
'บิ๊กโจ๊ก' มอบหลักฐานให้ ปปป.ปฏิเสธข้อกล่าวหาใช้ทองติดสินบน กก.ป.ป.ช. ตั้งข้อสังเกตุทำไมลูกน้องผู้กล่าวหาไม่ถูกแจ้งข้อหาเพราะพัวพันเว็บพนันมากกว่า เชื่อเหตุมาจากลูกน้องโกรธแค้นเรื่องไลฟ์สดความสัมพันธ์มินนี่-ลูกน้อง เพราะลามเข้าเรื่องครอบครัวด้วย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ธ.ค.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้เดินทางมายังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อมอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมแก่พนักงานสอบสวน โดยยืนยันปฏิเสธข้อหาสินบนทองคำแท่งให้กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่งอย่างหนักแน่น เนื่องจากตนไม่เคยนำของใคร หรือสั่งใครให้นำทองไปให้ใคร และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสอบสวนว่าอาจไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีการแจ้งข้อหากับผู้ที่กล่าวหาตนว่าเป็นคนสั่งให้นำทองคำไปมอบให้ผู้อื่น ซึ่งผู้กล่าวหาก็ควรมีความผิดด้วย แต่กลับมีการดำเนินคดีเฉพาะตนเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ทราบว่ามีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม และแจ้งความเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งผิดหลักการทำงานที่ต้องแจ้งความก่อนแล้วจึงตั้งคณะพนักงานสอบสวน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ความเดือดร้อนในปัจจุบันของตนมาจากเรื่องที่ลูกน้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนันมินนี่ มีการยืมเงิน-โอนเงิน และทำให้เรื่องมาถึงตน ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่มีใครถูกให้ออกจากราชการนอกจากตนเพียงคนเดียว ส่วนลูกน้องเพียงถูกสั่งพักราชการ ทั้งที่ตนเป็นเพียง "แถว 3 แถว 4" ไม่ใช่ตัวการ แต่กระบวนการจัดการกลับรวดเร็วมาก จึงตั้งข้อสังเกตว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม
อดีตรองผบ.ตร. ระบุอีกว่า ตนไม่ได้ติดต่อกับลูกน้องคนนี้มาปีกว่าแล้ว และทราบว่าลูกน้องไม่พอใจ หรือโกรธเคือง เชื่อว่าสาเหตุมาจากการที่ตนไปไลฟ์สดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมินนี่กับตัวลูกน้อง จนทำให้เรื่องกระทบถึงครอบครัวของลูกน้อง ซึ่งตนต้องพูดความจริงให้สังคมรับรู้ และเชื่อว่านี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกน้องออกมาฟ้องตนเองแบบนี้
"ส่วนตัวแล้วผมมองว่าพวกเขาอาจจะไปฟังคำพูดของใครหรือไปหลงผิดอะไรมาหรือไม่ ว่าจะมีคนพาพวกเขากลับเข้ารับราชการ ผมแค่อยากถามลูกน้องกลับว่า มั่นใจเหรอว่าจะกลับเข้าราชการได้ถึงทำแบบนี้ มั่นใจหรอว่าจะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือถูกทิ้งเอาไว้กลางทาง" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวและกล่าวทิ้งท้ายยืนยันว่าไม่ได้โกรธเคืองลูกน้องที่หลงเชื่อใคร วงการตำรวจรู้ดีว่าตนเลี้ยงลูกน้องดีมาตลอด ยอมรับว่าเสียใจ แต่ไม่ตำหนิใคร เพราะเข้าใจว่าทุกคนต้องเอาตัวรอด แต่การเอาตัวรอดไม่ควรทำแบบนี้ ส่วนจะแฉอะไรอีกก็แล้วแต่ เพราะตนจะสู้ตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา