
การโยกย้ายเลขาธิการ สมช. ตามมติ ครม. 25 ส.ค.69 แม้จะเป็นวันเดียวกับการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ล็อตใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย แต่กลายเป็นจังหวะไม่ค่อยดีนัก เพราะสถานการณ์ไฟใต้กำลังอลหม่านพอดี
การย้าย “หัวขบวนหน่วยงานความมั่นคงสำคัญ” ในช่วงนี้ จึงถูกมองโยงกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมีข่าวกระเซ็นกระสายมานานพอสมควรแล้ว
และเหตุผลของการย้าย น่าจะเป็นการ “เปิดเก้าอี้ - เปิดตำแหน่ง” เพื่อแก้ไขปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ลงตัวในกองทัพมากกว่า
การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล วาระประจำปี แม้ในส่วนของกองทัพบก ผบ.ทบ.ไม่ได้เกษียณ แต่เก้าอี้ใน “5 เสือ ทบ.” มีขยับ และลุ้นกันหนักมาก
กล่าวคือ พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ นายทหาร ตท.26 รอง ผบ.ทบ. จะเกษียณอายุราชการ ทำให้ตำแหน่ง “5 เสือ ทบ.” ว่าง 1 ตำแหน่งแน่นอน
คนที่มีข่าวจะขยับขึ้นแทน คือ พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ นายทหาร ตท.26 ผู้ช่วย ผบ.ทบ. / เพื่อรอต่อคิวเป็น ผบ.ทบ.ในปีหน้า ต่อจาก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน โดย พลเอกณรงค์ฤทธิ์ จะเกษียณปี 2571
ส่วน พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ตท.26 เสนาธิการทหารบก จะเกษียณอายุราชการปีหน้า พร้อมกับ ผบ.ทบ. ฉะนั้นขยับหรือไม่ขยับอย่างไรใน 5 เสือ ก็มีค่าเท่ากัน
ขณะที่ พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตท.27 หนึ่งเดียวของรุ่นนี้ที่มีโอกาสขึ้นตำแหน่งสูงสุดของกองทัพ เกษียณปี 71 ยังต้องลุ้นต่อไป
ประเด็นคือ ผบ.ทบ. จะขยับใครออกจาก 5 เสือ ไปนั่งเลขาธิการ สมช.
ถ้าเป็น พลเอก อมฤต หรือ “บิ๊กใหญ่” ก็จะทำให้หมดโอกาสลุ้น ผบ.ทบ.
แต่ถ้าเป็น พลเอก ชัยพฤกษ์ หรือ “เสธ.ปูด้วง” ก็จะทำให้ขึ้นเป็นซี 11 ในตำแหน่งสูงสุดในงานความมั่นคงสายพลเรือน ในปีสุดท้ายของอายุราชการ
งานนี้ถ้าถามใจ “บิ๊กใหญ่” พลเอก อมฤต คงไม่อยากย้ายแน่ เนื่องจาก 1 ปีที่เหลือ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ยังมีลุ้นต่อไป แต่ถ้าย้ายข้ามห้วยเป็นเลขาธิการ สมช.จะปิดโอกาสไปเลย 100%
กระแสล่าสุดขณะนี้ เลขาธิการ สมช.คนใหม่ จึงน่าจะเป็น พลเอก ชัยพฤกษ์มากกว่า
หาก พลเอก ชัยพฤกษ์ ข้ามห้วยไปเป็นเลขาธิการ สมช. จะทำให้ตำแหน่งนี้ย้อนกลับมาเป็น “อะไหล่กองทัพ” เหมือนห้วงเวลา 9 ปีในยุค คสช.

ย้อนกลับไปช่วง คสช.เรืองอำนาจ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 สมัย มีการตั้งเลขาธิการ สมช. 5 คน มาจากกองทัพทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหา การไม่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของนายทหารเบอร์ใหญ่บางคนได้
พลเอก ทวีป เนตรนิยม 2 ต.ค.58 ถึง 30 ก.ย.60
พลเอก วัลลภ รักเสนาะ 1 ต.ค.60 ถึง 30 ก.ย.62
พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา 1 ต.ค.62 ถึง 30 ก.ย.63
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือ “บิ็กเล็กคนดัง” 1 ต.ค.63 ถึง 30 ก.ย.64 ภายหลังได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมด้วย
พลเอก สุพจน์ มาลานิยม 1 ต.ค.64 ถึง 30 ก.ย.66

พอข้ามมาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ยุค นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ไม่มีการตั้งเลขาธิการ สมช.ตัวจริง แต่ให้ นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการ สมช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ช่วงวันที่ 1 ต.ค.66 ถึง 18 มี.ค.67
จากนั้นรัฐบาลตัดสินใจตั้ง พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ จากรอง ผบ.ตร. ข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งแทน นับเป็นตำรวจคนที่ 2 ต่อจาก พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ข้ามห้วยมานั่งเลขาธิการ สมช. โดย พลตำรวจเอก รอย นั่งเก้าอี้นี้ระหว่างวันที่ 9 มี.ค.67 ถึง 30 ก.ย.67
จากนั้น รัฐบาลเพื่อไทยก็ตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด เป็นเลขาธิการ สมช.ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลภูมิใจไทย กระทั่งถูกย้ายในวันที่ 25 ส.ค.69 ทั้งๆ ที่ยังมีอายุราชการเหลืออีก 1 ปี และก่อนหน้านี้นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าไม่เคยคิดจะย้าย
โดย นายฉัตรชัย ถือเป็นข้าราชการลูกหม้อ สมช.ในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ที่ได้ขึ้นตำแหน่งสูงสุดขององค์กร
ต้องรอดูว่า พลเอก ชัยพฤกษ์ จะข้ามห้วยมาจริงหรือไม่ และเลขาธิการ สมช. จะกลับมาเป็นเก้าอี้อะไหล่กองทัพอีกครั้ง..หรือเปล่า
และ “ลูกหม้อ สมช.” ต้องกลายเป็นฝ่าย “อกหัก” แทน เพราะต้อง “ดามอก” ให้คนจากกองทัพ!
@@ สมช.กลายเป็น “องค์กรไม้ประดับ” ด้อยค่าเชิงนโยบาย
ศาสตราจรารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง กล่าวในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ทางเนชั่นทีวี ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งพันกลับไปที่ปัญหาในกองทัพ ทั้งกองบัญชาการทหารสูงสุด และกองทัพบก เมื่อมีตำแหน่งรองเสนาธิการทหารที่ขยับขึ้นไม่ได้ ก็ใช้วิธีสไลด์ข้ามห้วยมาเป็นเบอร์หนึ่งที่ สมช. แทน ซึ่งประเด็นนี้เคยสร้างปัญหาใหญ่มาแล้วในยุครัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สั่งย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จนกลายเป็นคดีความทางกฎหมาย
“ผมว่ามันถึงเวลาหรือยังที่จะลากเส้นแบ่งระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำให้เกิดความชัดเจน ในอดีตตำแหน่งเลขาฯ สมช. เป็นตำแหน่งการเมือง ฝ่ายการเมืองจะตั้งมาเลย ส่วนข้าราชการประจำจะขึ้นสูงสุดแค่ตำแหน่งปลัดกระทรวง ส่วน สมช. เราเอาโมเดลนี้มาจากอเมริกา แต่พอระยะหลังเปลี่ยนระบบ ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง กลายเป็นปัญหามาจนถึงทุกวันนี้... ถ้าไม่ลากเส้นให้ชัด ก็จะถกเถียงกันไม่จบว่าย้ายทหารมาแล้วดีกว่าหรือไม่”
อาจารย์สุรชาติ ระบุด้วยว่า การที่กองทัพจัดการปัญหาภายในไม่ได้ แล้วโยนคนมาไว้ที่ สมช. ทำให้ สมช.กลายเป็นเพียง “องค์กรไม้ประดับ” และสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรนี้แทบไม่มีค่าในเชิงนโยบายความมั่นคงในสายตาผู้มีอำนาจ
----------------------------
ขอบคุณ : กราฟฟิกปก จากรายการเนชั่นประเด็นร้อน เนชั่นทีวี
