ยังคงวิจารณ์กันไม่จบ ตั้งแต่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เซ็นคำสั่ง “แบ่งงานรองนายกฯ” ตามมาด้วยการแบ่งงานตามกลุ่มภารกิจ หรือ “คลัสเตอร์” ตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
“นโยบายดับไฟใต้” เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.69
เลขาฯศอ.บต.ยัน คดียิง สส.กมลศักดิ์ ไม่เกี่ยวความมั่นคง ไม่โยงราชการ ย้ำเป็น “อาชญากรรมทั่วไป” ส่วนการใช้ “รถหลวง” มีการสอบสวนกระบวนการยืมไปใช้ส่วนตัวแล้ว ไม่มีละเว้น ลั่นคดีไม่เงียบ แค่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล
สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ มีหลายเสียงวิจารณ์ว่าเป็นเพราะช่วงสุญญากาศการเปลี่ยนรัฐบาลด้วยหรือไม่ ทำให้ “กลุ่มป่วนใต้” สบช่องก่อเหตุโชว์ศักยภาพ
ท่ามกลางบรรยากาศการจัดสรรโควตารัฐมนตรี และรอลุ้นโผ ครม. “อนุทิน 2.0 พลัส” ที่กำลังจะมีการประกาศ
ยังคงไร้คำชี้แจงอย่างเป็นทางการ กรณีชาวบ้านร้อง “ฮ.ปริศนา” บินต่ำกลางดึก แถมสาดกระสุน-ระเบิดลงมาด้านล่าง จนโดนสวนยางประชาชน ทหารทัพภาค 4 ยืนยันเรื่องจริง แต่ติดต่อแม่ทัพ - ผบ.ฉก.นราธิวาสไม่ได้ แถมปิดช่องทางการสื่อสาร ขณะที่เลขาธิการ ศอ.บต.ไม่นิ่งนอนใจ รู้เรื่องแล้ว สั่งสอบด่วน
ข่าวรอยร้าวภายในพรรคประชาชาติปรากฏมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เริ่มชัดเจนมากขึ้นนับตั้งแต่พรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งรอบล่าสุด เมื่อ 8 ก.พ.69
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ตนยังไม่ได้รับการทาบทามจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ไปช่วยงานในฐานะ “ประธานที่ปรึกษานายกฯ” ในรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานในภารกิจแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ตามที่มีข่าวในสื่อบางแขนงในช่วงเวลานี้
“เมื่อชัยชนะชั่วครู่ของสหรัฐฯและอิสราเอล กำลังเผชิญกับ ยุทธศาสตร์ความอดทนของอิหร่าน”
“ทีมข่าวอิศรา” ระดมความเห็นนักวิชาการ ผู้รู้ และกูรูเกี่ยวกับโลกมุสลิม/ความตึงเครียดในตะวันออกลาง เพื่ออธิบายสถานการณ์และแนวโน้มของสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน