
สื่อสหรัฐฯตีข่าว ผู้ลี้ภัยเวียดนามในไทย 1,500 คน ตกอยู่ในความเสี่ยง หลังทรัมป์เซ็นคำสั่งระงับความช่วยเหลือ ส่งผลระงับโครงการย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่ประเทศที่สาม
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศถึงการระงับการจ่ายเงินช่วยเหลือต่างประเทศซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐฯ (USAID)
โดยสำนักข่าวเรดีโอฟรีเอเชีย สหรัฐอเมริกาได้รายงานข่าวว่าชาวเวียดนามผู้ลี้ภัยจำนวนหลายร้อยคนในประเทศไทยมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และหวังว่าจะได้ย้ายถิ่นฐานใหม่ไปยังสหรัฐฯ ในฐานะผู้ลี้ภัย เพราะส่วนหนึ่งของคำสั่งของนายทรัมป์มีการระบุถึงการระงับโครงการรับผู้ลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐานใหม่ด้วย
คำสั่งระงับดังกล่าวนั้นได้แก่คำสั่งผู้บริหารที่ลงนามเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ระบุให้ระงับโครงการรับผู้ลี้ภัยของสหรัฐฯ หรือ USRAP และระงับการตัดสินใจเกี่ยวกับการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย
คำสั่งนี้ยังรวมถึงการให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ตัดสินใจรับผู้ลี้ภัยเป็นรายกรณี คําสั่งบริหารยังเรียกร้องให้หยุดการตั้งถิ่นฐานใหม่ของผู้ลี้ภัยอย่างไม่มีกําหนด อย่างไรก็ตาม จะมีการทบทวนภายใน 90 วันเพื่อดูว่าโครงการ USRAP นี้เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันหรือไม่
การระงับความช่วยเหลือยังส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ เช่น โครงการ Welcome Corps ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯในปี 2566 เพื่อให้พลเมืองสหรัฐฯ หรือผู้อยู่อาศัยถาวรสามารถอุปถัมภ์ผู้ลี้ภัยและช่วยพวกเขาตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐอเมริกา
ขณะที่โครงการ Welcome Corps ได้ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ระบุว่า การระงับ USRAP นั้นรวมถึง "การรับใบสมัครใหม่สําหรับโครงการ Welcome Corps ตลอดจนการประมวลผลผู้ยื่นใบสมัครที่กำลังดำเนินการอยู่หรือส่งมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด"
ทางด้านของนายนาม ลอค เหงียน นักดนตรีชาวเวียดนามที่หนีมาตั้งรกรากที่นครลอสแอนเจลิสตั้งแต่ปี ค.ศ.1975 และยังเคยทำหน้าที่เป็นทูตสัญชาติ (Citizenship Ambassador) ในช่วงปี 2565 จากการแต่งตั้งของหน่วยงานการให้บริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกาหรือ USCIS ออกมากล่าวว่าคำสั่งนายทรัมป์อาจจะกระทบกับผู้ลี้ภัยเวียดนามจำนวน 1,500 คน ทีอยู่ในประเทศไทย และหวังว่าจะได้ย้ายไปตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม
“นี่เป็นผลกระทบโดยตรงและสําคัญที่สุดต่อผู้ลี้ภัยโดยทั่วไป และต่อผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในประเทศไทยโดยเฉพาะ” นายนาม ลอคกล่าว
อนึ่งผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในประเทศไทย ส่วนมากประกอบไปด้วย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชน และสมาชิกของชนกลุ่มน้อยที่ได้รับการเลือกปฏิบัติเนื่องจากความเชื่อทางศาสนา ถูกยึดที่ดิน และเอกสารของพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยผู้ลี้ภัย ชาวเวียดนามแม้จะได้รับการยอมรับจากยูเอ็นเอชซีอาร์ว่าเป็นผู้ลี้ภัยก็ไม่ได้รับสถานะดังกล่าวและไม่สามารถทํางานในประเทศไทยได้
นายนาม ลอค กล่าวว่าเขาคิดว่าการล็อบบี้นักการเมืองจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในสหรัฐฯ เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงอันตรายที่ผู้ลี้ภัยเวียดนามต้องเผชิญ สิ่งนี้สามารถกระตุ้นให้ทางการสหรัฐฯ ทบทวนและเปลี่ยนแปลงคําสั่งผู้บริหาร
เรียบเรียงจาก:https://www.rfa.org/english/vietnam/2025/02/07/thailand-us-refugee-trump-suspension/

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา