
ศาลฎีกาเคาะ 12 ก.ย.ตรวจพยานหลักฐาน 'ธณิกานต์ พรพงษ์สาโรจน์' ส.ส. กทม. พปชร.คดีเสียบบัตรแทนกัน ปัดคำร้อง ป.ป.ช. ขอเวลาตรวจสอบไต่สวนพยานเพิ่มเติม
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในวันที่ 16 ส.ค. ศาลฎีกาได้กำหนดนัดพร้อมคดีหมายเลขดำ คมจ.2/2564 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปรายปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง กล่าวหา น.ส.ธณิกานต์ พรพงษ์สาโรจน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ผู้คัดค้าน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
โดยการนัดพร้อมวันนี้เพื่อฟังผลความคืบหน้าในคดีหมายเลขดำที่ อม.19/2564 ซึ่งวันนี้ผู้รับมอบอำนาจผู้ร้อง ผู้คัดค้าน และทนายผู้คัดค้านมาศาล คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคําพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อม.19/2564 แล้วเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2565 เป็นคดีหมายเลขแดง อม.15/2565 จึงขอถือเอาบันทึกถ้อยคำพยานค่าเบิกความเอกสารที่เกี่ยวข้องและคำพิพากษาคดีดังกล่าวเป็นถ้อยคําพยานและพยานเอกสารในคดีนี้ ศาลอนุญาตตามขอ
ซึ่งศาลสอบถามคู่ความว่ามีพยานที่จะไต่สวนเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงที่ไม่ซ้ำกับคดีอาญาดังกล่าวหรือพยานปากอื่นอีกหรือไม่ ผู้ร้องแถลงขอเวลาตรวจสอบก่อนว่าจำเป็นต้องไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ส่วนผู้คัดค้านแถลงขอให้รอการพิจารณาคดีนี้จนกว่าคดีอาญาจะถึงที่สุด
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้พยานหลักฐานในคดีอาญาหมายเลขแดง อม.15/2565 และคดีนี้จะเป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน แต่ประเด็นแห่งคดีที่จะต้องวินิจฉัยและมาตรฐานในการรับฟังพยานหลักฐานแตกต่างกัน โดยคดีนี้เป็นคดีแพ่งไม่จำต้องรับฟังโดยปราศจากสงสัยดังเช่นคดีอาญา ทั้งมิใช่เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาอันจะต้องผูกพันตามคดีอาญา กรณีจึงไม่มีบทกฎหมายบังคับให้ต้องรอให้คดีอาญาถึงที่สุดก่อน และเพื่อให้กระบวนพิจารณาไม่ล่าช้า จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 12 ก.ย.2565 เวลา 13.30 น. และกำหนดนัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 28 พ.ย.2565 และไต่สวนพยานผู้คัดค้านวันที่ 30 พ.ย.2565 เวลา 09.30-16.30 น. ทั้งสองนัด
ส่วนที่ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่ากรณีผู้คัดค้านได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตพ.ศ. ... ในระหว่างที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ผู้คัดค้านสามารถกระทำได้หรือไม่ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 ก.ค.2565 ศาลพิเคราะห์แล้วผู้คัดค้านเพิ่งยื่นคำคัดค้านต่อศาลในวันนี้ จึงเห็นควรพิจารณาและมีคําสั่งในวันที่ 12 ก.ย.2565 เวลา 13.30 น.
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล 4 ราย แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 3 ราย นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ นายภูมิศิษฏ์ คงมี นางนาที รัชกิจประการ (ปัจจุบันเป็นอดีต ส.ส.) และพรรคพลังประชารัฐ 1 ราย นางธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรณีถูกกล่าวหาว่า มีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท
โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทั้ง 4 ราย ถูกชี้มูลในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ที่ระบุว่า เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงชี้มูลผิดมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ซึ่งต้องส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาด้วย
ส่วน ส.ส. อีก 2 ราย คือ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า กระทำผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ มิได้มีมูลความผิดทางอาญา ส่วน นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา