
"...สำหรับสังคมไทย การดูดวงเป็นสิ่งที่อยู่คู่ผู้คนมาอย่างยาวนาน “โหร” เคยเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติในพระราชสำนัก ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ ทั้งด้านกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี และการกำหนดฤกษ์ยาม รูปแบบการดูดวงมีตั้งแต่การพิจารณาวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก ลายมือ ใบหน้า ลายเซ็น ด้วยวิธีนั่งทรง ถอดเลข ถอดไพ่ และพัฒนามาสู่การใช้ AI ในยุคปัจจุบัน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความถนัดและความเชื่อของแต่ละบุคคล..."
วันเวลาเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็ถึงช่วงเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่อีกครั้ง ภาพความทรงจำในวัยรุ่นยังชัดเจน คืนเคานต์ดาวน์ที่ไม่เคยพลาด เสียงนับถอยหลังท่ามกลางผู้คนและพลุไฟที่แต่งแต้มท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างตระการตา
แม้วันนี้เลือกฉลองปีใหม่อย่างเรียบง่ายอยู่ที่บ้าน แต่บรรยากาศเก่า ๆ ยังหวนกลับมาได้ไม่ยาก เสียงพลุที่ดังขึ้นเป็นระยะปลุกให้ตื่นรับศักราชใหม่ พร้อมนั่งส่ง e-card อวยพรปีใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย ที่ส่งได้เพียงครั้งละ 15 คน ทำให้ต้องค่อย ๆ ไล่รายชื่ออย่างมีสติไม่ให้เผลอส่งซ้ำ นั่นเองกลับกลายเป็นโอกาสดีได้รับข้อความตอบกลับจากคนคุ้นเคย พร้อมอัปเดตชีวิตของกันและกันตลอดปีที่ผ่านมา
นอกเหนือจากการฟังเสียงพลุและส่งคำอวยพร ปีนี้ผมยังแวะเข้าไปส่องดูดวงตามราศีเกิด ดูดวงเมือง และแน่นอนไม่ลืมเช็คว่าปีนี้เป็น “ปีชง” ของตัวเองหรือไม่ เรียกได้ว่า ไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่
ศาสตร์แห่งการทำนายดวงชะตาและโหราศาสตร์มีรากฐานยาวนานนับพันปี เริ่มต้นจากการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติและการเคลื่อนที่ของดวงดาว ชาวบาบิโลนถือเป็นกลุ่มแรกที่พัฒนาโหราศาสตร์จักรราศี ขณะที่ชาวอินเดียมีตำราเวทว่าด้วยการดูลายมือ ส่วนชาวจีนให้ความสำคัญกับการดูโหงวเฮ้ง การทำนายฝัน และความเชื่อเรื่องกรรมและวิถีชีวิต
สำหรับสังคมไทย การดูดวงเป็นสิ่งที่อยู่คู่ผู้คนมาอย่างยาวนาน “โหร” เคยเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติในพระราชสำนัก ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ ทั้งด้านกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี และการกำหนดฤกษ์ยาม รูปแบบการดูดวงมีตั้งแต่การพิจารณาวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก ลายมือ ใบหน้า ลายเซ็น ด้วยวิธีนั่งทรง ถอดเลข ถอดไพ่ และพัฒนามาสู่การใช้ AI ในยุคปัจจุบัน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความถนัดและความเชื่อของแต่ละบุคคล1/
จากบทนำงานวิจัยเรื่อง การศึกษาเชิงวิเคราะห์ทรรศนะของพุทธปรัชญาเถรวาทที่มีต่อโหราศาสตร์ในยุคปัจจุบันของจักรเทพ รำพึงกิจ ได้สะท้อนบทบาทของโหราศาสตร์ในสังคมไทยไว้อย่างน่าสนใจว่าการที่สื่อมวลชนยังคงมีคอลัมน์ดูดวง และข่าวการทำนายดวงบุคคลสำคัญได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นว่า การทำนายทายทักเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย กิจกรรมสำคัญตั้งแต่การแต่งงาน เปิดกิจการ ไปจนถึงการตัดสินใจเรื่องใหญ่ ล้วนเกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านชนชั้นกลาง หรือผู้นำประเทศ ทุกเพศ ทุกวัย ต่างได้รับอิทธิพลจากศาสตร์นี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม เพราะแม้เราไม่เชื่อแต่คนรอบข้างเราอาจเชื่อ และการทำนายทายทักก็กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขับเคลื่อนพลวัตของสังคมไทย2/

หลายคนอาจคิดว่า เมื่อโลกก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษย์คงไม่จำเป็นต้องพึ่งโหราศาสตร์อีกต่อไป ทว่า ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ในภาวะที่ผู้คนเผชิญกับความเครียดจากเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงด้านการงานและการเงิน การดูดวงจึงกลายเป็นที่พึ่งทางใจ เพื่อค้นหาคำยืนยันบางอย่างให้หัวใจได้คลายกังวล
ชนสรณ์ มาเขียว วัย 24 ปี อธิบายกับบีบีซีไทยว่า การดูดวงทำให้เธอรู้สึกสบายใจ แม้คำทำนายจะไม่ได้ให้คำตอบครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยให้รู้ว่าควรวางตัวและจัดการความรู้สึกอย่างไร
เพื่อก้าวผ่านปัญหาไปได้ เธอยังเสริมว่า คนรุ่นเดียวกันนิยมดูดวงมากขึ้น เพราะรู้สึกขาดความหวังและหลงทางจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่เอื้ออำนวย การไปหาหมอดูจึงเปรียบเสมือนการได้รับความหวังว่ายังมีบางสิ่งรออยู่ข้างหน้า3/
ขณะเดียวกัน ดร.เนตรปรียา ชุมไชโย (ครูเคท) อดีตพิธีกร ผู้ประกาศข่าว และเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ปฏิวัติการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยา ให้มุมมองว่า สังคมไทยยังมีความเชื่อฝังลึกว่าการไปพบจิตแพทย์คือเรื่องน่าอาย ประกอบกับลักษณะสังคมแบบกลุ่มก้อน ทำให้หลายคนเลือกไปหาหมอดูแทนเพราะไม่ถูกมองว่าแปลกแยก และสามารถเลือกเชื่อในสิ่งที่สบายใจได้
ในหลายกรณีการดูดวงยังสร้างพลังบวกและแรงบันดาลใจ อย่างเรื่องราวของ ดร.แลลลี่ เพีย (Lally Pia) นักจิตแพทย์เด็ก ชาวศรีลังกา-กานา ผู้เขียนหนังสือบันทึกความทรงจำเรื่อง The Fortune Teller’s Prophecy ที่เผชิญอุปสรรคจากสถานการณ์การเมืองจนการเรียนต้องสะดุด แต่คำทำนายของหมอดูที่บอกว่าเธอจะเป็น “หมอของหมอ” กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอมุมานะต่อสู้ จนความฝันกลายเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม ด้านมืดของการดูดวงก็มีให้เห็นเช่นกัน กรณีหญิงชาวไทยวัย 19 ปี ที่ถูกหมอดูริมชายหาดพัทยาหลอกทำนายว่าเธอจะสูญเสียของมีค่า ก่อนที่ไอโฟนจะหายไปจริง ๆ และพบภายหลังว่าถูกซ่อนไว้ในย่ามของหมอดูเอง ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่าต้องการให้คำทำนายดูแม่นยำและน่าเชื่อถือ
ท้ายที่สุดแล้ว การดูดวงเพื่อเสริมกำลังใจหรือใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจคงไม่ใช่เรื่องผิด หากเราเลือกนำคำทำนายมาใช้ในเชิงบวก ถือเป็นเพียง “เครื่องมือ” หนึ่งที่ช่วยพาเราเดินไปสู่เป้าหมายของชีวิตอย่างมีสติและไม่หลงทาง
รณดล นุ่มนนท์
5 มกราคม 2569
แหล่งที่มา :
1/ นารีรัตน์ จำปาเฟื่อง ทำไม “โหราศาสตร์” ถึงมีบทบาทในสังคมไทยยุคดิจิทัล? นิตยสารศิลปวัฒนธรรม วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, https://www.silpa-mag.com/culture/article_100156
2/ จักรเทพ รำพึงกิจ, การศึกษาเชิงวิเคราะห์ทรรศนะของพุทธปรัชญาเถรวาทที่มีต่อโหราศาสตร์ในยุคปัจจุบัน สารนิพนธ์ (ศน.ม), มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2551
3/ นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม, โหราศาสตร์: ทำไมคนยุคใหม่ไทยเข้าหาหมอดูมากกว่าจิตแพทย์, 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2022 https://www.bbc.com/thai/thailand-62181983

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา