
"...หุบกะพงตั้งอยู่ในหุบเขา “เงาฝน” จึงเป็นพื้นที่แห้งแล้งโดยธรรมชาติ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มทดลองทำหมู่บ้านตัวอย่างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2514 โดยพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์กว่าหมื่นไร่ ทรงจัดสรรชาวบ้านให้ทำกินครอบครัวละ 25 ไร่ และทรงแนะนำให้รวมกลุ่มกันในรูปแบบสหกรณ์..."
หุบกะพง
“หุบกะพง” ได้ชื่อว่าเป็น “แผ่นดินของพระราชา” ซึ่งไม่น่าจะมีคนไทยคนไหนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ “โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย พัฒนาหุบกะพง ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี” ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
ที่นี่คือ ต้นแบบของระบบสหกรณ์ที่น่าศึกษาเรียนรู้
หุบกะพงอยู่ในบริเวณตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ส่วนชุมชนห้วยทรายใต้อยู่ใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับตำบลชะอำ โครงการจึงได้มีชื่อว่าหุบกะพง ห้วยทรายใต้ดังที่กล่าว
ร่มพระบารมมีเริ่มขึ้นเมื่อกว่า 60 ปีก่อน เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ประทับ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน เมื่อกว่า 60 ปีก่อน ได้ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎรที่อาศัยอยู่ในนิคมสร้างตนเองเขื่อนเพชร ว่ากำลังประสบกับปัญหานานานับตั้งแต่ภัยแล้ง ปลูกพืชผลไม่ได้ ขายไม่ออก ไม่เพียงพอกับการครองชีพ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมชาวบ้านราษฎรกลุ่มนี้ เมื่อ ปีพ.ศ. 2505
นิคมสร้างตนเอง “เขื่อนเพชร” เป็นชุมชนใหม่ของกลุ่มราษฎรชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนดังกล่าวที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นอยู่ที่ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ เพชรบุรี ห่างจากอำเภอหัวหินอันเป็นที่ตั้งพระราชวังไกลกังวลกว่า 30 กิโลเมตร
แต่ก็มิอาจกั้นร่มพระบารมีที่แผ่กว้างออกไปได้ และนี่ก็คือที่มาของโครงการต้นแบบการศึกษาทดลอง การจัดพัฒนาที่ดินในพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งจะนำไปสู่แนวคิดทฤษฎีใหม่ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในอีก 20 ปีต่อมา
หุบกะพงตั้งอยู่ในหุบเขา “เงาฝน” จึงเป็นพื้นที่แห้งแล้งโดยธรรมชาติ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มทดลองทำหมู่บ้านตัวอย่างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2514 โดยพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์กว่าหมื่นไร่ ทรงจัดสรรชาวบ้านให้ทำกินครอบครัวละ 25 ไร่ และทรงแนะนำให้รวมกลุ่มกันในรูปแบบสหกรณ์
โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายพัฒนาหุบกะพง ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรีนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จในการจัดสรรที่ดินแบบสหกรณ์ ที่ปัจจุบันได้มีราษฎรชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการนี้ 899 ครัวเรือน รวม 3,032 คน
บ้านหุบกะพงห้วยทรายใต้ได้ดำรงคงอยู่มาช้านานแล้วกว่า 50 ปี จนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้น คือการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่องด้วยภาวะวิกฤติภัยแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำในการทำไร่นา
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการพัฒนาหุบกระพงที่ชะอำ จังหวัดเพชรบุรีนี้ โครงการฟื้นฟู “สายน้ำแห่งชีวิต” จึงได้เริ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอเพื่อจะได้ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม และมีรายได้อย่างต่อเนื่องต่อไป
ในการนี้หน่วยราชการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบาย โดยร่วมกับหน่วยงานอื่นอีกทั้งภาครัฐและเอกชนแต่ที่สำคัญได้มีภาคประชาชนเข้าร่วมด้วย เริ่มแต่การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำทุกอ่างในหุบกะพง และในพื้นที่ใกล้เคียงให้มีน้ำพอเพียงก่อน แล้วจึงปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างสวนป่าสร้างสถานที่ออกกำลังกาย และสร้างเส้นทางจักรยาน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเวลาต่อมา
ที่ตัวเมืองเพชรบุรีก็มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขึ้นอีก พร้อมกับสร้างพื้นที่ริมแม่น้ำของจังหวัดให้เกิดภูมิทัศน์งดงาม ให้เป็นหมุดหมายทางการท่องเที่ยวอีกแห่ง
ส่วนพื้นที่ในหุบกะพงได้มีการจัดหาพัฒนาน้ำบาดาล และในพื้ที่บริเวณใกล้เคียงด้วย เช่นมีการพัฒนาระบบน้ำดื่มน้ำอุปโภคบริโภคทั้งในพื้นที่วังไกลกังวล ห้วยทรายใหญ่ ตลอดจนถึงโครงการช่างหัวมันในรัชกาลก่อน
“การรักษา สืบสานและต่อยอด” พระปฐมบรมราชโองการตั้งที่ทรงให้ไว้ในวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ยังคงดำเนินไป ด้วยพระกรุณายิ่งหาที่สุดมิได้
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา