
ผู้เชี่ยวชาญอาวุธ ชี้ ปมเยาวชนถูกยิงชายแดนใต้ บาดแผลค้านทฤษฎี “ยิงจาก ฮ.” จี้ตั้ง “กรรมการอิสระ” พิสูจน์ด้วยนิติวิทยาศาสตร์
จากกรณีเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏข่าวเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ โดยมีกระแสข่าวและข้อสงสัยจากบางฝ่ายว่า อาจเป็นการถูกยิงด้วยอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ จากเฮลิคอปเตอร์ที่บินต่ำระหว่างลาดตระเวนนั้น
ล่าสุด นายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง การทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ThaiArmedForce.com ได้ให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวอิศรา” ถึงกรณีดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในเชิงยุทธวิธีและลักษณะบาดแผลของผู้บาดเจ็บไว้อย่างน่าสนใจ
นายอนาลโย เปิดเผยว่า ข้อมูลที่ปรากฏในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งญาติผู้บาดเจ็บ หรือแม้แต่โฆษกกองทัพ ล้วนเป็นเพียงข้อมูลทุติยภูมิ (ข้อมูลมือสอง) หรือคำบอกเล่าที่ยังไม่มีการแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ บุคคลเดียวที่ให้ข้อมูลในเชิงหลักฐานได้ในขณะนี้คือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
สำหรับประเด็นข้อสงสัยเรื่องการใช้อาวุธปืนพกยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์นั้น นายอนาลโยได้ให้ความเห็นในเชิงยุทธวิธีและอานุภาพของอาวุธ ว่า ตามปกติหากมีการยิงเพื่อสังหารจากเฮลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธปืนเล็กยาวหรือปืนไรเฟิล (เช่น ปืนที่ใช้กระสุนขนาด 5.56 มม.) ซึ่งมีระยะหวังผลไกลถึง 500 เมตร การใช้ปืนพกยิงจากเฮลิคอปเตอร์เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากมาก เนื่องจากปืนพกมีระยะหวังผลสั้นเพียงไม่เกิน 100 เมตร
@@ เล็งปืนสั้นจาก ฮ.ส่องเป้าหมาย...ไม่ง่าย!
การยิงเป้าหมายให้แม่นยำด้วยปืนพกจากระยะไกลเกินกว่าระยะหวังผล ทิศทางกระสุนจะเกิดการเบี่ยงเบน ประกอบกับตัวเฮลิคอปเตอร์มีการสั่นสะเทือน มีการเคลื่อนที่ และมีแรงลมจากใบพัด ทำให้โอกาสที่จะใช้ปืนพกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ให้เข้าเป้าหมายนั้นมีโอกาสน้อยมาก
ข้อสังเกตที่สำคัญที่สุดคือ คำแถลงของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ระบุว่า ลักษณะบาดแผลของผู้บาดเจ็บมี “รูกระสุนเข้า 1 เซนติเมตร และรูกระสุนออก 2 เซนติเมตร” ซึ่งเป็นลักษณะบาดแผลที่เกิดจากกระสุนที่ไม่ได้มีอานุภาพร้ายแรงมากนัก หรือเป็นลักษณะของกระสุนปืนพก ไม่ใช่ลักษณะบาดแผลจากกระสุนปืนสงครามหรือปืนไรเฟิล (เช่น M16)
“เราสามารถตั้งทฤษฎีได้หมดว่าจะยิง M16 หรือใช้ปืนจากเฮลิคอปเตอร์ แต่สุดท้ายมันยังไม่ได้ตอบคำถามว่า ทำไมกระสุนที่เข้าตัวผู้บาดเจ็บถึงมีรูแค่นั้น นี่คือประเด็นสำคัญ ไม่ว่าตอนนี้เราจะมีคำอธิบายหรือไอเดียอะไร มันยังไม่ตอบคำถามเรื่องลักษณะบาดแผลนี้เลย” นายอนาลโย ระบุ
@@ แนะตั้ง “กรรมการอิสระ” ใช้นิติวิทย์คลี่ปม
ในตอนท้าย นายอนาลโย ได้เสนอแนะแนวทางในการค้นหาความจริงว่า การตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” เป็นสิ่งที่ควรต้องทำอย่างยิ่ง โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะต้องมีความเป็นอิสระและมีองค์ประกอบที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาเพียงคำบอกเล่าของฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
“การพิสูจน์ความจริงควรเป็นการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ใช้หลักฐานที่สามารถโต้แย้งหรือยืนยันได้ตามหลักการทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งการมีคณะกรรมการที่ทำงานโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบอย่างแท้จริง จะช่วยตอบคำถามและสร้างความกระจ่างให้แก่สังคมได้ โดยไม่จำเป็นต้องอ้างข้อเท็จจริงสองชุดอีกต่อไป” ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ThaiArmedForce.com กล่าวทิ้งท้าย
