
คนใกล้ชิด “เฮียชัช โรงไม้สามดาว” โต้เหตุถูกซุ่มยิงไม่ใช่เพราะขัดแย้ง “มาเฟียท้องถิ่น” ยืนยันเป็นคนดี เป็นที่พึ่งชาวบ้าน ด้านครอบครัวถอดใจ “ไม่เอาแล้ว” เตรียมปิดกิจการ หลายฝ่ายหวั่นกระทบปากท้องคนพื้นที่จำนวนมาก
ความคืบหน้าเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิง นายชัชวาลย์ บูรณะเลข หรือ “เฮียชัช” อายุ 60 ปี เจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) สามดาวพาราวู้ด หรือ “โรงไม้ 3 ดาว” จนเสียชีวิต เหตุเกิดที่หน้าสำนักงานของโรงงานในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ก.ค.69 นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการธุรกิจไม้ยางพาราในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทิศทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ยังคงตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้งทางธุรกิจ และปมเหตุส่วนตัว อย่างไรก็ดี มีกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาแตกหักเกี่ยวกับผลประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งสวนทางกับมุมมองของคนใกล้ชิดที่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครปองร้าย “เฮียชัช” เพราะถือเป็นผู้ค้ำจุนเศรษฐกิจในท้องถิ่นมาตลอด
จากการลงพื้นที่ของ “ทีมข่าวอิศรา” เพื่อไปคุยกับคนใกล้ชิดของ “เฮียชัช” ได้รับการเปิดเผยถึงปูมหลังของนักธุรกิจรุ่นใหญ่รายนี้ว่า พื้นเพของเฮียชัชเป็นคน จ.ระยอง ส่วนภรรยาเป็นคน จ.พังงา ครอบครัวนี้เข้ามาบุกเบิกธุรกิจใน จ.ยะลา นานเกือบ 30 ปีแล้ว

“แรกเริ่มเลย คุณพ่อของเฮียชัชมาเปิดโรงงานรับซื้อไม้มะพร้าวอยู่ที่บ้านสวนส้ม อำเภอเมือง ยะลา ตอนนั้นเฮียชัชอายุไม่เท่าไร ครอบครัวนี้เขามีหลายโรงงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จะแบ่งสรรปันส่วนให้ลูกหลานและญาติๆ ช่วยกันดูแล” คนใกล้ชิดของเฮียชัชเล่า
”กระทั่งเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เฮียชัชได้มาขยายกิจการของครอบครัว เปิดโรงงานสามดาวพาราวู้ด ที่ อ.บันนังสตา เริ่มต้นจากการซื้อที่ดิน 12 ไร่ และขยายเพิ่มอีก 4 ไร่ในภายหลัง”
คนใกล้ชิดรายเดิมเล่าต่อว่า ตลอดเวลาที่ทำธุรกิจ เฮียชัชเป็นคนกว้างขวาง รู้จักคนจำนวนมาก และที่สำคัญคือเป็นที่พึ่งพิงของชาวบ้านในพื้นที่มาโดยตลอด

“ข่าวที่นำเสนอเกี่ยวกับความขัดแย้งกับกลุ่มอิทธิพล หรือมาเฟียท้องถิ่นนั้นไม่น่าจะใช่ความจริง เพราะเฮียชัชไม่มีปัญหาขัดแย้งกับใคร และร่วมมือกับคนดีๆ ในพื้นที่มาตลอด”
คนใกล้ชิดย้ำว่า “เฮียชัช” คือ ท่อน้ำเลี้ยงของชาวบ้าน คำว่า “ท่อน้ำเลี้ยง” ในที่นี้ไม่ใช่ในทางมิชอบ แต่หมายถึงการเป็นผู้ให้ เพราะ “เฮียชัช” เป็นคนใจดี ใครมาขอความช่วยเหลือหรือขอหยิบยืมเงิน “เฮียชัช”จะให้ทุกคนจนเป็นที่รักของคนในพื้นที่
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า “เฮียชัช” เกิดความท้อแท้จากเหตุรุนแรงจนไม่อยากทำธุรกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเตรียมจะย้ายไปเปิดโรงงานใหม่ที่ อ.นาทวี จ.สงขลานั้น คนใกล้ชิดได้กล่าวปฏิเสธอย่างชัดเจน
“เรื่องโรงงานที่นาทวีไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่เกี่ยวกับการย้ายหนี เพราะโรงงานที่ว่านี้เป็นธุรกิจของพี่สาวเฮียชัชที่มีอยู่เดิมแล้ว เช่นเดียวกับน้องๆ ของเฮียชัชที่มีโรงงานกระจายอยู่ในพื้นที่อื่นๆ ทั้งที่ อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นธุรกิจของแต่ละคน ไม่เกี่ยวข้องกัน”

สำหรับ หจก.สามดาวพาราวู๊ด ฐานที่มั่นทางธุรกิจของ “เฮียชัช” ตั้งอยู่เลขที่ 117 หมู่ 9 บ้านเจาะปันตัง ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา จัดเป็นโรงงานแปรรูปไม้ยางพารารายใหญ่ ก่อนหน้านี้เคยตกเป้าหมายของกลุ่มก่อความไม่สงบมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง
ครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 ส.ค.59 เกิดเหตุวางเพลิงและข่มขู่ โดยคนร้ายกว่า 10 คนบุกจับคนงานมัดไว้ แต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ก่อนจุดไฟเผาเตาอบไม้และรถสิบล้อ ทำให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท
ครั้งที่สอง วันที่ 22 มี.ค.67 คนร้ายลอบวางเพลิงอาคารสำนักงานและโกดังเก็บไม้ อาคารสำนักงานเสียหายเกือบทั้งหมด โครงสร้างหลักได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
ครั้งที่สาม วันที่ 10 พ.ค.69 คนร้ายซุ่มยิงรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อของโรงงาน บริเวณบ้านเงาะกาโป หมู่ 3 อ.บันนังสตา กระสุนเจาะเข้าหัวรถ 4-5 นัด รถเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด ครั้่งที่สี่ วันที่ 13 ก.ค.69 คนร้ายลอบสังหาร “เฮียชัช” บริเวณหน้าอาคารสำนักงาน กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
คนใกล้ชิด เล่าถึงความรู้สึกของครอบครัว “เฮียชัช” หลังเกิดเหตุว่า ก่อนที่จะมีการไปรับศพเพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศล ได้มีโอกาสพูดคุยกับภรรยาและลูกของเฮียชัช ทุกคนอยู่ในอาการโศกเศร้าและเอ่ยปากพร้อมกันว่า “ไม่เอาแล้ว ไม่ขอสู้ต่อแล้ว” ซึ่งจริงๆ แล้ว ลูกและภรรยาไม่อยากให้ทำธุรกิจต่อมานานแล้ว เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัย
“แต่ที่ผ่านมา เฮียชัชแกยังยอมทำต่อ เพราะแกมีลูกอีกคนหนึ่ง และแกสงสารชาวบ้าน แกบอกว่าถ้าปิดโรงงานไป ชาวบ้านแถวนี้จะอยู่กันอย่างไร เพราะคนแถวนี้พึ่งพิงรายได้จากโรงงานสามดาวเป็นหลัก ครอบครัวนี้เขาใจดีกับทุกคน ถ้าต่อไปไม่มีโรงงานสามดาวแล้ว ชาวบ้านคงจบเลย” คนใกล้ชิดกล่าว

ด้านความคืบหน้าทางคดี ภายหลัง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้นพบจุดที่คนร้ายใช้ซุ่มยิง “เฮียชัช” อยู่ที่บริเวณกอกล้วยริมถนนฝั่งตรงข้ามโรงงาน โดยคำนวณวิถีกระสุนมีระยะห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 55 เมตร เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมปลอกกระสุนปืนเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบหาความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ ต่อไป
พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
