
ข่าวรอยร้าวภายในพรรคประชาชาติปรากฏมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เริ่มชัดเจนมากขึ้นนับตั้งแต่พรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งรอบล่าสุด เมื่อ 8 ก.พ.69
เพราะนอกจากจะได้ สส.เขตน้อยลงอย่างน่าใจหาย คือ 4 คน จาก 7 คน โดย จ.ปัตตานี สูญเสียเก้าอี้ สส.ทั้งหมด ทำให้พรรคมี สส.เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนไม่ครบทั้ง 3 จังหวัด เสียแบรนด์ “พรรคของคนชายแดนใต้” ไปอย่างน่าเสียดายแล้ว
หนำซ้ำพวกเขายังพ่ายแพ้ สูญเสียแชมป์ สส.ชายแดนใต้มากที่สุด ไปให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ได้ สส.ชายแดนใต้เพียงแค่ครั้งละ 1 คนเท่านั้น และตลอดการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคประชาชาติยืนอยู่ตรงกันข้ามพรรคภูมิใจไทย คัดค้านนโยบายกัญชาเสรี โดยโจมตีว่าเป็นนโยบายทำลายความสงบสุขในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ขัดกับหลักการอิสลาม เพราะกัญชาถือเป็น “สิ่งต้องห้าม” หรือ “ฮารอม”
ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ ก็ได้มาเพียงคนเดียว คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค ส่วน “อาจารย์วันนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา พลาดไปอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ได้เข้าสภา ทั้งๆ ที่เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค เป็นอดีตประธานรัฐสภา และเป็นเสมือน “ผู้นำจิตวิญญาณ” ของพรรค เพราะเป็นสายเลือดมลายูมุสลิม เป็นไอคอนของประชากรส่วนใหญ่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
สถานการณ์ไม่ค่อยดีของพรรคยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก เมื่อพรรคตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า พ.ต.อ.ทวี ไม่เห็นด้วย เพราะบทบาทของ พ.ต.อ.ทวี และของพรรคในช่วงที่ผ่านมา คือ มุ่งตรวจสอบการใช้อำนาจโดยมิชอบของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะคดีฮั้ว สว. และการครอบครองที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งศาลฎีกา และศาลปกครองพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเป็น “ที่ดินรถไฟ”
เท่านั้นยังไม่พอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังแต่งตั้ง อาจารย์วันนอร์ เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ เหมือนหักหน้า พ.ต.อ.ทวี ซ้ำอีก และส่งผลให้ พ.ต.อ.ทวี จำต้องขานชื่อโหวตนายอนุทินเป็นนายกฯสมัยที่ 2 โดยไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ด้วยประการทั้งปวง แม้เจ้าตัวจะอ้างว่าปฏิบัติตามมติพรรค ไม่ได้ต้องการ “ฟอกขาว” ใครก็ตาม
สุดท้ายเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ เมื่อมีคำสัมภาษณ์จาก นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ทำนองว่าจะต้องมีการถอดบทเรียนผลการเลือกตั้ง และ “ผ่าตัดใหญ่” โครงสร้างของพรรค หากยังหวังยืนหยัดบนถนนสายการเมือง
หลายประโยคจากปาก นายซูการ์โน จัดว่าแรง และมีความหมายอย่างยิ่งในทางการเมือง
“ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาชาติลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด…”
“วันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่ได้หมดรักในตัวพรรค แต่พวกเขากำลังส่งสัญญาณว่า ‘หัวขบวน’ และแนวทางการนำทัพแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนมุสลิมทั้งคนรุ่นใหม่และสถานการณ์ปัจจุบันอีกต่อไป”
ส่วนรูปแบบของการ “ผ่าตัดใหญ่” จะเป็นอย่างไร นายซูการ์โน ออกตัวว่า ต้องรอผลสรุปจากการประชุมสมาชิกพรรคที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
แต่ก็เป็นที่คาดหมายกันว่า นัยที่ นายซูการ์โน ต้องการสื่อ คือเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคหรือไม่ โดยอาจผลักดันให้ อาจารย์วันนอร์ กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคอีกครั้ง เพราะเจ้าตัวก็ให้เหตุผลเกี่ยวกับ “อัตลักษณ์มลายู” และ “ข้อบัญญัติทางศาสนา” ที่พรรคประชาชาติต้องให้ความสำคัญ
อ่านประกอบ : อ้างวิกฤตศรัทธาต้องผ่าตัด! ประชาชาติจ่อใช้มติพรรค “หักทวี”
หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับพรรคประชาชาติไม่น้อย และบรรดาคอการเมือง ตลอดจนแฟนคลับต่างวิพากษ์วิจารณ์และไถ่ถามกันวุ่นวาย
ร้อนถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และอดีต รมว.ยุติธรรม ที่ต้องออกมาอรรถาธิบายเพื่อทำความเข้าใจ
โดย พ.ต.อ.ทวี ยังคงยืนยันว่า ภายในพรรคประชาชาติไม่ได้มีปัญหาอะไร และแสดงท่าทีไม่เชื่อว่า เลขาธิการพรรคคู่ใจของตนจะให้สัมภาษณ์ในลักษณะนั้น
“ในพรรคไม่มีอะไร ทุกคนอยากรักษาพรรคเอาไว้ และจะมุ่งมั่นทำงานต่อไปในทุกบทบาท เพื่อสร้างผลงานและตอบแทนพี่น้องประชาชน”
พ.ต.อ.ทวี ยังพูดถึง อาจารย์วันนอร์ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรค และเป็นพี่ชายแท้ๆ ของนายซูการ์โน ด้วยว่า “ผมกับอาจารย์วันนอร์ไม่เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน ผมเคารพและศรัทธาอาจารย์มาก และทำงานร่วมกันตลอด พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ และข่าวที่ออกมาก็ไม่น่าจะเป็นแบบที่เข้าใจกัน”
พ.ต.อ.ทวี ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ แสดงความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์ภายในพรรคจะยังคงเรียบร้อย และการประชุมของพรรคที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ก็น่าจะมีทิศทางที่่จะนำพาพรรคไปในทางที่ดีขึ้นต่อไป
เส้นทางเดินของพรรคท้องถิ่นนิยมจากชายแดนใต้พรรคนี้จะไปสู่ทิศทางไหน...อีกไม่นานก็คงได้รู้คำตอบ!
