การลงนามใน “ปฏิญญาร่วม” สู่สันติภาพไทย-กัมพูชา ระหว่างนายกฯอนุทิน และนายกฯ ฮุน มาเนต โดยมีผู้นำมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนดัง ยืนเป็นสักขีพยาน
พสกนิกรชายแดนใต้ร่วมน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในคณะรัฐมนตรีชุด “4 เดือน” ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยนั้น มีรัฐมนตรีหน้าใหม่ “ป้ายแดง” หลายคน และเป็นคนรุ่นใหม่ด้วย ทว่าโดยมากมักเข้ารับตำแหน่งในฐานะ “ตัวแทนบ้านใหญ่”
เป็นที่น่าสังเกตว่า การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกของ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พา พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา หรือ “บิ๊กอั๋น” หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม สมช. เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา เดินทางร่วมคณะไปด้วย
เปิดใจ “ผู้การไมค์” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยันเหตุการณ์ป่วนใต้ถี่ๆ เป็น “ยุทธวิธีทำลายความเชื่อมั่น” ย้ำไม่เกี่ยวสลับกำลัง - รับน้องแม่ทัพจากนอกพื้นที่
ข่าวสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติแต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่ มีกระแสพูดถึงจากผู้คนที่เกี่ยวข้องในแวดวงปัญหาไฟใต้มากพอสมควร
อดีตนายกฯ 2 สมัยไม่ทิ้งปัญหาไฟใต้ ลุกขึ้นอภิปรายเตือนสติ “รัฐบาลอนุทิน” ยึดหลักนิติธรรมเป็นธงนำแก้ปัญหา หยุดการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม เลิก “กระบวนการไล่เก็บ” ต้นเหตุสถานการณ์รุนแรงปะทุยืดเยื้อ ให้กำลังใจแม้เขียนนโยบายเข้าใจยาก แต่ยังดีกว่า 2 รัฐบาลก่อนหน้าของเพื่อไทย
ภาคต่อของสงครามชายแดนใต้ที่ อาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข นิยามใหม่ว่าเป็น “สงครามหลายโดเมน”
การมีผู้นำประเทศคนใหม่ ตามด้วยรัฐบาลชุดใหม่ ย่อมเป็นความหวังของประชาชนคนไทย รวมถึงพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
อาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง ซึ่งเกาะติดสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกฯป้ายแดง ว่าบ้านเมืองมี “ไฟกองใหญ่” รอลุกลามอยู่ 5 กองด้วยกัน