
"...ประวัติบึงบอระเพ็ดเมื่อร้อยปีที่แล้วพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กรมประมงนำไปสร้างประตูน้ำเพื่อจะได้หล่อเลี้ยงบำรุงพืชและสัตว์ในบึงโดยเฉพาะ จนบึงกลายเป็นที่กักเก็บน้ำกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศดังที่กล่าว..."
บึงบอระเพ็ด
บอระเพ็ด เป็นพืชสมุนไพรไม้เถามีประโยชน์หลากหลายในการรักษาโรคหลายอย่างมาแต่โบราณนานช้าแล้ว บึงบอระเพ็ดก็เช่นกัน
บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ คือ บึงน้ำจืดที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศที่กินพื้นที่ถึง 3 อำเภอของจังหวัด มีอำเภอเมือง อำเภอท่าตะโกและอำเภอชุมแสงรวมมากกว่า 130,000 ไร่
บึงบอระเพ็ดครั้งหนึ่งเคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์พืชและสัตว์นำนานาชนิด ได้ชื่อว่า เป็น “ทะเลเหนือ” หรือ “จอมบึง” ของประเทศ และถือเป็นแหล่งน้ำใหญ่ของจังหวัดที่ใช้สอยสารพัดนับตั้งแต่ดื่มกินไปจนถึงใช้ในการทำไร่ไถนา
มีจระเข้ชุกชุมขนาดที่ว่า เมื่อนั่งรถไฟข้ามบึง มองลงไปใต้สะพานจะมองเห็นจระเข้ขึ้นมานอนเกยหาดอ้าปากกว้างอยู่เป็นฝูง
ทุกวันนี้เหลืออยู่แค่ไม่กี่สิบตัว
ประวัติบึงบอระเพ็ดเมื่อร้อยปีที่แล้วพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กรมประมงนำไปสร้างประตูน้ำเพื่อจะได้หล่อเลี้ยงบำรุงพืชและสัตว์ในบึงโดยเฉพาะ จนบึงกลายเป็นที่กักเก็บน้ำกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศดังที่กล่าว
กาลครั้งหนึ่งบึงบอระเพ็ดคือบึงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งฝูงนกฝูงจระเข้ที่อาศัยอยู่ในบึงนี้มีมากมายเหลือจะนับ
นก “เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร” ก็อยู่ที่บึงนี้
การเปลี่ยนแปลงของ “จอมบึง” หรือ “ทะเลเหนือ” เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็ไม่ต่างจากแม่น้ำห้วยหนองคลองบึงทั่วไปคือ ถูกทำลายทั้งด้วยภัยธรรมชาติ และภัยจากน้ำมือมนุษย์ที่รุกล้ำสร้างบ้านเรือนและอาคารกีดขวางทางน้ำ
ทางรถไฟสร้างสร้างเมืองนครสวรรค์ให้กลายเป็นศูนย์การค้าขายที่รุ่งเรื่องเฟื่องฟู แต่ในอีกทางหนึ่งก็ทำลายบึงบอระเพ็ดไปด้วยอย่างคาดไม่ถึง บึงกว้างใหญ่กลายเป็นหนองน้ำตื้น เพราะทางน้ำถูกกีดขวางด้วยอาคารบ้านเรือนของชุมชนที่มีแต่แออัดแน่นหนามากขึ้น จนระบบนิเวศน์ของบึงใหญ่เปลี่ยนไปกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง และเกิดอุทกภัยร้าย ผลคือสัตว์ทั้งหลายในบึงบอระเพ็ดไม่ว่านก หนู หมูป่า จระเข้ต่างก็ค่อย ๆ พากันหายไป
โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายพัฒนาบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ จึงนับเป็นอีกโครงการหนึ่งตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวดังที่ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ คือ “การรักษา สืบสาน และต่อยอด” นั่นเอง
การดำเนินการเริ่มจากที่หน่วยในราชการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบายในการฟื้นฟู “สายน้ำแห่งชีวิต” โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชน อย่างเช่นว่า จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่มีการเฝ้าระวังมิให้เกิดการบุกรุกอีก และห้ามล่าสัตว์โดยเด็ดขาด
มีการปรับปรุงทางเข้าบึงสร้างประตูระบายน้ำ ขุดคลองตะกอนดินและทำแก้มลิงขึ้น ที่สำคัญคือ การสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านชุมชนให้ร่วมกันพัฒนาบึงบอระเพ็ด และใช้น้ำร่วมกัน รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงด้วย
โครงการนี้ถ้าแล้วเสร็จสำเร็จคาดว่าบึงบอระเพ็ดจะได้กลับมาเป็น “ทะเลเหนือ” หรือว่า “จอมบึง” อีกครั้ง เพราะสามารถกักเก็บน้ำในบึงได้เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะชวยบรรเทาทุกข์อุทกภัยในพื้นที่มากว่า 20,000 ไร่
และเมื่อลดความแออัดของชุมชนและภาวะมลพิษลงไปได้ที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นมุดหมายของการท่องเที่ยวด้วย เพราะจะมีทั้งสถานที่ออกกำลังกายและการจัดกิจกรรมระดับชาติ ชาวบ้านชุมชนในพื้นที่ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น
ที่น่าสนใจโครงการนี้ได้มีการบริหารจัดการผ่านคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ดโดยเฉพาะ โดยหลายฝ่ายมีส่วนร่วม มีการประชุมกำหนดแนวทางในการใช้น้ำร่วมกัน โดยการจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำในบึงร่วมกันถึง 9 ตำบล สามารถทำให้ชาวบ้านชุมชนเชื่อมโยงกัน และทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี
“ทะเลเหนือ” หรือ “จอมบึง” กำลังจะกลับยิ่งใหญ่อีกครั้ง และไม่ต้องห่วงจระเข้ธรรมชาติที่อยู่ในบึงที่เหลืออยู่แค่ไม่กี่สิบตัวนั้น ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและกำลังออกลูกหลานจะเป็นเจนวาย เจนแซด ก็ว่ากันไป
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา