
‘พิพัฒน์’ นัดถกด่วนล้อมคอกความปลอดภัยงานก่อสร้าง และสแกนสาเหตุงานก่อสร้างถล่ม 2 กรณี ยันเลิกสัญญา-ขึ้นบัญชีดำ ‘อิตาเลียนไทย’ ส่วนโซเชียลฯแพร่ภาพสมัย ‘ศักดิ์สยาม’ รอตรวจสอบ ด้าน 2 ผู้นำหน่วย ‘รถไฟ-ทางหลวง’ รับบัญชานายกฯ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 15 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่มในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-4 งานโยธาสำหรับช่วง ลำตะคอง - สีคิ้ว และช่วงกุดจิก - โคกกรวด และมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กม. สัญญาที่ 7 ระยะทาง 1.435 กม. ซึ่งมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา พรุ่งนี้ (16 ม.ค. 69) จะมีการประชุมตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เบื้องต้น ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชุดที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟและมอเตอร์เวย์ โดยใน 7 วันจะหาข้อสรุปให้ได้ จากนั้น จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนเลิกสัญญา ขณะที่โครงการที่มีอิตาเลียนไทยเป็นคู่สัญญาอีก 12-13 โครงการให้หยุดก่อสร้างไปก่อน เพื่อให้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และกระทรวงคมนาคมเข้าไปตรวจสอบด้านความปลอดภัย และจะตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง ส่วนค่าใช้จ่ายขอดูอีกทีว่า ใครจะรับผิดชอบ เพราะมันมีค่าที่ปรึกษาอยู่ แต่ขอทำเพื่อเสริมความมั่นใจของสาธารณะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า สาเหตุของเหตุการณ์ ต้องรอคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงก่อน ส่วนการดำเนินคดีกับผู้รับเหมา ต้องดูก่อนว่า เกี่ยวข้องกี่หน่วยงาน แล้วจึงดำเนินคดีเป็นทอดๆไป ผู้รับเหมาส่วนหนึ่ง ที่ปรึกษาคุมงานก็ส่วนหนึ่ง มันมีหลายๆส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะฉะนั้น ยังตอบไม่ได้ว่า จะดำเนินคดีกี่คดี แต่อย่างไรก็ต้องทำให้ถึงที่สุด
ส่วนกระบวนการยกเลิกสัญญา นายพิพัฒน์ตอบว่า มันต้องมีเหตุผลก่อน แม้กระทรวงจะมีอำนาจแต่กรมบัญชีกลางคือผู้มีอำนาจยกเลิก ส่วนการขึ้นบัญชีดำเป็นส่วนต่อเนื่องทันที แต่ขอหารือกรมบัญชีกลางก่อน ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำตลอดไปเลยนั้น อย่าไปพาลแบบนั้น ถ้าโครงการอื่นไม่ผิด เพราะผู้รับเหมารายนี้มีงานก่อสร้างหลายอย่างมาก ดังนั้น ต้องดูเป็นเรื่องๆไป และต้องเชิญผู้บริหารมาคุยกันว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น
เมื่อถามถึงการลงนามสัญญาในสมัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์กล่าวว่า พรุ่งนี้ จะไปดูว่าสัญญานี้ลงนามในสมัยนายศักดิ์สยามหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะลงนามในยุคใด รัฐมนตรีมีสถานะเป็นพยาน เพราะฉะนั้นการเป็นรัฐมนตรีความรับผิดชอบมี แต่ในทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ในแต่ละปีมีการลงทุนเป็นแสนล้านบาท มีทั้งเล็กใหญ่ แน่นอนรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ในฐานะนำเสนองบประมาณ แต่ไม่ได้เป็นผู้ลงนามสัญญา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ลงนาม แต่กระบวนการลงนามต้องผ่านกรมบัญชีกลางก่อน ก็เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ
“การต่อสู้ทางการเมือง อย่าเอาปัญหามายุ่งกับการทำงานของแต่ละกระทรวง เข้าใจพรรคฯมีเรตติ้งดีขึ้น ก็ต้องเตะตัดขากันบ้าง ไม่ได้กังวล ถือว่าเป็นเกมที่ต้องแก้” นายพิพัฒน์กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนนี้กระทรวงคมนาคมมีโครงการก่อสร้างทั่วประเทศไทย จะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า พรุ่งนี้จะย้อนกลับไปดูทั้งหมดว่า มีโครงการเสี่ยงและอันตรายอะไรบ้าง โดยเฉพาะโครงการยกระดับและใต้ดิน ส่วนโครงการระดับผิวจราจรน่าจะเสี่ยงน้อยสุด เพราะระหว่างการก่อสร้างไม่ได้ให้รถวิ่งอยู่แล้ว แต่น่าจะมีไม่กี่โครงการหรอก
@รถไฟ-ทางหลวง รับข้อสั่งการ
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรักษาการผู้ว่าการฯรฟท.ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราว่า ตอนนี้งานสัญญา 3-4 งานโยธาสำหรับช่วง ลำตะคอง - สีคิ้ว และช่วงกุดจิก - โคกกรวด สร้างไปแล้ว 99% ถ้าพบว่าทางผู้รับเหมาปฏิบัติผิดสัญญา หรือกระทบประชาชนตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ ถ้าเข้าเงื่อนไขจะเร่งเสนอไป ส่วนอีก 1% ที่เหลือคงไปหาจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการหารือกับบมจ.อิตาเลียนไทย
ขณะที่นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวกับสำนักข่าวอิศราว่า ได้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายอยู่ ทั้งนี้ ยังไม่ได้หารือกับผู้รับเหมา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กม. สัญญาที่ 7 ระยะทาง 1.435 กม. คืบหน้ากว่า 80%

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา