
"...สำหรับประเทศไทย การจะฉีดวัคซีนให้ประชากรได้ถึง 50% (ประมาณ 35 ล้านคน) จะต้องใช้วัคซีนจำนวน 70 ล้านโดส วันนี้ (22 พฤษภาคม) ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2.81 ล้านโดส จึงเหลืออีก 67.19 ล้านโดส ถ้าประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนเฉลี่ย 400,000 โดสต่อวัน จะต้องใช้เวลาฉีดอีก 168 วัน (5.6 เดือน) ดังนั้น วันที่ประเทศไทยจะเข้าสู่เฟส 2 ได้เร็วที่สุด คือ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564..."
...................................
จากการประมวลความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายสำนัก รวมทั้งแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี (McKinsey & Company) การจะเข้าสู่สภาวะปกติของแต่ละประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ(เฟส)

(1) เฟสที่ 1 คือ เฟสที่สัดส่วนประชากรที่ฉีดวัคซีนแล้วมีน้อยกว่า 50% ซึ่งยังสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการระบาดรอบใหม่ๆ รัฐจำเป็นต้องแทรกแซงด้วยการออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการสัมผัสระหว่างคนต่อคนให้มากที่สุด เช่น การปิดประเทศ การห้ามชุมนุมคน การเว้นระยะห่าง และการใส่แมสก์ เป็นต้น ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในระยะต้นๆของเฟสนี้
เฟสนี้บางทีเรียกว่า Hammer & Dance คือ การกดค่า Effective Reproductive Rate (R) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1.0 แล้วค่อยผ่อนคลายบ้างเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจพอมีอากาศหายใจ ที่สำคัญคือในเฟสนี้ ระหว่างที่กดๆคลายๆ รัฐจะต้องเร่งระดมฉีดวัคซีนปูพรมแก่ประชากรให้ได้เร็วที่สุด ในสหรัฐอเมริกา เขาใช้คำว่า Warp Speed
(2) เฟสที่ 2 คือ เฟสที่สัดส่วนประชากรผู้ฉีดวัคซีนมีเกิน 50% และสามารถประคองค่า R ต่ำกว่า 1.0 ได้นานเกิน 30 วัน เฟสนี้ รัฐอาจพิจารณาให้ธุรกิจส่วนใหญ่เปิดดำเนินการได้ตามปกติ ยกเว้นการเปิดประเทศที่ยังต้องมีเงื่อนไข คือ ให้เฉพาะนักเดินทางที่มีประกาศนียบัตรรับรองการได้ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น
สำหรับประเทศไทย การจะฉีดวัคซีนให้ประชากรได้ถึง 50% (ประมาณ 35 ล้านคน) จะต้องใช้วัคซีนจำนวน 70 ล้านโดส วันนี้ (22 พฤษภาคม) ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2.81 ล้านโดส จึงเหลืออีก 67.19 ล้านโดส ถ้าประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนเฉลี่ย 400,000 โดสต่อวัน จะต้องใช้เวลาฉีดอีก 168 วัน (5.6 เดือน) ดังนั้น วันที่ประเทศไทยจะเข้าสู่เฟส 2 ได้เร็วที่สุด คือ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564
(3) เฟสที่ 3 คือเฟสที่ประเทศสามารถฉีดวัคซีนให้ประชากรได้มีสัดส่วนเกิน 75% โดยอนุโลมว่า ประเทศได้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว (แม้สายพันธุ์ใหม่ที่จะทำให้ค่า Threshold สูงกว่า 75% ก็ตาม)
สำหรับประเทศไทย ถ้ายังสามารถฉีดวัคซีนในอัตรา 400,000 โดสต่อวันตามสมมติฐาน การฉีดวัคซีนจำนวน 35 ล้านโดส ให้ประชากรอีก 25% (17.5 ล้านคน) จะต้องใช้เวลาอีก 87.5 วัน ดังนั้น วันที่ประเทศไทยทั้งประเทศหวังจะเข้าสู่ภาวะปกติ คือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565
หมายเหตุ ที่ผมเสนอข้างต้น เป็นภาพรวมหลักการเพื่อความเข้าใจง่ายๆ โดยมีสมมติฐานหลายอย่าง เช่น Efficacy ของวัคซีนทุกตัว 100% และยังมีปัจจัยอื่นๆที่ต้องนำมาพิจารณาเพื่อการปรับเป็นกรณีๆไป
(1) Efficacy ของวัคซีนประเภทต่างๆ ซึ่งอาจลดลงอีกถ้าเจอสายพันธ์ใหม่
(2) วัคซีนสายพันธ์ใหม่ที่ค่า R0 สูงขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม ซึ่งค่า 75% ที่จะได้ภูมิคุ้มกันหมู่อาจไม่เพียงพอ
(3) ภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งที่เกิดจากผู้เคยติดเชื้อแล้ว ซึ่งส่วนนี้มีน้อยมากสำหรับประเทศไทย
ศ.ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต
ผู้อำนวยการ สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่มา : Worsak Kanok-Nukulchai

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา