
"...ที่น่าสนใจ คือ การสร้างแนวความคิด ในการเสวนาหัวข้อ “NO NIC GEN : สร้างคนรุ่นใหม่ห่างไกลนิโคติน” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในการปกป้องเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็น การจุดชนวน กระตุ้นสังคม ในการ ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับสารเสพติดนิโคติน..."
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ได้ทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า มาอย่างต่อเนื่อง นับแต่การเริ่มระบาดของ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีสารเสพติดนิโคติน และ ปัจจุบัน เริ่มเข้าสู่ การนำยาเสพติด เช่น อีโทมิเดท เข้าผสมในบุหรี่ไฟฟ้า การขยายตัวของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า นอกจากกลุ่มผู้ใหญ่ ที่ต้องการหาทางเลือกทดแทนด้วยข้อจำกัดในการสูบบุหรี่ที่สร้างความรำคาญและรบกวนผู้คน ในที่สาธารณะ ตลอดจนการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ที่ดูท้าทายแล้ว ส่วนที่ มีการขยายตัว คือ นักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะ เด็กและเยาวชน ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ในทางระบาดวิทยา มีกรอบวิเคราะห์การระบาด ประกอบด้วย ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ผู้ขาย และ สภาพแวดล้อม และยังมุ่งหาความจำเพาะไปถึง เวลา สถานที่ และ บุคคล เพื่อการจัดการปัญหาที่แม่นตรง ในสภาพจำกัดของทรัพยากร
จากกรอบแนวคิดดังกล่าว นักสูบหน้าใหม่ คือ โจทย์ใหญ่ ของ สงครามบุหรี่ไฟฟ้า เป็นประตูนำทาง และ ร่วมทาง กับสารเสพติดอื่น เช่น กัญชา ยาเสพติด ในลักษณะ พหุสารเสพติด ( Poly Narcotics) การป้องกันการระบาดในกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ จึงเป็น ลำดับความสำคัญเร่งด่วน ที่ได้รับการตอบสนองจากสังคม และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายความรับรู้ และ วิธีการจัดการในส่วนต่างๆ
นอกจาก ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า แล้ว ผู้ขาย และ สภาพแวดล้อม ที่เป็นปัจจัยร่วม คือ ตัวการสำคัญ แหล่งขายตามที่ต่างๆ ที่ผ่านมา แม้ถูกปราบปรามจับกุมระดับหนึ่ง แต่ ผู้ขายรายใหญ่ ที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกจับบ่อยๆ ยังคงกระทำการอย่างต่อเนื่อง และ มีข่าวการจับกุมอยู่เนืองๆ การขายแบบออนไลน์ ด้วยวิธีการต่างๆ เป็น สภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง การชี้ชวน การชักนำ การเสนอขาย การขาย และ การส่งมอบ ทั้งทางตรง ทางอ้อม รวมทั้ง สภาพแวดล้อมในกลุ่มเพื่อน เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
ยุทธศาสตร์ ของประเทศใน การต่อสู้ กับบุหรี่ไฟฟ้า จึงควร ประกอบด้วย S M L หรือ 3 ป ได้แก่
1. School เพื่อ ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ในสถานศึกษา
2. Media ปิดช่องทางการขายบุหรี่ไฟฟ้า โฆษณาออนไลน์ มีระบบแจ้งแหล่ง ใช้ AI ตรวจ จับกุม
3. Law Enforcement ปราบปราม แหล่งกระจาย ขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะต้นทางรายใหญ่
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุน โครงการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ มีการดำเนินการอย่างกว้างขวางในโรงเรียน สถาบันการศึกษาทุกระดับ มีการสรุปบทเรียน แนวทางการดำเนินการ ต่อเนื่องเพื่อหาจุดคานงัดในการเปลี่ยนแปลง มีการสร้างชุดเครื่องมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง หรือ Intervention Package ที่พร้อมในการสนับสนุนการดำเนินการ แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า
ในปัจจุบัน น่าชื่นชมที่หน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ มีการขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์และงบประมาณของหน่วยงานเอง โดยอาจถือได้ว่าเป็นความรับผิดชอบในเขตพื้นที่ของหน่วยงาน
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ได้ จัดงานมหกรรมรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 ภายใต้คำขวัญ “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคติน เสพติด จน ตาย” (Unmasking the appeal – countering nicotine and tobacco addiction) เพื่อสร้างความตระหนักรู้และขจัดค่านิยมผิดๆ เกี่ยวกับนิโคตินในสังคม รวมพลังของสถานศึกษาที่มุ่งมั่นตั้งใจและดำเนินการ จนเกิดเป็นโรงเรียนต้นแบบ และศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 28 แห่ง
ที่น่าสนใจ คือ การสร้างแนวความคิด ในการเสวนาหัวข้อ “NO NIC GEN : สร้างคนรุ่นใหม่ห่างไกลนิโคติน” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในการปกป้องเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็น การจุดชนวน กระตุ้นสังคม ในการ ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับสารเสพติดนิโคติน
กทม ถือเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่สามารถดำเนินการสร้างเสริมสุขภาพ ในการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการตามนโยบายของ ผู้ว่า ชัชชาติ สิทธืพันธ์ ที่จะนำงบประมาณจากการเก็บการขายบุหรี่ใน กทม ที่คาดว่า ราว 300-400 ล้านบาท ต่อปี มาดำเนินการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ใน กรุงเทพมหานคร จะถือได้ว่าเป็นผลงานสำคัญ ของ ผู้ว่า กทม ในสมัยที่สองนี้
อ้างอิง สำนักข่าวอิสรา ถึงเวลา กทม. เก็บภาษียาสูบ เพื่อสุขภาพคนกรุง วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569
การดำเนินการ ปราบปรามจับกุม และ ปิดช่องทางออนไลน์ ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องที่สร้างผลกระทบอย่างมาก ต่อการต่อสู้กับการขยายตัวของบุหรี่ไฟฟ้า ในปัจจุบัน สสส มีความริเริ่ม ร่วมกับ สวทช ในการพัฒนาระบบแจ้งเบาะแส แหล่งขาย การโฆษณา แบบแทรฟฟี่ฟองดู ที่ กทม ดำเนินการ ตลอดจน การใช้ AI ตรวจจับ แบบที่ตำรวจจะดำเนินการในกรณีการจำหน่ายปืน นับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาคุ้มครองผู้บริโภคอย่างทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี ลงนามจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ (บอร์ดแห่งชาติ) เพื่อเข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำร่างคำสั่งเรียบร้อยแล้ว โดย ระบุว่า สคบ. เสนอให้แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระชาติ พร้อมปรับปรุงแก้กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นฉบับเดียว พร้อมสร้างกลไก บังคับให้ผู้กระทำผิดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทำลายของกลาง แทนใช้งบฯ รัฐ
จากความคืบหน้าของภาคส่วนต่างๆ ในการดำเนินการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ได้จัดเรื่อง บุหรี่ไฟฟ้า เป็น วาระกลางในการดำเนินการ มี คณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยการสนับสนุนในมิติ 4 P ประกอบด้วย นโยบาย (Policy) กระบวนการสนับสนุน (Process) การป้องกัน (Prevention) และ การคุ้มครอง (Protection) ทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศ ใน 5 ระดับ (Settings) ประกอบด้วย สถานศึกษา ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ ครอบครัว และ ระบบบริการสุขภาพ ในการนี้ มีการสร้างชุดเครื่องมือ (Intervention Package) สนับสนุนการดำเนินการ แก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในทั้ง 5 ระดับ โดยเฉพาะในสถานศึกษา
การขับเคลื่อนขององค์กรระดับประเทศ ท้องถิ่น อย่าง กทม และ ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เห็น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จากพลังทุกภาคส่วน ที่จะขจัดอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าให้ เด็กและเยาวชนพ้นภัยจากสารเสพติดนิโคติน
บทความโดย :
วิทยา กุลสมบูรณ์
13 สิงหาคม 2569
*กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สสส และ ที่ปรึกษา คณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า สสส*
*ความคิดเห็นในบทความ เป็น ความเห็นส่วนบุคคล ไม่ผูกพันองค์กร*

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา