
"...ความยากลำบากของการบริหารงานก็คือ เราจะอธิบายกับกลุ่มแพทย์แต่ละกลุ่มที่ทำหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลได้อย่างไรว่าในกลุ่มแพทย์สาขานี้ ในจำนวน 15คนที่ร้องขอ จะมีแพทย์ได้รับวัคซีนเพียงเก้าคน อีก 6คนไม่ได้ และเราจะอธิบายกับพยาบาลในวอร์ดห้องผู้ป่วยอาการหนัก(ICU)โควิดได้อย่างไรว่า 10 คนที่ทำงานอยู่ในวอร์ดเดียวกัน และเคยฉีดSinovac มาคนละสองเข็มนั้น จะมีคนได้รับวัคซีน Pfizer เพียง 6 คนเท่านั้น อีก 4คนให้รอไปก่อน..."
............................
หมายเหตุ : ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเขียนเล่าถึงจำนวนวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับการจัดสรรเพื่อเป็น’บูสเตอร์โดส’หรือ ‘เข็มที่ 3’ ให้แก่บุคลากรด่านหน้า เพียงร้อยละ 60 ของจำนวนที่ขอไป ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารงานอย่างมาก
ศูนย์ฉีควัคซีนธรรมศาสตร์ได้งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า(AZ)ให้กับผู้ที่ลงชื่อจองคิวไว้ ที่เราทำเกือบสองเดือนติดต่อกันมาแล้ว วันนี้เราทำเพิ่มได้อีก 2,068 คน
ยิ่งการระบาดรุนแรงมากขึ้น และมีผู้เสียชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น เรายิ่งได้เห็นจากสีหน้าและแววตาของผู้ได้รับวัคซีนว่า ชีวิตของผู้คนที่มาพบเรา ดูมีความหวังมากขึ้นเพียงใด เมื่อเดินออกไปจากยิมเนเซียม 4 หลังจากฉีดวัคซีนเสร็จ
พวกเรา(บุคลากรทางการแพทย์)ช่วยดูแลจัดหา จัดการ และฉีด AZ ให้กับผู้คนมากกว่า 100,000 คนมาแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างไหมนะ ว่า พวกเรา แพทย์พยาบาลจำนวนไม่น้อย ที่เป็นคนฉีด AZให้กับคนอื่น เพิ่งเคยได้รับเพียงซิโรแวค(Sinovac )เพียงสองเข็ม ไปตั้งแต่มีนาและเมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น
เรา(รพ.ธรรมศาสตร์)ส่งรายชื่อแพทย์พยาบาล เภสัชกร นักรังสีเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์และ จนท.เวรเปล ตลอดถึงบุคลากรอื่นๆที่ทำงานด่านหน้าในโรงพยาบาล ที่แสดงความจำนงขอรับวัคซีนบูสเตอร์เข็มที่สามเป็นไฟเซอร์( Pfizer )ที่ได้รับบริจาคมาจากสหรัฐอเมริกาไปที่กระทรวงโดยผ่านจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ตามกติกาและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดทุกอย่าง
แต่เมื่อวันศุกร์(6สิงหาคม)บ่าย เราเพิ่งได้รับทราบว่า เราได้รับการจัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าเพียงร้อยละ 60 ของจำนวนคนที่ส่งรายชื่อไปเท่านั้น ทั้งที่เราระบุชื่อ ตำแหน่งหน้าที่ และส่งรายชื่อผู้ที่จะขอฉีด บูสเตอร์ Pfizer ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนบุคลากรทั้งหมดที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในขณะนี้ด้วยซ้ำ

ความยากลำบากของการบริหารงานก็คือ เราจะอธิบายกับกลุ่มแพทย์แต่ละกลุ่มที่ทำหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลได้อย่างไรว่าในกลุ่มแพทย์สาขานี้ ในจำนวน 15 คนที่ร้องขอ จะมีแพทย์ได้รับวัคซีนเพียง 9 คน อีก 6 คนไม่ได้
และเราจะอธิบายกับพยาบาลในวอร์ดห้องผู้ป่วยอาการหนัก(ICU)โควิดได้อย่างไรว่า 10 คนที่ทำงานอยู่ในวอร์ดเดียวกัน และเคยฉีดSinovac มาคนละสองเข็มนั้น จะมีคนได้รับวัคซีน Pfizer เพียง 6 คนเท่านั้น อีก 4 คนให้รอไปก่อน
และ ถ้าคนของเราตอบ และดูเหมือนว่ามีความชอบธรรมที่จะตอบด้วยว่า ถ้าเขายังไม่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สามเหมือนเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ขอให้พวกเขาได้หยุดทำงานไปก่อน จนกว่าเขาจะได้รับวัคซีนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เพื่อความปลอดภัยของชีวิตของเขาเอง ของครอบครัวและของญาติที่บ้านของเขาด้วยแล้ว
พวกเราที่เป็นผู้บริหารจัดการ จะขอให้เขามาทำงานที่เสี่ยงภัยต่อไปอีกด้วยเหตุผลอย่างไรดีนะ
เราอยากจะขอร้อง ไปยังผู้กำหนดนโยบายว่า ถ้าจะต้องประหยัดวัคซีนเก็บไว้เพื่ออะไรก็ตาม ขอให้ไปใช้ส่วนที่พูดกันว่าจะสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือส่วนที่กันไว้เพื่อการวิจัยนั้นเถิด
ขออย่าได้ทำให้ผู้คนที่รบอยู่ด่านหน้าในทุกโรงพยาบาลต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และทำให้เกิดความระส่ำระสาย เกิดปัญหาเรื่องขวัญกำลังใจขึ้นในหมู่กำลังรบที่อ่อนล้า และรบมายืดเยื้อยาวนานมากแล้วของเราเลย
ถ้านับตั้งแต่ต้นเมษายนเป็นต้นมา เราสู้รบในสงครามโควิดระลอกนี้มาเกือบห้าเดือนแล้วนะและคงต้องรบหนักกันต่อไปอีกหลายเดือน

สุดท้าย คงต้องพยายามหาทางอยู่ร่วมกับมันให้ได้ โดยสร้างแนวที่มั่นในโรงพยาบาลต่างๆซึ่งเป็นแนวรับสุดท้ายให้เข้มแข็ง ทำให้ประชาชนตระหนักเรื่องระวังป้องกันตัวให้มากที่สุด กับเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโดยวัคซีนให้กว้างขวางที่สุด
ทั้งสามแนวทางนี้พวกเราที่นี่บากบั่นพากเพียรทำงานกันมายาวนานมากแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก
ขวัญกำลังใจและความช่วยเหลือสนับสนุนก็ลุ่มๆดอนๆ อยู่วัคซีนก็มาบ้างไม่มาบ้าง โดยไม่ค่อยมีใครมาบอกเล่า หรืออธิบายให้ฟังว่าเรื่องมันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างไร แต่ช่างเถอะ พวกเราทำใจได้ และก็คงจะทำสิ่งที่เราคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราที่มีอยู่ต่อไป ให้ดีที่สุด
อนึ่ง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ขอไฟเซอร์ไป 2,400 โดส สำหรับบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าและผู้ป่วย 7 โรคของโรงพยาบาล แต่ได้รับการจัดสรรมา 1,572 โดส
เขียนโดย สุรพล นิติไกรพจน์


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา