
เปิดใจ ‘กาจผจญ’ ผู้ว่ารฟม.หลัง ‘พิพัฒน์’ ตรวจงานมอบนโยบาย อัพเดทงานก่อสร้าง ‘สายสีม่วง-ส้ม’ คาดเสร็จปี 2573 ส่วนผลการสอบสวนกรณีถนนทรุดหน้าวชิระเมื่อก.ย. 68 ส่งผลสอบถึง ‘คมนาคม’ แล้ว คาดมาจากปัจจัยเหนือควบคุม โดยเฉพาะมวลน้ำไม่ทราบที่มา กางแผนรถไฟฟ้าภูมิภาค ลุ้น ‘เชียงใหม่-โคราช’ มาก่อน ตอกเข็ม 2575
หมายเหตุสำนักข่าวอิศรา: นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม. ) ให้สัมภาษณ์หลังการมอบนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ณ ที่ทำการรฟม. ถ.พระราม 9 เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา
@ความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีม่วง-ส้ม
นายกาจผจญเริ่มต้นว่า ปัจจุบัน รฟม.อยู่ระหว่างเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทางประมาณ 23.6 กม.และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 35.9 กม.
กล่าวสำหรับสายสีส้ม ส่วนตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ก่อสร้างโครงสร้างโยธาเสร็จแล้ว 100% ส่วนงานระบบคืบหน้ากว่า 50% โดยรถขบวนแรกจะส่งถึงไทยเดือน ต.ค. 2569 เพื่อนำมาทำสอบ ส่งมอบครบทั้ง 21 ขบวน ในปลายปี 2570 ตามสัญญาจะเปิดให้บริการปี 2571 แต่เอกชนจะเร่งเปิดในปลายปี 2570 ส่วนตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ) จะเปิดเดินรถในปี 2573
ขณะที่สายสีม่วงใต้ มีผลงานก่อสร้างภาพรวมคืบหน้ากว่า 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนต.ค. 2570 ส่วนการเดินรถนั้นอยู่ระหว่างปรับปรุงรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการฯ ตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ให้สอดคล้องกับค่าโดยสารร่วม ขณะที่รูปแบบ PPP Gross Cost ระยะเวลา 30 ปี เพื่อเดินรถต่อเนื่องจากสายสีม่วงเหนือ (เตาปูน-คลองบางไผ่) มีความเหมาะสมและผู้โดยสารได้รับความสะดวก ซึ่งอาจจะมีการเจรจากับผู้เดินรถสายสีม่วงรายเดิม คือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) โดยจะสรุปผลการศึกษาและนำเสนอบอร์ด รฟม.เห็นชอบภายใน 1-2 เดือนนี้ จากนั้นเสนอต่อคณะกรรมการ PPP พิจารณา คาดนำเสนอ ครม.ได้ช่วงปลายปี 2569-ต้นปี 2570 โดยจะเปิดเดินรถได้ช่วงปี 2573
ทั้งนี้ กรณีแนวคิดการเดินรถสายสีม่วงใต้ต่อเนื่องกับสายสีม่วงเหนือ จะทำให้สามารถใช้ขบวนรถสายสีม่วงที่มีอยู่ปัจจุบัน 21 ขบวนได้เต็มประสิทธิภาพ และอยู่ระหว่างประเมินจำนวนขบวนรถที่จะเพิ่มเติม เบื้องต้นประเมินมูลค่าสำหรับงานเดินรถสีม่วงใต้ที่ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท

งานก่อสร้างสัญญาที่ 5 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยเป็นการก่อสร้างทางวิ่งและสถานียกระดับ ช่วงดาวคะนอง - ครุใน อาคารจอดรถไฟฟ้า (Stabling Yard)
ที่มาภาพ: Facebook โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
@สภาวิศวกร-วสท.ส่งผลสอบถึงคมนาคมแล้ว เป็นเหตุจากปัจจัยเหนือการควบคุม
ขณะที่ความคืบหน้าของเหตุการณ์ถนนทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิระที่เกิดเหตุเมื่อเดือน ก.ย. 2568 นั้น นายกาจผจญได้ให้นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม.ชี้แขง โดยนายกิตติกรกล่าวว่า กรณีพื้นถนนสามเสนทรุดตัวบริเวณจุดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สถานีวชิรพยาบาล (PP19) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ที่มีผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และสภาวิศวกรร่วมด้วยนั้น ได้สรุปผลสอบฯ รายงานไปที่กระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งผลสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นมีปัจจัยที่นอกเหนือการควบคุมหลายอย่าง ทั้งด้านกายภาพของพื้นที่ และพื้นที่มีปริมาณน้ำที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากไหน ที่กระทบต่อเสถียรภาพของดินภายใต้อุโมงค์และทำให้อุโมงค์เกิดขยับตัวและเกิดการทรุดตัว ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีท่อประปาขนาดใหญ่ด้วยทำให้มีน้ำรั่วออกจากท่อประปาออกมากระทบเพิ่ม และทำให้ความเสียหายขยายวงกว้างออกไป อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและข้อมูลเพิ่มจากนี้จะต้องรอการเปิดหน้าดินเพิ่มไปดูสภาพอุโมงค์ด้วย ขณะที่ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายต่อตัวเชื่อมสถานีอุโมงค์
@เริ่มคืนผิวถนนสามเสน พ.ค. 70
สำหรับการแก้ไขการซ่อมแซมถนนบริเวณหน้าวชิรพยาบาล ขณะนี้ทำกำแพงกันดินใกล้เสร็จแล้วคาดว่าใช้เวลาอีก 1 เดือน จากนั้นจะขุดดินเพื่อกู้ตัวอุโมงค์และทำจุดเชื่อมต่ออีกประมาณ 6 เดือน และดำเนินการเชื่อมต่ออุโมงค์ คาดเปิดถนนสามเสนได้บางส่วนในเดือน พ.ค. 2570 และเปิดถนนสามเสนทั้งหมดได้ในเดือน ต.ค. 2570 หลังจากนั้นเป็นงานใต้ดินทั้งหมด ซึ่งสัญญานี้งานคืบหน้า 80% โดยผู้รับจ้างยังมั่นใจว่าจะก่อสร้างได้เสร็จตามที่กำหนดเวลาสัญญา และหลังส่งมอบงานมีระยะเวลารับประกันอีก 2 ปี
ขณะที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเสียหายค่าซ่อมแซมทั้งหมด โดยมีการทำประกันภัยโครงการก่อสร้าง CAR Insurance (Contractor's All Risks) วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท และ ทำประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability - TPL) วงเงินหลายร้อยล้านบาท จึงไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้รับจ้างได้เร่งแก้ปัญหาและซ่อมแซมชดเชยผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
ขณะที่แผนงานรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทางประมาณ 22.1 กม. เชื่อมฝั่งตะวันตกและตะวันออกของกรุงเทพฯ นายกาจผจญกล่าวว่า อยู่ระหว่างการศึกษาทบทวน เนื่องจากต้องมีการปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับโครงการทางพิเศษเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บริเวณตลาดหัวมุม และช่วงแยกเกษตรที่มีแนวคิด กทพ.ปรับเป็นอุโมงค์ทางด่วน แผนล่าสุดคาดว่าจะเปิดบริการในปี 2575
@รถไฟฟ้าภูมิภาค ‘เชียงใหม่-โคราช’ ตอกเข็มปี 75
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาคมีการศึกษา 3 โครงการ ผู้ว่าฯรฟม.กล่าวว่า ตามแผงานมี 1. โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ช่วงสนามบิน-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กม. 2.โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ รถไฟฟ้ารางเบา (Tram) สายสีแดง และ 3.โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์-สถานีร่วมจอหอ
ในส่วนของรถไฟฟ้าจ.ภูเก็ต ฝ่ายนโยบายให้รอดำเนินการหลังกรมทางหลวง (ทล.)ปรับปรุงระบบถนนให้สมบูรณ์ก่อน เพื่อลดผลกระทบและให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางระหว่างที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า คาดว่าจะเสนอ ครม.ปลายปี 70 เปิดให้บริการปี 2575
ขณะที่โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ รถไฟฟ้ารางเบา (Tram) สายสีแดง ซึ่งได้มีการศึกษาออกแบบ ส่วนต่อขยาย ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี-อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อีก 5 กม. ขณะนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนแล้ว 2 ครั้ง โดยจะนำไปรวมกับผลการศึกษาเส้นทางหลัก ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสามัคคี มีระยะทาง 15.80 กม. และนำเสนอ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบรูปแบบการลงทุน (PPP) คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างเปิดให้บริการได้ในปี 2575
ส่วนโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์-สถานีร่วมจอหอ มีการปรับปรุบเส้นทางจากเดิมสายสีเขียวเดิม 30-40% คาดว่าเริ่มก่อสร้างและเปิดให้บริการปี 2575
ส่วนรถไฟฟ้า 3 สายใหม่ที่โอนจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้แก่ 1. รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2. รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ และ 3. รถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร โดย รฟม.เตรียมจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษาของกทม. 2 โครงการก่อน คือ สายสีเงิน และสายสีเทา เนื่องจากกายภาพในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง รูปแบบของระบบที่เหมาะสม ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และอัตราค่าโดยสารตามนโยบายตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม โดยจะมีการจัดจ้างที่ปรึกษาได้ในปี 2569 ระยะเวลาศึกษา 1 ปี คาดสรุปและนำเสนอ ครม.ในปี 2571
สำหรับรูปแบบการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เหมาะสม จะเน้น PPP Gross Cost ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายการบดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยรัฐลงทุนงานโยธา และให้เอกชนมีส่วนร่วมในการเดินรถ และเป็นรูปแบบที่ทำให้เอกชนสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น

แบบจำลองและแผนที่รถไฟฟ้า จ.เชียงใหม่
ที่มาภาพ: Facebook การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)


แบบจำลองและแผนที่รถไฟฟ้า จ.นครราชสีมา
ที่มาภาพ: Facebook การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา