฤษฎี “ยิงจาก ฮ.” จี้ตั้ง “กรรมการอิสระ” พิสูจน์ด้วยนิติวิทยาศาสตร์
ข้อเท็จจริง 2 ด้าน! แกะรอยปริศนากระสุนเจาะร่างวัยรุ่นจะแนะ “ชาวบ้าน-คนเจ็บ” ยันหนักแน่น “ยิงจาก ฮ.” ขณะที่ฝ่ายทหาร ทั้ง กอ.รมน. - ฉก.นราธิวาส ประสานเสียงภาคเสธ ยิงจริงแต่ไม่มีอาวุธ ขณะที่ “หมอ” อธิบายวิถีกระสุนจากบาดแผล เผยเอกสารหน่วยข่าว เตือนสุดอ่อนไหว แจงไม่ดี มีบานปลาย
มีความเคลื่อนไหวภายในศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เมื่อข้าราชการพากันตบเท้าเข้าแสดงความยินดีกับ “ดร.เจ๋ง” นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
เต็มไปด้วยความสับสนของฝ่ายรัฐด้วยกันเอง หลังเหตุป่วนใหญ่ 22 ส.ค.69
เปิดแผนป่วนใต้ดาวกระจาย 51 จุด หน่วยข่าวความมั่นคงประเมินระดมกำลังกว่า 250 คนเจาะช่องโหว่ข่าวกรอง ล็อกเป้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปักหมุดพื้นที่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กดดันให้กลับมาประกาศใหม่ หวังสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ไม่เลิก
เหตุรุนแรงและการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ 22 ส.ค.69 ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นับได้ 50 กว่าจุด แต่หน่วยข่าวนับได้มากถึง 91 จุดนั้น