
การลงทุนเพื่อการผลิตคิดค้นนวัตกรรมเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการพัฒนาของประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางกระบวนการตัดสินใจด้านงบประมาณจะถูกตั้งคำถามด้านความเสี่ยงในการลงทุนจำนวนมาก งานท้าทายเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์และผลงานนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมมักได้รับการกำหนดให้เดินตามเส้นทางและแบบแผนงบประมาณที่เคร่งครัดภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ราชการ
........................
ผลิตภัณฑ์วัคซีนจากนวัตกรรมเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์แบบใหม่ที่แตกต่างจากวิธีประดิษฐ์แบบเดิมที่ใช้เชื้อตาย สามารถทำได้สำเร็จและสู่การใช้จริงในปีพ.ศ 2564 นี้ มีหลายชนิด เช่นวัคซีน mRNA หรือ วัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ หรือ วัคซีนชนิดโปรตีนเบสจากสิ่งชีวิต นวัตกรรมจากเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ไม่สามารถได้มาทันเวลาด้วยวิธีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาตามแบบแผนเดิมที่เป็นอยู่
โดยทั่วไป บุคคลและสังคมได้รับทราบผลผลิตในมิติความสำเร็จ แต่ไม่ทราบความเป็นมาส่วนใหญ่จะคาดว่าผลผลิตเกิดจากความรู้ความสามารถของกลุ่มนักวิจัยเพียงลำพัง หรือ คาดว่าผลผลิตเกิดจากศักยภาพของบริษัทที่มีกำลังงบประมาณจำนวนมากจึงทำให้เกิดความสำเร็จ
แท้จริงแล้ว นอกเหนือไปจาก “ปัจจัยเร่ง” ที่มาจากวิกฤตของโรคโควิด 2019 ทั้งต่อเศรษฐกิจและระบบบริการสุขภาพอย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดการตัดสินใจให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อสร้างมาตรการรองรับโดยเร่งด่วน สิ่งที่เป็นรากฐานของความสำเร็จ คือ การที่รัฐบาลจัดทำโครงการสนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนอย่างเร่งรัดให้ได้ผลตามเวลาที่กำหนด บทเรียนรู้ในกรณีนี้ คือ โครงการ OWS ของประเทศสหรัฐอเมริกา
OWS หรือ Operation Warp Speed * ที่ใช้ชื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า โครงการปฏิบัติการที่เร่งด่วนประดุจความเร็วเหนือแสง เป็น โครงการความร่วมมือของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์กลางการควบคุมและป้องกันโรค องค์การอาหารและยา กับกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา และหน่วยงานจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง เป็นการตัดสินใจให้มีการดำเนินการตามโยบายของรัฐบาลในสมัย อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งหวังให้ได้วัคซีนในต้นปี พ.ศ. 2564 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมาถึง และเขาลงชิงตำแหน่งด้วย เพื่อให้เป็นผลงานชิ้นสำคัญ แสดงถึงศักยภาพและภาวะผู้นำในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อการได้รับความไว้วางใจในการเป็นผู้นำของประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการ OWS มีการออกแบบเป้าหมาย วิธีการและงบประมาณ กำหนดไว้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย
เป้าหมาย ผลิตและส่งมอบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจำนวน 300 ล้านโดส ให้ประชาชนสหรัฐอเมริกา ภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564
วิธีการ สนับสนุนบริษัทผลิตยาให้ค้นคว้าวิจัย วัคซีนต้นแบบและเภสัชภัณฑ์สู้โควิดเจ็ดชนิดที่แตกต่างกัน
งบประมาณ จำนวน 10 Billions USD หรือ สามแสนสองหมื่นล้านบาท โดยกระจายการสนับสนุนงบประมาณไปสู่บริษัท ดัง ต่อไปนี้

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ได้มีการคัดเลือกบริษัทเภสัชภัณฑ์ รวม 8 บริษัท สำหรับงบประมาณ 11 Billions USD หรือ สามแสนห้าหมื่นสองพันล้านบาท โดยกระจายงบประมาณไปตามรายชื่อบริษัทตามที่ปรากฏในตาราง ทั้งนี้ มีรายชื่อบางส่วนไม่ได้ระบุในตาราง
ในภาพรวมได้ใช้งบไปกับบริษัทเภสัชภัณฑ์ ที่มุ่งผลด้านวัคซีน รวมแปดบริษัท 10 Billions USD หรือ สามแสนสองหมื่นล้านบาท และ อีกสามบริษัทที่ทำ โมโนโคลนอลแอนตี้บอดี้ ในวงเงิน 1 Billion USD หรือ สามหมื่นสองพันล้านบาท
ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 การสนับสนุนงบประมาณได้เพิ่มเติมรวมแล้วขึ้นไปถึง 18 Billions USD หรือ ห้าแสนเจ็ดหมื่นหกพันล้านบาท
สำหรับ บริษัทไฟเซอร์ ( Pfizer-BioNTech) ซึ่งมีการเริ่มโครงการ Light Speed ในกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 พัฒนาเทคโนโลยี mRNA ในการผลิตวัคซีน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมัน จำนวน 13,350 ล้านบาท ได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ OWS ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้นักวิจัยมีความเป็นอิสระไม่ต้องอยู่ในระบบที่มีขั้นตอนและต้องคอยจัดทำรายงาน โดยบอกว่าบริษัทไฟเซอร์จะทำงานคู่ขนานกันไป
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 โครงการ OWS ได้จองวัคซีนล่วงหน้ากับ บริษัทไฟเซอร์ ( Pfizer-BioNTech) ด้วยเงิน 64,000 ล้านบาท เพื่อให้ได้วัคซีน 100 ล้านโดส และ ต่อมาในวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้สั่งจองเพิ่มอีก 200 ล้านโดส
การดำเนินการสนับสนุนหลักแสนล้านบาทดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์การนำประเทศที่ก้าวข้ามกรอบการบริหารงบประมาณแบบเดิม แต่พร้อมเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ท้าทายเพื่อโอกาสในอนาคต แม้ว่าการสนับสนุนงบประมาณเป็นการดำเนินการลงทุนของภาครัฐโดยให้งบประมาณไปกับบริษัทที่เป็นเอกชน เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงเพราะอาจจะไม่เกิดผลสำเร็จประการใดเลยก็ได้และความจริงแล้วก็เป็นเช่นนั้น เพราะบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนบางบริษัทอาจจะไม่สามารถทำภารกิจเดินทางไปสู่ความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ก่อนเริ่มโครงการ
อย่างไรก็ตาม ผลเชิงประจักษ์จาก โครงการ OWS ที่ปรากฏสามารถมองเห็นได้ คือ ในปี พ. ศ. 2564 เช่น วัคซีนจากบริษัทโมเดอนน่า วัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา และวัคซีนจากบริษัทจอนสันแอนด์จอนสัน สามารถมีการผลิตและนำออกสู่การใช้จริงในหมู่ประชาชน เป็นต้น
ในต้นปี พ.ศ. 2563 เมื่อเริ่มการระบาดของโรคโควิด 2519 โดยทั่วไปมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถมีวัคซีนอย่างเร็วที่สุดในปี พ.ศ. 2565 แต่วัคซีนที่ได้จากเทคโนโลยีใหม่ มาเร็วก่อนกำหนด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลือกแนวทางที่ให้มี การอนุมัติการใช้วัคซีนภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Use authorization) ถือได้ว่าเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างมีหลักการโดยชั่งน้ำหนักประโยชน์ที่จะได้รับเปรียบเทียบกับความเป็นไปได้ของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ในการที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีวัคซีนโควิดตอบสนองการแก้ปัญหาในหมู่ประชากรของประเทศนั้น คงต้องยอมรับว่าการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนสามแสนสองหมื่นล้านบาทจาก OWS สามารถเป็นตัวเร่งความสำเร็จโดยที่มีการเตรียมการทั้งยุทธศาสตร์และแผนงบประมาณเป็นอย่างดี
จะเห็นได้ว่า การดำเนินการดังกล่าวใช้งบประมาณในจำนวนมากหลักแสนล้านบาทหรือหมื่นล้านบาทแทบทั้งสิ้น ในโครงการ OWS จากทุนประเดิมสามแสนสองหมื่นล้านบาท ต่อยอดไปถึง ห้าแสนเจ็ดหมื่นหกพันล้านบาท
กล่าวสำหรับประเทศไทยโครงการวัคซีน mRNA ของคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขณะนี้ได้รับงบประมาณหลักร้อยล้านบาทจากภาครัฐ ทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบวิธีและกระบวนการจัดงบประมาณตามระบบบริหารจัดการภาครัฐ
โครงการที่ท้าทายอีกโครงการหนึ่ง คือโครงการวัคซีนที่ใช้เทคนิคโปรตีนจากพืชมาทำวัคซีน ของบริษัทใบยาไฟโตฟาร์ม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ใช้วิธีระดมทุนจากประชาชน โดยมีการเปิดรับบริจาคคนละ 500 บาทจำนวนล้านคน ตั้งเป้า 500 ล้านบาทในขณะนี้ยังมีผู้บริจาคไม่ถึงเป้าหมาย และ ได้ปรับให้มีการรับการบริจาคโดยไม่จำกัดจำนวนเงิน ทั้งนี้ต่อมามีการสนับสนุนงบประมาณจำนวนหนึ่งจากภาครัฐ
โครงการผลิตวัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของคณะแพทยศาสตร์ ได้เข้าสู่การทดลองในคน และ ของคณะเภสัชศาสตร์ จะเริ่มเข้าสู่การทดลองในคน กล่าวได้ว่ามีความก้าวหน้าและความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยที่ทั้งสองโครงการยังต้องการงบประมาณอีกเป็นจำนวนมาก
เมื่อเปรียบเทียบวิสัยทัศน์ เป้าหมายวิธีการสนับสนุน และความคาดหวังของโครงการ OWS ของสหรัฐอเมริกาที่ลงทุนระดับสามแสนสองหมื่นล้านบาทเพื่อให้ได้วัคซีนใช้กับคนอเมริกา 300 ล้านคนแล้ว เป็นที่น่าพิจารณาว่าสังคมไทยควรมีความคาดหวังต่อการส่งเสริมให้มีการผลิตวัคซีนเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด 2019 ในลักษณะใด
สังคมไทยควรมีฉันทมติต่อการลงทุนสู้รบกับโรคอุบัติใหม่และภัยพิบัติในอนาคตที่ตอนนี้ได้เกิดขึ้นให้เห็นและเสียหายรุนแรงเชิงประจักษ์นี้แล้วอย่างไร (วิทยา กุลสมบูรณ์ 2564) **
สังคมไทยตระหนักหรือไม่ว่า สถานการณ์เหล่านี้คือสถานการณ์สงครามเป็นการต่อสู้แพ้ชนะแบบเอาเป็นเอาตาย ต้องอาศัยสติปัญญาและความมุ่งมั่นในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อต่อสู้ ไม่ต่างจากการรบกับข้าศึกในสงคราม ที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง คือ ต้องมีการออกแบบยุทธศาสตร์ในการจัดการและมาตรการรับมือกับปัญหา
การเรียนรู้จากโครงการ OWS ของสหรัฐอเมริกา พบว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ คือ การลงทุนงบประมาณจำนวนมากพอ มีวิสัยทัศน์มุ่งผลลัพธ์ ลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคในการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้มีวัคซีนใช้ถ้วนหน้าทันเวลา
รองศาสตราจารย์ ดร เภสัชกร วิทยา กุลสมบูรณ์
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนศตวรรษที่สอง (C2F)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เขียนเมื่อ วันที่ 7 สิงหาคม 2564
เอกสารอ้างอิง
* วิกิพีเดีย https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Warp_Speed
** วิทยา กุลสมบูรณ์. ฉันทมติสังคมต่อภัยโรคอุบัติใหม่กับความมั่นคงทางสุขภาพ (2 ส.ค. 2564) Manager Online : https://mgronline.com/daily/detail/9640000075679

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา