
‘พิพัฒน์’เผยไอเดีย ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ มีนักลงทุนสนใจแล้ว ยืนยันมีไว้เพื่อทำให้ ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน-อู่ตะเภา-EEC’ รอด ชี้แม้ไม่ได้เป็นนโยบายพรรคก็จะผลักดันต่อ ยัน ‘อนุทิน’ รู้เรื่องแล้ว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 8 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่เผยแพร่แนวคิดการดึงดิสนีย์แลนด์เข้ามาในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักลงทุน และช่วยให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และท่าอากาศยานอู่ตะเภาเมืองการบินเกิดขึ้นได้จริงนั้น
นายพิพัฒน์กล่าวว่า หลังจากขายไอเดียนี้ไป เบื้องต้นมีนักลงทุนสนใจที่จะเข้ามาแล้ว โดยเป็นนักลงทุนไทยแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ยืนยันว่าการดึงดิสนีย์แลนด์นั้นได้หารือกับทางสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EEC) แล้ว โดยมีโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเกิดให้ได้ เพราะพูดตรงๆว่า ทั้งสองโครงการไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และเห็นว่าในพื้นที่ของ EEC มีที่ดินที่ยังไม่ใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ส่วนตัวเห็นว่ามีพื้นที่เหมาะสมอยู่แห่งหนึ่ง เป็นที่ดินสปก. จึงเห็นควรให้ สกพอ. เวนคืนพื้นที่ส่วนนี้มา แต่เป็นโชคดีที่ สกพอ.มีแผนจะพัฒนาพื้นที่ตรงนี้อยู่แล้ว จึงเหลือแค่การหาจุดขายใหม่ๆใส่ลงไป
ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้หารือร่วมกับนายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งทางกกท.ได้แสดงความจำนงว่า ประเทศไทยยังมีความต้องการที่จะได้สนามฟุตบอลที่สามารถจุคนดูได้ 80,000 ที่นั่งและสนามแข่งขันกีฬาในร่มที่สามารถจุผู้คนได้ 30,000 ที่นั่ง รวมถึงสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานด้วย ซึ่งเทียบได้กับสนามแข่งขันระดับโลก อันเป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังขาดอยู่ และหากประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมระดับโลกก็สามารถปรับมาใช้เป็นที่ประชุมขนาด 5,000 ที่นั่งได้ด้วย ทั้งนี้ เมื่อรวมทั้ง 3 โครงการจะต้องใช้พื้นที่รวมประมาณ 1,500 ไร่
“อย่างไรก็ตาม สถานที่ทั้ง 3 แห่ง ไม่ใช่แม่เหล็กที่ดึงดูดให้คนมาใช้บริการได้ทุกวัน จึงโยนโจทย์ไปว่า ทำไมไม่เอาสวนสนุกเพิ่มเข้ามา เพราะสวนสนุกเที่ยวได้ทุกวัน และในเมื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่เคยมีดิสนี่ย์แลนด์ ก็ควรใส่เข้ามา เพราะไซส์ของดิสนี่ย์แลนด์เล็กสุดอยู่ที่ 960 ไร่, ไซส์กลาง 1,800-2,000 ไร่ และไซส์ใหญ่สุดอยู่ที่ 3,000 ไร่ รวมๆทั้งหมดน่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ ซึ่งมันจะเป็นเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งพรรคเรายืนยันว่าจะไม่มีคาสิโนเด็ดขาดและทางดิสนี่ย์ก็มีกฎชัดเจนว่าห้ามตั้งใกล้คาสิโนด้วย ก็ถือเป็นการจุดประกายไอเดียให้” นายพิพัฒน์กล่าว
@เชิญชวนก่อน แล้วซื้อไลเซ่น
เมื่อถามว่าแล้วทางดิสนี่ย์แลนด์จะมาจริงหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า น้อยที่สุดคือ ประเทศไทยสามารถขอซื้อใบอนุญาต (License) ก็ได้ แล้วค่อยหานักลงทุนภายหลัง แต่ในขั้นตอนทางการไทยจะทำหนังสือเชิญชวนทางดิสนี่ย์มาลงทุนก่อน ถ้าไม่มาจึงเข้าสู่การขอซื้อใบอนุญาต
ผู้สื่อข่าวถามว่า การดึงดิสนี่ย์แลนด์เข้ามา คือการประกาศชนกับประเทศสิงคโปร์เลยใช่หรือไม่ เพราะสิงคโปร์มียูนิเวอร์สตูดิโอ นายพิพัฒน์ตอบว่า ถ้าสามารถดึงดิสนี่ย์เข้ามาได้ สิงคโปรฺ์สู้ไม่ได้แน่นอน และนอกจากนั้นประเทศไทยยังมีการบริการที่ดี อากาศไม่ร้อนไม่เย็น อีกทั้งประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางยิ่งได้เปรียบ และถ้ามีดิสนี่ย์แลนด์ ชาวต่างชาติที่แวะมาก็อาจจะเลือกมาเที่ยวที่นี่อีกสัก 1 คืน
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าพรรคไม่เอาด้วยก็ไม่เกิด แต่ส่วนตัวจะพยายามผลักดันให้ได้ ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยทราบหรือยัง ก็คงจะเห็นจากข่าวที่สื่อมวลชนเผยแพร่แล้ว
ส่วนการแก้ปัญหารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ยังไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาโครงการ ส่วน EEC จะเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการ EEC ไม่เห็นด้วย เพราะไม่อยากติดคุก และเท่าที่อ่านในสิ่งที่มีการนำเสนอมา ก็ดูจะเข้าข้างเอกชนคู่สัญญามากไปหน่อย และทางพรรคก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ถ้าเห็นด้วยคู่แข่งที่เข้ามาประมูลฟ้องตายเลย
“ผมถึงพยายามหาทางให้มีคนมาใช้พื้นที่ตรงนี้ให้เยอะๆไง ถึงดึงดิสนี่ย์แลนด์เข้ามาเป็นแมกเน็ตให้เกิดให้ได้ และยืนยันว่าเป็นการทำเพื่อไฮสปีดและสนามบินอู่ตะเภา ส่วนจะต้องรอความชัดเจนของดิสนี่ย์แลนด์ก่อนหรือไม่นั้น ทุกวันนี้งานก่อสร้างก็ไม่ได้เริ่มมา 5 ปีแล้ว รออีก 2 ปีคงไม่เป็นไร” นายพิพัฒน์กล่าว

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา